การหาว ถือได้ว่าเป็นกลไกหนึ่งของร่างกาย ที่ต้องการจะรับเอาออกซิเจนจากอากาศเข้าสู่กระแสเลือด พร้อมกันนั้นก็ช่วยขับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดออกไป ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกาย ซึ่งการหาวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างกายเรามีออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือมีคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากเกินไป จนก่อให้เกิดอาการง่วงเหงา หาวนอน และมีอาการหาวออกมานั้นเอง…..

ทำไมคนเราจึงหาว

 

ทำไมคนเราจึงหาว

ดร.ถวิล  อรัญเวศ

         การหาว ถือได้ว่าเป็นกลไกหนึ่งของร่างกาย ที่ต้องการจะรับเอาออกซิเจนจากอากาศเข้าสู่กระแสเลือด พร้อมกันนั้นก็ช่วยขับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดออกไป ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความสมดุลของร่างกาย ซึ่งการหาวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างกายเรามีออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือมีคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากเกินไป จนก่อให้เกิดอาการง่วงเหงา หาวนอน และมีอาการหาวออกมานั้นเอง

 

ทำไมคนเราจึงหาว หาวบ่อย ๆ เป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่

          การหาว เป็นกระบวนการที่มักเกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ มีลักษณะอาการ คือ อ้าปากแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นำอากาศเข้าสู่ปอด ก่อนจะหายใจออกมา หาวอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือยาวนานหลายวินาทีก่อนที่คนจะอ้าปากเพื่อหาว โดยกระบวนการหาวอาจเกิดร่วมกับการมีน้ำตาไหล การยืดกล้ามเนื้อ หรือการเกิดเสียงในขณะหาวได้ด้วยเช่นกัน

           ความง่วง ความเมื่อยล้า ความเบื่อหน่าย แม้นักวิจัยยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดของการหาวได้ แต่ยังมีทฤษฎีหลักเกี่ยวกับสาเหตุของการหาว คือ ความง่วง

ความเมื่อยล้า และความเบื่อหน่าย เช่น เมื่อเรากำลังเบื่อหรือเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เราจะไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ การหาวจะช่วยให้เราสามารถหายใจเข้าลึก ๆ นำออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้น ในขณะที่หายใจออกนำเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากกระแสเลือดได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

              กระบวนการสร้างความเย็นแก่สมอง ทฤษฎีนี้นำเสนอว่า การหาวอาจช่วยลดอุณหภูมิภายในสมองได้ โดยในขณะที่หาว การยืดกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรจะกระตุ้น

การไหลเวียนของเลือดบริเวณลำคอ ใบหน้า และศีรษะ โดยการหายใจเข้าลึก ๆ ในขณะหาว จะนำเอาอากาศเย็นเข้าไปผ่านทางปาก และอากาศเย็นเหล่านี้จะเพิ่มความเย็นแก่น้ำไขสันหลังและเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงสมองต่อไป

 

สาเหตุของการหาว

          การหาวเพื่อยืดเนื้อเยื่อปอด รวมทั้งการยืดกล้ามเนื้อและข้อต่อต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการหาว จะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้ผู้ที่หาวรู้สึกกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้นด้วย

           การหาวเป็นปฏิกิริยาที่ช่วยกระตุ้นการสร้างสารหล่อลื่นที่ทำให้เนื้อเยื่อภายในปอดชุ่มชื้น และป้องกันปอดทำงานล้มเหลว ตามทฤษฎีนี้เชื่อว่า หากเราไม่หาว จะทำให้

การหายใจเข้าลึก ๆ เป็นไปอย่างยากลำบากขึ้น

 

ความเชื่อเกี่ยวกับการหาว

            มีความเชื่อว่า การหาวตาม ๆ กัน อาจเกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางสังคม เนื่องจากโดยทั่วไป คนส่วนใหญ่มักจะหาวหรืออยากหาวหลังจากพบเห็นคนอื่น ๆ หาว หรือแม้กระทั่งการคิดหรือพูดถึงการหาว ก็ทำให้เราเกิดอาการหาวขึ้นมาได้เช่นกัน

 

หาวบ่อย เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่ ?

