เชียงราย เหนือสุดแดนสยาม (9) วัดร่องเสือเต้น วัดสีฟ้าแห่งเชียงราย


เชียงราย เหนือสุดแดนสยาม (9) วัดร่องเสือเต้น วัดสีฟ้าแห่งเชียงราย

สถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย มีความงดงามด้วยพุทธศิลป์ร่วมสมัย มีความสวยงามโดดเด่นในแบบเฉพาะตัว เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง  อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเชียงราย เหนือสุดแดนสยาม " วัดร่องเสือเต้น"

วัดร่องเสือเต้น ตั้งอยู่ที่ชุมชนร่องเสือเต้น ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก ฝั่งด้านซ้ายทางทิศตะวันออกของเทศบาลนครเมืองเชียงราย ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายมากนัก ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของวัดร้าง เมื่อ 80-100 ปีก่อน จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่เล่าว่า ในสมัยนั้นยังไม่มีบ้านเรือนและผู้คนอาศัยอยู่มากนัก สัตว์ป่าจึงมีจำนวนมากโดยเฉพาะเสือ ชาวบ้านมักเห็นเสือกระโดดข้ามร่องน้ำไปมา จึงเรียกบริเวณนี้ว่า " ร่องเสือเต้น" รวมทั้งเรียกหมู่บ้านในละแวกนี้ว่า "บ้านร่องเสือเต้น"

วัดร่องเสือเต้นถูกสร้างขึ้นเนื่องจากชาวบ้านร่องเสือเต้นไม่มีที่ทำบุญในหมู่บ้าน เวลาทำบุญในวันสำคัญต่างๆ ต้องไปทำบุญที่วัดอื่น ทำให้คนในหมู่บ้านต้องกระจัดกระจายกันไป จึงได้ร่วมกันบูรณะวัดร้างแห่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านร่องเสือเต้น และเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในวันสำคัญต่างๆ จึงสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นและให้ชื่อว่า "วัดร่องเสือเต้น"

ความโดดเด่นของวัดร่องเสือเต้นคือพระอุโบสถที่สร้างและออกแบบโดยศิลปินพื้นบ้านชาวเชียงราย นายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ผู้ซึ่งมีโอกาสได้มาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ หลังจากที่เขาจบการศึกษามาใหม่ๆ ในการสร้างวัดร่องขุ่นสล่านกได้ซึมซับศิลปะแนวพุทธศิลป์จากอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อมีโอกาสมาสร้างพระอุโบสถ ณ วัดแห่งนี้จึงได้นำวิชาที่ได้ร่ำเรียนมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ เกิดเป็นวัดที่มีความสวยงามแปลกตา ด้วยการใช้โทนสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทอง เพื่อสร้างความโดดเด่นแก่สถาปัตยกรรม การใช้สีน้ำเงินฟ้านั้นแสดงถึงธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ขจรขจายไปทั่วโลก ซึ่งเป็นหลักคำสอนที่เป็นจริงตามหลักเหตุและผล เปรียบเสมือนท้องฟ้าที่สดใสเป็นศิลปะแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่แฝงด้วยธรรมของพระพุทธองค์ สิ่งก่อสร้างภายในวัดร่องเสือเต้นใช้โทนสีน้ำเงินฟ้าทั้งหมด ชาวบ้านจึงมักเรียกวัดแห่งนี้ว่า "วัดสีฟ้า"

พญานาคตัวใหญ่ทั้งคู่ที่ประตูโบสถ์มีความอ่อนช้อยและมีลวดลายสวยงามแปลกตา สล่านกได้นำเอารูปแบบผลงานของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ผู้สร้างพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ที่มีความโดดเด่นเรื่องเขาและงามาประยุกต์ใช้ ทำให้เขี้ยวของพญานาคมีความพลิ้วไหว อ่อนช้อย แปลกไปจากพญานาคตัวอื่นๆ

ภายในพระอุโบสถมีผลงานจิตรกรรมภาพวาดฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ โดยใช้โทนสีน้ำเงินฟ้า มีลวดลายที่อ่อนช้อยงดงาม พระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปสีขาว สูง 6.50 เมตร หน้าตักกว้าว 5 เมตร โดยมีพระรอดลำพูนจำนวน 88,000 องค์และแก้วแหวนเงินทองฝังอยู่ใต้พระพุทธรูปองค์นี้ และที่พระเศียรได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปรินายก รวมทั้งได้รับพระราชทานนามว่า "พระพุทธรัชมงคลตรีโลกนาถ" มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าทรงเป็นมงคลเจ้าในความเป็นราชา เป็นที่พึ่งในสามโลก

ขอขอบคุณ

  • บริษัททัวร์ฟ้าใสและทีมงานให้การบริการที่ดีเยี่ยม
  • ภาพสวยๆจากคุณไก่ และเพื่อนร่วมเดินทางทุกท่าน

 

หมายเลขบันทึก: 695245เขียนเมื่อ 31 ธันวาคม 2021 14:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 31 ธันวาคม 2021 17:55 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี