ชื่อบันทึกนี้ผุดขึ้นมาจากการอ่านเอกสารการประชุมมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่มีการรายงานเรื่อง “การสะท้อนการเรียนรู้จากการบริหารและการทำงานในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดของ Covid-19 แบบ collective leadership” ที่เห็นชัดเจนว่า การระบาดใหญ่ของโควิด ๑๙ ได้ช่วยสร้างสถานการณ์ความจำเป็นให้ผู้บริหารและครูต้องร่วมกันดิ้นรนแก้ปัญหา นำสู่การเรียนรู้และพัฒนาในมิติใหม่ ที่ไม่มีทางเกิดหากไม่มีสถานการณ์บังคับ ซึ่งเมื่อมองอีกมุมหนึ่ง การระบาดใหญ่ของโควิดมาช่วยเอื้อระบบนิเวศให้ครูพัฒนา “ความเป็นผู้ก่อการ” (agency) ใส่ตัว สอดคล้องกับบันทึกชุด เอื้อระบบนิเวศ เพื่อครูเป็นผู้ก่อการ
ในการประชุม การนำเสนอของคณะครู ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม และมัธยม ให้พลังมากกว่าการอ่านเอกสารหลายเท่า โดยผมตีความว่า ครูเหล่านี้ได้รับการปลูกฝังความเป็นผู้ก่อการมาตั้งแต่ช่วงสถานการณ์ปกติ เน้นกระตุ้นให้ครูร่วมกันแสวงหาวิธีจัดการเรียนรู้แบบ “การเรียนรู้เชิงรุก” (active learning) และเมื่อกระแสหลักสูตรฐานสมรรถนะ (competency-based curriculum) เข้ามาในประเทศไทย ครูของโรงเรียนรุ่งอรุณก็ได้รับการเอื้ออำนาจให้หาวิธีหนุนให้นักเรียนสร้างสมรรถนะสำคัญใส่ตัว
ผมจึงเกิดความคิดว่า คณะนักวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ ที่กำลังร่างหลักสูตรฐานสมรรถนะ น่าจะได้สัมภาษณ์ครูของโรงเรียนรุ่งอรุณ เพื่อทำความเข้าใจการจัดการระดับโรงเรียน และพฤติกรรมของครู ที่เอื้อต่อการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ให้เกิดผลดีต่อนักเรียนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศึกษาลักษณะของ PLC ว่าดำเนินการอย่างทรงพลังและพุ่งเป้าอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะเป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของครูอย่างไร
ในการนำเสนอของครูโรงเรียนรุ่งอรุณเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ครูบอกว่าตนเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ นักวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการจึงน่าจะเข้าไปทำความเข้าใจว่า สถานการณ์หรือระบบนิเวศที่เอื้อให้ครูทุ่มเททำงานและเรียนรู้จนเกิดการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ในบริบทไทยเป็นอย่างไร สร้างให้แก่โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้อย่างไร
โชคดีมากที่เช้าวันรุ่งขึ้น คือ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ผมได้เข้าร่วม “เวที PLC Coaching Online ครั้งที่ 1 “จาก DOL กำหนดเป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ สู่การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ตามโมเดลของ OECD” โดย มูลนิธิสยามกัมมาจล ร่วมกับ สถาบันอาศรมศิลป์และโรงเรียนรุ่งอรุณ” นำเสนอโดย โรงเรียนบ้านรุ่ง จ.ศรีสะเกษ และโรงเรียนนิคมสร้างตนเอง จ.ระยอง สะท้อนความเป็นผู้ก่อการของครู ในการดำเนินการหลักสูตรฐานสมรรถนะของโรงเรียนบ้านรุ่ง โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง และโรงเรียนรุ่งอรุณ
ในสถานการณ์ปกติ ครูต้องมีทักษะสร้างสถานการณ์เอง เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาของตนเองและเพื่อนร่วมงาน โดยเป้าหมายอยู่ที่ศิษย์
วิจารณ์ พานิช
๒๖ พ.ย. ๖๔