          การหาวบ่อย คือ อาการหาวที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ มากกว่า 1 ครั้ง/นาที แม้ว่าสาเหตุส่วนใหญ่ของการหาวอาจมาจากความง่วง ความอ่อนเพลีย และความเบื่อหน่าย แต่ในบางครั้ง การหาวมากผิดปกติอาจเป็นผลมาจากการเจ็บป่วยด้วยโรคและภาวะที่ต้องการการรักษา เช่น มีปัญหาในการนอน ภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับ หรือโรคลมหลับ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติ เนื่องจากไม่สามารถนอนหลับสนิทได้ ได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยา กลุ่มยารักษาโรคซึมเศร้า หรือกลุ่มยารักษาภาวะวิตกกังวล ซึ่งจะมีผลข้างเคียงเป็นอาการง่วงซึม นอนไม่หลับ ภาวะเลือดออกภายในหัวใจ หรือเนื้อเยื่อบริเวณหัวใจส่วนภาวะอาการป่วยรุนแรงที่มีโอกาสพบได้น้อย แต่อาจทำให้เกิดอาการหาวบ่อย ๆ ได้แก่กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรคลมชัก ตับทำงานล้มเหลว (ตับวาย)

เนื้องอกในสมอง โรคปลอกประสาทอักเสบร่างกายขาดสมรรถภาพในการควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกาย โรคหลอดเลือดสมอง แม้อาการหาวไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ แต่สามารถปรึกษาแพทย์หรือไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาได้ หากมีอาการหาวบ่อย ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

 

การตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เมื่อมีอาการหาวบ่อยจนเกินไป

            เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะซักถามเกี่ยวกับอาการและความถี่ในการหาว พฤติกรรมการนอนว่าผู้ป่วยพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ สอบถามประวัติทางการแพทย์และการรักษา รวมทั้งอาจทำการตรวจร่างกายในเบื้องต้นด้วย หากแพทย์มีข้อสงสัยเพิ่มเติมถึงอาการป่วยที่เป็นสาเหตุ อาจส่งตรวจผู้ป่วยเพิ่มเติม เช่น ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test หรือ Polysomnography) เพื่อตรวจหาความผิดปกติของการนอนหลับ ภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับ หรือโรคลมหลับ โดยจะมีการตรวจวัดระดับออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ คลื่นไฟฟ้าสมอง การกลอกตา การขยับของหน้าอกและช่องท้อง เพื่อดูว่ามีความผิดปกติในระหว่างการนอนหลับอย่างไร ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalogram: EEG) เป็นการตรวจปฏิกิริยาและการทำงานของคลื่นไฟฟ้าในสมอง ใช้ตรวจในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยอาจเป็นโรคลมชัก หรือมีภาวะอาการป่วยอื่น ๆ ที่กระทบต่อการทำงานของสมองตรวจเลือด อาจใช้ตรวจเมื่อแพทย์มีข้อสงสัยถึงอาการชัก โรคลมชัก หรือภาวะอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการหาวบ่อย ๆ โดยแพทย์อาจตรวจค่าความสมบูรณ์ของเลือด และตรวจหาระดับสารเคมีต่าง ๆ ในเลือดด้วย เพื่อตรวจหาสัญญาณการติดเชื้อ หรือตรวจการทำงานของตับและไต เป็นต้น

 

 

หาว ต้องรักษาให้หายหรือไม่ ?

            อาการหาวไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเหมือนอาการป่วยอื่น ๆ ทุกคนทุกเพศทุกวัยล้วนต้องหาว เช่นเดียวกันกับสัตว์มีกระดูกสันหลังส่วนใหญ่ เพราะการหาวเป็นกระบวนการหนึ่งของร่างกายที่เป็นไปตามธรรมชาติ หากต้องเผชิญกับอาการหาวบ่อย ๆ จากความง่วง ความเมื่อยล้า และความเบื่อหน่าย ที่ไม่มีสาเหตุปัจจัยจากการเจ็บป่วยอื่น ๆ อาจบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

1.     นอนหลับให้เต็มที่

พักผ่อนอย่างเพียงพอกับเวลานอนที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและอายุ

หากกำลังเจ็บป่วยด้วยอาการไข้หรือไข้หวัด ผู้ป่วยอาจต้องการการพักผ่อนยาวนานกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น

2.     กำจัดอุปสรรคที่รบกวนการนอน

ปิดเสียงและแสงที่อาจรบกวนการนอนได้ ไม่รับประทานอาหารก่อนเข้านอน

ไม่ทำกิจกรรมอื่น ๆ บนเตียงก่อนเข้านอน เช่น ดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วย ควรเริ่มกลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันตามปกติ เพื่อไม่ให้อยู่ในภาวะเมื่อยล้าอ่อนเพลียนานจนเกินไป

