เคล็ด(ไม่)ลับของการมีอายุยืน (4)


         ความจริงว่าเรื่องเคล็ด(ไม่)ลับของการมีอายุยืนนี้จะให้จบภายใน3ตอน แต่บังเอิญมีเหตุให้ต้องขยายออกไปอีกเพราะเมื่อช่วงออกพรรษาที่ผ่านมา มีการทอดกฐินที่วัดแห่งหนึ่งในจ.สิงห์บุรี มีโยมพี่สาวโทรมาเล่าให้ฟังว่าเพื่อนของลูกตั้งใจจะไปร่วมงานนี้แต่ก็ไปไม่ถึงวัดเพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ซึ่งเป็นแฟนกัน ขณะที่ลูกของพี่สาวมาถึงวัดก่อนก็โทรคุยบอกเส้นทางกันตลอดว่ามาถึงไหนแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับอีกเลย มารู้อีกทีก็ทราบว่ามีรถแซงขึ้นมาพุ่งมาชนเสียชีวิตทันทีทั้งสองคนในที่เกิดเหตุ สร้างความเสียใจให้กับญาติๆเป็นอันมาก

          จากเหตุนี้ทำให้การหาเหตุที่จะทำให้อายุยืนมาวินิจฉัยก็ต้องมีมากขึ้นอีกไม่ใช่ฉันทะอย่างเดียวเสียแล้ว  อย่างกรณีของน้องที่เกิดอุบัติเหตุตายกระทันหันนี้  เชื่อได้ว่าด้วยวัยเพียง36ปีเท่านี้ ฉันทะคือแรงบันดาลใจที่จะมีชีวิตอยู่ยังคงมีมากมายมหาศาล แต่ก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย  ดังนั้นก่อนที่จะมองหาปัจจัยอื่นมาประกอบหาเหตุปัจจัยที่ทำให้คนมีอายุยืนนี้ จะขอนำ มหธัมมปาลชาดก มาเล่าให้ฟังดังนี้

              มีตระกูลเศรษฐีตระกูลหนึ่งได้ส่งลูกชายชื่อธัมมปาละไปเรียนที่เมืองตักศิลา ต่อมาลูกชายของอาจารย์ได้เสียชีวิตลง ในขณะที่ตัวอาจารย์และลูกศิษย์ทุกคนพากันร้องไห้เศร้าโศกอยู่นั้น มีแต่ธัมปาละเท่านั้นที่ไม่เศร้าโศก เขากล่าวว่า “เป็นไปได้หรือที่คนจะตายตั้งแต่ยังหนุ่ม ในตระกูลข้าพเจ้าไม่เคยมีคนตายตั้งแต่ยังหนุ่มเลย” เมื่ออาจารย์เรียกมาซักถาม ธัมมปาละก็ตอบว่า เป็นความจริงว่าในตระกูลของเขาไม่เคยมีคนตายตั้งแต่ยังหนุ่ม อาจารย์จึงต้องการพิสูจน์ความจริง จึงเดินทางไปหาบิดาของธัมปาละ และได้นำกระดูกแพะใส่ย่ามไปด้วย  เมื่อไปถึงบ้านบิดาของธัมมปาละ หลังจากแนะนำตัวทักทายกันแล้ว พักจนหายเหนื่อย ก็แสร้งทำกิริยาเศร้าโศกกล่าวว่า

          อาจารย์    “ข้าพเจ้าเสียใจที่จะบอกท่านว่า บัดนี้บุตรชายของท่านได้เสียชีวิตแล้ว” ทันใดนั้น บิดาของธัมปาละก็ปรบมือหัวเราะ พร้อมกับพูดด้วยเสียงอันดังว่า

           บิดา   “เป็นไปไม่ได้ บุตรของข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ยังไม่ตาย ตระกูลของเราไม่มีใครเคยตายในวัยหนุ่มสาว”     อาจารย์เห็นดังนั้น จึงเปิดย่ามออก 

           อาจารย์   “นี่ไง กระดูกบุตรของท่าน”  บิดาของธัมปาละได้เห็นก็หัวเราะอีกกล่าวว่า

            บิดา    “นั่นไม่ใช่กระดูกของธัมปาละ เป็นกระดูกแพะหรือกระดูกของคนอื่น  ไม่ใช่กระดูกของธัมมปาละอย่างแน่นอน”

            เมื่อเห็นความมั่นใจของบิดาของธัมมปาละเช่นนั้น อาจารย์จึงยอมบอกความจริงและถามว่าเพราะเหตุไรเขาจึงคิดว่าบุตรชายยังไม่ตาย บิดาของธัมปาละจึงเล่าให้ฟังว่าตระกูลของเรา พ่อ แม่ พี่น้อง หญิงชาย ลูกเมีย ทาสชายหญิง บุคคลรอบข้างที่อาศัยเลี้ยงชีพและคนงานทั้งหมด พวกเรารักษาธรรมคือกุศลกรรมบถ 10 ได้แก่

1) ไม่ฆ่าสัตว์ มีเมตตาช่วยเหลือ

2) ไม่ลักทรัพย์ เคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ให้ทานแก่สมณพรามหมณ์ คนยากจน 

3) ไม่ประพฤติผิดในกาม  

4) ไม่พูดคำเท็จ ไม่ดื่มน้ำเมา

5)ไม่พูดส่อเสียด แต่ช่วยพูดสมานคนที่แตกร้าว พูดให้คนสามัคคีกัน

6) ไม่พูดคำหยาบ พูดแต่คำสุภาพอ่อนหวาน

7) ไม่พูดเพ้อเจ้อ พูดมีเหตุผล ถูกกาลเทศะ 

8) ไม่เพ่งล็งอยากได้ของคนอื่น ยินดีพอใจในการให้ 

9) ไม่คิดร้ายต่อคนอื่น 

10) มีสัมมาทิฏฐิ 

              และในส่วนท้ายของชาดก บิดาของธัมมปาละกล่าวว่า  "ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้ นี่เป็นอานิสงส์ในธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ผู้ประพฤติธรรมย่อมไม่ไปสู่ทุคติ" 

            เนื้อหาในชาดกมีประมาณนี้                 

             ดูจากมหธัมมปาลชาดก เหตุที่ทำให้ไม่ตายตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาวได้แก่กุศลกรรมบถ 10 และหากจะมองดูธรรมในกุศลกรรมบถ10 ดูจริงๆ (ตามความเห็นของอาตมา) ธรรมที่สำคัญที่ประกอบเป็นเจตนาหลักๆตั้งแต่ข้อ1-9 คือ ความเมตตา(ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข) และความกรุณา(ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นจากทุกข์) ส่วนข้อ10 หมายเอาถึงปัญญา  ดังนั้นจึงน่าคิดว่าเป็นไปได้ไหมว่า ความเมตตา ความกรุณา จะมีส่วนทำให้รอดพ้นจากอุบัติภัยทั้งหลาย ฝากเป็นข้อคิดให้ผู้อ่านช่วยวินิจฉัยต่อไป         บทความตอนนี้ยาวมากแล้ว คงต้องมีตอนหน้าที่จะนำเอาคนที่รอดตายเพราะความเมตตามาสนทนาธรรมต่อไป  

 

หมายเลขบันทึก: 693030เขียนเมื่อ 29 ตุลาคม 2021 12:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 ตุลาคม 2021 12:20 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง