บทความในวารสาร The Lancet ฉบับวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ เรื่อง  Revisiting academic health sciences systems a decade later : discovery to health to population to society   บอกเราว่า ความหมายของคำว่า “วิชาการ” (academic) กำลังเปลี่ยนไป    และผมตีความเอามาเสนอจินตนาการต่อ   

เดิมวงการวิชาการทำหน้าที่ค้นพบสิ่งใหม่ (discovery)  แล้วหาทางถ่ายทอดสู่การใช้ประโยชน์ (translation)    และให้การศึกษา (education/training) แก่นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลัง     และในกรณีของวงการวิชาการด้านสุขภาพ รวมให้การศึกษาแก่แพทย์และบุคลากรสุขภาพวิชาชีพอื่น    เขาเรียกระบบสถาบันวิชาการด้านสุขภาพว่า AHSS – Academic Health Sciences Systems 

 ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา AHSS ได้เปลี่ยนรูปแบบการทำหน้าที่ จากทำหน้าที่อย่างมีขั้นตอน (คือ discovery สู่ translation)   เป็นทำงานแบบไร้รอยต่อที่เรียกว่า continuum (คือ bench – bedside - population)  หรือกล่าวใหม่ว่า research กับ translation บูรณาการเป็นเนื้อเดียวกัน    หรือ ห้องปฏิบัติการ - หอผู้ป่วย – ประชากรหรือชุมชน หลอมรวมเข้าด้วยกัน   

เรากำลังเข้าสู่ยุค “ไร้รอยต่อ” ระบบวิชาการไร้รอยต่อ ระบบสุขภาพไร้รอยต่อ    ที่กิจกรรมวิชาการและกิจกรรมสุขภาพไม่ได้มีลักษณะแยกระดับความศักดิ์สิทธิ์/ความสูงส่ง (hierarchical) อีกต่อไป    

ความก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยี ทำให้ความท้าทายของระบบสุขภาพไม่ใช่เรื่องความไม่รู้หรือขาดความรู้    แต่เป็นเรื่อง “การแยกส่วน” (fragmentation) ขาดการเชื่อมต่อของระบบ

เราต้องการระบบสุขภาพไร้รอยต่อ    ทั้งที่เป็นระบบวิชาการ  และระบบบริการ    

นอกจาก “ไร้รอยต่อ” แล้ว   ระบบ AHSS ยังต้อง “ไร้ขอบเขต”  อีกด้วย     คือต้องคำนึงถึงมิติด้าน สังคม (social determinants)   จริยธรรม (ethics)   และความเท่าเทียม (equity) อีกด้วย    คือ AHSS ต้องครอบคลุมหลากหลายมิติที่มีผลต่อสุขภาวะ    ที่เราเรียกว่า “สุขภาวะองค์รวม”   และที่สำคัญคือ เป้าหมายของ AHSS ต้องไม่จำกัดแคบอยู้ที่สุขภาพ    แต่ต้องขยายเป้าหมายไปที่ “สังคมดี” ด้วย    ไม่ใช่แค่ “สุขภาพดี”   

หลักการสำคัญคือ ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก reductionism  สู่ systems approach    สร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ภายในระบบ    และพลังที่จะช่วยให้บรรลุความสำเร็จคือ พลังของ big data    

นั่นคือ ต้องมีการจัดการ AHSS ในลักษณะของการจัดการ complexity  หรือ complex-adaptive systems   และบุคลากรสุขภาพต้องเข้าใจความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงนี้   

วิจารณ์ พานิช

๒๓ พ.ย. ๖๔