3.     รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามโภชนาการในปริมาณที่เหมาะสม

ไม่อดอาหาร โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้าดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ เพื่อป้องกัน

การเกิดภาวะขาดน้ำทำกิจกรรมนอกบ้านและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดอาการอ่อนเพลียเมื่อยล้า แต่ไม่ควรออกกำลังกายใกล้กับเวลาเข้านอนน้อยกว่า 4 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในการนอนได้

4.     หลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มที่เสี่ยงทำให้เกิดผลข้างเคียง

เป็นอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า หรือง่วงซึม หากจำเป็นต้องใช้ยา สามารถ

ปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับวิธีการใช้ยาหรือการปรับยาได้

5.     งดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน

ไม่สูบบุหรี่ และไม่ใช้ยาเสพติดหากเป็นอาการหาวบ่อย ๆ ที่เกิดจากภาวะ

เจ็บป่วยอื่น ๆ ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์ โดยแพทย์จะพิจารณารักษาตามอาการป่วยด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อไป เช่น มีปัญหาในการนอน แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ เช่น เข้านอนให้เป็นเวลา ออกกำลังกายหรือหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด รวมทั้งอาจจ่ายยานอนหลับเพื่อช่วยรักษาบรรเทาอาการด้วยผลข้างเคียงจากการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำให้ลดปริมาณยารักษาที่ใช้อยู่ เปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่น หรือหยุดใช้ยาชนิดนั้น ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ และไม่ปรับยาหรือหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันด้วยตนเอง

                นอกจากนี้ หากมีอาการหาวบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากโรคหรือภาวะเจ็บป่วยที่รุนแรง ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมจากแพทย์อย่างเร่งด่วน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรคลมชัก ตับวาย เป็นต้น

                เคยสังเกตไหมว่า ทุกครั้งที่เราเกิดความง่วงขึ้นก็มักจะมีอาการหาวตามมาเสมอ และการหาวทุกครั้งก็จะมีน้ำตาไหลออกมา หรือเอ่อล้นอยู่รอบดวงตาของเรา ว่าแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นเพราะอะไร วันนี้เรามีข้อมูลมาบอกค่ะ

                การหาวเป็นกระบวนการทางร่างกายไล่คาร์บอนไดออกไซด์ที่มากเกินไปในเลือดผ่านลมหายใจและรับเอาออกซิเจนเพิ่ม เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ซึ่งการอยู่ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียจากการทำงานมีส่วนทำให้เกิดอาการหาวได้ นอกจากนี้การหาวยังช่วยเพิ่มความเย็น ลดอุณหภูมิในสมอง กระตุ้นสารหล่อลื่นในปอด รวมทั้งเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจอีกด้วย

           ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมหาวแล้วน้ำตาไหลนั้น เกิดจากการที่อากาศเข้าไปในร่างกายเยอะแบบฉับพลัน ทำให้ความกดอากาศบนกล้ามเนื้อบนใบหน้าเปลี่ยนกะทันหัน จนดวงตาปรับตัวไม่ทัน กระบวนการของร่างกายจึงทำงานโดยสั่งให้ต่อมน้ำตาไหลมาเคลือบดวงตาเอาไว้ เพื่อป้องกันกระจกตาเสียหาย

 

ทำไมเราถึงหาว การหาวเป็นโรคติดต่อจริงหรือไม่ ?

            ในช่วงบ่ายๆ หรือเวลาที่ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเราต้องหาว หรือเมื่อเห็นคนรอบข้างหาวแล้วเราทำไมถึงหาวตาม ถึงแม้เราจะพยายามกลั้นไม่ให้หาวก็ไม่สามารถทำได้ ลองมาหาสาเหตุของปัญหาเหล่านี้ในบทความกันเลย

              ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนักวิจัยก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดของการหาว (Yawn) ได้ แต่หลายคนคาดเดาว่าสาเหตุของการหาวอาจจะมาจากความอ่อนเพลีย, ความเมื่อยล้า หรือความง่วง เช่น เมื่อเราเหนื่อย เราจะไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ การหาวจะช่วยให้เราสามารถหายใจเข้าลึกๆ นำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น และในขณะที่หายใจออกก็นำเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกจากร่างกายได้มากขึ้นอีกด้วยเช่นกัน

หรืออาจเกิดจากกระบวนการสร้างความเย็นแก่สมอง การหาวอาจช่วยลดอุณหภูมิภายในสมองได้ โดยในขณะที่หาว จะเกิดการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณลำคอ ใบหน้า และศีรษะ ส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงสมองได้รวดเร็วทำให้อุณหภูมิภายในสมองลดลง

            ถึงในปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันว่าการหาวเป็นโรคติดต่อจริงหรือเปล่า แต่ก็มีการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่าอาจจะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบโดยไม่รู้ตัว โดยจะเกิดขึ้นเมื่อเวลาเราเห็นใครคนหนึ่งกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ เซลล์สมองกระจกเงา (Mirror Neuron) จะสั่งให้สมองทำงานเหมือนว่าเรากำลังทำสิ่งเดียวกับคนๆ นั้นอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อเราเห็นคนอื่นหาวเราจึงหาวตาม

          อีกสมมติฐานคือ การเข้าใจถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์และความคิด ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้อื่นในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยการสวมบทบาทความคิดและความรู้สึกของผู้อื่นให้เหมือนตนเองอยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ ผ่านการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

           แต่หากวิเคราะห์เซลล์สมองกระจกเงา (Mirror Neuron) ในกลุ่มคนที่เป็นโรคจิตเภท หรือกลุ่มที่เป็นออทิสติก กลับพบว่าทั้ง 2 กลุ่มไม่ค่อยหาวเมื่อเห็นคนรอบข้างหาว เนื่องจากบุคคลทั้ง 2 กลุ่มเป็นมักจะมีปัญหาในการเข้าสังคมและไม่มีปฎิสัมพันธ์กับคนรอบข้างในปี ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) ได้มีการจัดงานศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้เกิดการหาว มีผู้ร่วมลงทะเบียนจำนวน 328 คน ภายในงานได้ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนชมวิดีโอที่มีคนกำลังหาวความยาวประมาณ 3 นาที พบว่าผู้เข้าร่วมงานจำนวน 222 คนหาวติดต่อกันอย่างน้อย 1 ครั้ง

           นอกจากนี้ การหาวยังสามารถแพร่กระจายข้ามสายพันธุ์ได้ เพราะจากการวิจัยของ School of Psychology, Birkbeck, University of London ที่ได้ทำการทดสอบเรื่องพฤติกรรมการหาวตามมนุษย์กับสุนัขที่มีอายุเฉลี่ย 6 ปี ทั้งหมด 29 ตัว โดยให้สุนัขอยู่ในห้องที่คุ้นเคยร่วมกับคนแปลกหน้า จากนั้นให้คนแปลกหน้าทำท่าหาวแบบมีเสียงและสบตากับสุนัข พบว่ามีสุนัขหาวตามมนุษย์จำนวน 21 ตัวจากทั้งหมด 29 ตัว หรือคิดเป็นร้อยละ 72

 

ความลับของการ "หาว" และเหตุผลที่ทำให้คนอื่นต้องหาวตาม

            หาว เป็นอาการที่พบได้บ่อย ๆ ในมนุษย์ทุกเพศทุกวัย ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าทำไมคนเราถึงต้องหาว แต่มีทฤษฎีอยู่มากมายเลยนะที่อธิบายว่า ทำไมคนเราถึงต้องหาว และทำไมเราถึงต้องหาวตามกัน ซึ่งทฤษฎีพวกนั้นก็ได้แก่…

           1. ช่วยให้เรารู้สึกตื่น

                 เป็นที่รู้กันดีว่า การหาวมักจะตามมาด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการบิดขี้เกียจ ซึ่งพฤติกรรมอันน่ารำคาญพวกนั้น อาจช่วยยับยั้งความรู้สึกง่วงที่เกิดขึ้นมาได้ นอกจากนี้กล้ามเนื้อพิเศษที่อยู่ในหู (กล้ามเนื้อเทนเซอร์ทิมพานี) จะถูกกระตุ้นในช่วงที่หาวด้วย ซึ่งจะทำให้แก้วหูและการได้ยิน ถูกกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ขึ้นมาใหม่ด้วย และนั่นจะช่วยเพิ่มความสามารถในการติดตามสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา หลังจากที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงก่อนที่จะเกิดอาการหาว แถมดวงตาที่เปิดกว้างขึ้น ยังอาจช่วยให้เพิ่มการตื่นตัวในการมองเห็นให้เราด้วย

             2. ช่วยเพิ่มความเย็นให้สมอง

                     การหาวจะช่วยให้สมองเย็นตัวลง เนื่องจากการหาวจะต้องทำให้ต้องสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ เพื่อดึงอากาศเย็น ๆ เข้าไปทางปาก จากนั้น ก็ทำให้เลือดที่กำลังจะสูบฉีดไปเลี้ยงสมองเย็นตัวลง ผู้ตั้งทฤษฎีนี้ขึ้นมาอ้างว่า มีการสังเกตเห็นอุณหภูมิของสมองเพิ่มสูงขึ้นในช่วงก่อนที่จะเกิดอาการหาว และสังเกตเห็นอุณหภูมิที่ลดลงในช่วงหลังเกิด

อาการหาว แต่การศึกษาวิจัยในครั้งนี้รายงานว่า อุณหภูมิของร่างกายและสมองที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นจะทำให้เกิดการหาวอย่างมากมาย แต่ไม่ได้ระบุว่าจะช่วยทำให้สมองเย็นลง

               นอกจากนี้ยังมีการสังเกตเห็นอัตราการหาวที่เพิ่มขึ้นในคนที่เป็นไข้ด้วย จึงมีการระบุว่า การหาวน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุณภูมิของร่างกายที่อบอุ่นขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ในเรื่องที่การหาวจะช่วยทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นตัวลง แค่ยืนยันว่าอุณหภูมิของร่างกายที่อบอุ่นขึ้น ทำให้เกิดอาการหาวขึ้นมาได้เท่านั้นเอง

             3. ทำหน้าที่คุ้มกันความปลอดภัย

                  มีการพบว่าสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังทั้งหมดมีพฤติกรรมที่คล้าย ๆ อาการหาวเกิดขึ้นเหมือนกัน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุคโบราณแล้วก็ได้ โดยทฤษฎีนี้ได้ตั้งสมมุติฐานว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม เวลาที่เรามีท่าทีที่จะถูกสัตว์เผ่าพันธุ์อื่นๆ โจมตีได้ง่าย มนุษย์ก็จะทำหน้าที่ป้องกันให้กันและกัน การหาวจึงเปรียบเสมือนเป็นสัญญาณเฝ้าระวังภัยในยุคที่มนุษย์เริ่มอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

 

ทำไมถึงมีการหาวตามกัน

              การหาวเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการหาวตามกันได้ ฉะนั้น เวลาที่เห็นใครหาวเราก็มักจะเกิดอาการหาวตามไปด้วย ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าการหาวตาม ๆ กันนั้น มี

ส่วนเกี่ยวข้องกับระดับความเข้าอกเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่มีการพบว่า ในกลุ่มคนที่เป็นโรคออทิสติกนั้น มักจะไม่ค่อยเกิดอาการหาวตามกัน รวมทั้งกลุ่มคนที่ไม่มีความอาทรต่อผู้อื่นด้วย นอกจากนี้สุนัขก็ถูกจัดให้เป็นสัตว์ที่มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นสูงด้วย ฉะนั้น จึงสามารถหาวตามมนุษย์ได้เหมือนกัน

              กล่าวโดยสรุปก็คือนักประสาทวิทยาได้ตั้งสมมุติฐานไว้มากมายว่าทำไมคนเราถึงต้องหาว ซึ่งทำให้เรามองเห็นภาพกลไกที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการหาวขึ้นมา แต่คำตอบที่แน่ชัดว่าทำไมคนเราถึงต้องหาวนั้นยังเป็นปริศนาอยู่จริง ๆ แล้วการหาวอาจเป็นสัญญานทางร่างกาย ที่เกิดอาการชิงดีชิ่งเด่นกันระหว่างอาการตื่นตัวและอาการง่วงนอน แล้วในที่สุดก็ทำให้เกิดอาการงัวเงียขึ้นมา แต่อาการง่วงนอนเกิดมีชัยขึ้นมา แล้วชี้ชวนให้คนขับจอดรถเพื่อพักผ่อนล่ะก็ เราก็ควรทำตามคำสั่งของร่างกายนะ

 

ไม่อยากหาว ต้องทำอย่างไร

1.     หายใจเข้าออกลึก ๆ

ถ้าใครรู้สึกว่าตัวเองเกิดอาการหาวอย่างมากมาย ก็ลองฝึกหายใจเข้าออกทาง

จมูกลึกๆ ร่างกายอาจต้องการออกซิเจนในปริมาณมากขึ้น การศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าการหายใจเข้าออกลึกๆ จะช่วยลดอาการที่อยากหาวตาม ๆ กันได้

2.     เคลื่อนไหวร่างกาย

ควรเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น อย่างนั่งนิ่ง ๆ นอกจากนี้ การหยุดทำอะไร

ที่เป็นกิจวัตรก็จะช่วยกระตุ้นสมองให้เราได้ ฉะนั้น ความรู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อยหน่าย และเครียดนั้น มักจะทำให้คนเราเกิดอาการหาวมากขึ้นได้ อาการหาวอย่างมากมายอาจเป็นผลมาจากการบริโภคคาเฟอีนเข้าไปมากเกิน เลยทำให้ร่างกายต้องทำการล้างสารพิษนั้นออกมา และกระบวนการล้างพิษนั้นก็จะทำให้เรารู้สึกงัวเงียขึ้นมาได้เหมือนกัน

               3. ทำร่างกายให้เย็นลง

                   อาจใช้วิธีออกไปเดินเล่น ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท หรือมีอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำกว่าที่เป็นอยู่ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาจะทำเช่นนี้ได้ ก็ลองดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ หรือกินขนมเย็นๆ อย่างไอศครีมหรือน้ำแข็งใสดูก็ได้ เมื่ออุณหภูมิของร่างกายเย็นลงแล้ว ก็น่าจะช่วยให้อาการหาวดีขึ้นได้

 

ถ้าหาวบ่อยเกินไปควรต้องไปพบคุณหมอหรือไม่

            ควรไปพบหมอ ถ้ารู้สึกว่าอาการหาวไม่ปกติ และมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย ซึ่งเป็นอาการที่รบกวนการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ควรบอกหมอว่า มีอาการหาวเกิดขึ้นเมื่อไหร่ รวมทั้งอาการอย่างอื่นร่วมด้วย อย่างเช่น การเห็นภาพพร่ามัว เจ็บปวดในบริเวณไหน หรืออดหลับอดนอนหรือเปล่า ข้อมูลพวกนี้อาจช่วยคุณหมอวินิจฉัยอาการที่ซ้อนเร้นอยู่ได้ รวมทั้งแนะนำการรักษาที่เหมาะกับเรา

 

 

แหล่งข้อมูล

https://bit.ly/2Yvgqc8

https://www.vichaiyut.com/th/health/informations/question-healthy-yawn-tears/

https://tips.thaiware.com/1359.html

https://tips.thaiware.com/1359.html

https://www.sanook.com/health/12297/

 

--------------------------------------------------

 

จะท้อไปใยเมื่อใจยังเต้น...

เมื่อเส้นเลือดยังแดงฉาน...

จงต่อสู้ฝ่าฟันเหล่าหมู่มาร...

ตั้งปณิธานไม่ยอมแพ้แม้โควิดเอย...

 

ทุกอย่างไม่แน่นอนเลย จงอย่าประมาท...

เพราะคนชื่อน้อย แต่ตัวใหญ่ก็มากมี...

แม้คนชื่อมี ทุกข์ยากก็เหลือหลาย...

คนชื่อบุญหลาย ก็ยังตายไปเมื่อวานนี้...

คนที่ตาย ก็จงเอาไปฝัง...

คนที่ยัง ก็จงทำความดี....

โอ๊ย !! มันบ่แน่ ดอกนาย....

ทุกข์ อยู่ที่ถือ...

สุข อยู่ที่การรู้จักปล่อยวาง...

จะมัวทุกข์อยู่ไปใย...

จงตัดใจปล่อยวางสิ่งที่สูญหายไป...

 

สตรีมีอำนาจเหนือขุนพล...

อย่าทะนงตนว่าแข็งแกร่ง...

เมื่อยังมีเรี่ยวแรง ก็อย่าประมาท...

เพราะผู้ประมาทแล้วเหมือนคนตายแล้ว...

 

ในชั่วก็อาจจะมีดี...

ในดี ก็อาจจะมีชั่ว...

จงอย่าทำตัวให้หนัก...

เมื่อหนัก ก็ให้หยุดพัก...

ไม่นานนัก ก็คงจะถึงเส้นชัย...