เสือนอนกิน


เสือนอนกิน

เสือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ฟิลิดี ซึ่งเป็นเชื้อสายเดียวกับแมว โดยเสือจะมีลำตัวค่อนข้างใหญ่กว่าและอาศัยอยู่ภายในป่า ขนาดของลำตัวประมาณ 168-227 เซนติเมตร และหนักประมาณ 180-245 กิโลกรัม รูม่านตากลม มีลักษณะและรูปร่าง รวมทั้งพฤติกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากสัตว์ในกลุ่มอื่น หากินเวลากลางคืน มีถิ่นกำเนิดในป่า เสือส่วนใหญ่ยังคงมีความสามารถในการปีนป่ายต้นไม้ ยกเว้นเสือชีตาร์ เสือทุกชนิดมีกรามสั้นและแข็งแรง มีเขี้ยว 2 คู่สำหรับกัดเหยื่อ ทั่วทั้งโลกมีสัตว์ที่อยู่ในวงศ์เสือและแมวประมาณ 37 ชนิด ซึ่งรวมทั้งแมวบ้านด้วย

เสือเป็นสัตว์ที่มักดำรงชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ยกเว้นแม่เสือที่มีลูกอ่อน เสือแต่ละตัวมีอาณาเขตหากินที่ไม่ห่างไกลกันนัก โดยทั่วไปเสือจะหลบซ่อนตัวตามถ้ำ โพรงไม้ และในบริเวณที่มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น เสือแต่ละตัวมีอาณาเขตอาศัยเป็นของตัวเอง เสือตัวผู้มีขนาดพื้นที่อาศัยประมาณ 267-300 ตารางกิโลเมตร ส่วนตัวเมียมีขนาดพื้นที่อาศัยประมาณ 60-70 ตารางกิโลเมตร ในพื้นที่ที่มีเหยื่ออุดมสมบูรณ์

ในระบบนิเวศเสือถือว่าเป็นผู้ล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร โดยการล่าเหยื่อของเสือนั้นถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ช่วยทำให้ระบบนิเวศมีความสมดุลกัน เสือจะทำหน้าที่ควบคุมประชากรสัตว์กินพืชในผืนป่าไม่ให้มีจำนวนมากเกินไป หากป่าแห่งใดมีเสืออาศัยอยู่ผืนป่านั้นย่อมมีสัตว์ที่เป็นอาหารของเสือ เสือจึงเป็นดัชนีวัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าอย่างแท้จริง เหมือนดังเช่นสำนวนที่ว่า “เสือพีเพราะป่าปก ป่ารกเพราะเสือยัง”


 

เสือจัดเป็นสัตว์นักล่าที่มีความสง่างามในตัวเอง โดยเฉพาะเสือขนาดใหญ่ที่แลดูน่าเกรงขาม ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งหรือเสือดาว ผู้ที่พบเห็นเสือในครั้งแรกย่อมเกิดความประทับใจในความสง่างาม แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดความหวาดหวั่นเกรงขามในพละกำลังและอำนาจภายในตัวของพวกมัน เสือจึงได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งสัตว์ป่าและเป็นเจ้าแห่งนักล่าอย่างแท้จริง

เสือเป็นสัตว์กินเนื้อซึ่งจับสัตว์กินพืชเป็นอาหารมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ ขนาดของเหยื่อมักจะมีน้ำหนักประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัวของมัน เสือจะซุ่มย่องเข้าหาเหยื่อ วิ่งไล่ตะครุบและกัดเหยื่อด้วยเขี้ยวคมและฟันกรามอันแข็งแรง มักจะออกล่าเหยื่อโดยลำพัง ไม่มีการแบ่งปันอาหาร และจะล่าเหยื่อเมื่อมันหิวเท่านั้น เมื่อเสืออิ่มจะไม่ล่าเหยื่อ

อุปนิสัยโดยทั่วไปของเสือมักใช้ชีวิตสันโดษ และมักเป็นนักล่าฉายเดี่ยว โดยมีวิธีการล่าเหยื่อด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทางตาและฟังเสียง มากกว่าการดมกลิ่น และมักจะออกล่าเพียงลำพัง วิธีการล่าเหยื่อของเสือจะมีวิธีการซุ่มรอเช่นเดียวกับเสือและแมวทั่วไป โดยจะอาศัยต้นไม้ใบหญ้าพรางตัวแล้วค่อยๆย่องเข้าไปใกล้เหยื่อทางด้านหลังหรือด้านข้าง เมื่อได้จังหวะและระยะพอเหมาะเสือจะกระโจนเข้าใส่เหยื่อที่หมายตาไว้อย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่บริเวณคอของเหยื่อซึ่งเป็นจุดตายสำคัญ

เมื่อกินเหยื่อจนอิ่มหนำสำราญแล้ว เสือจะนำหญ้าหรือเศษใบไม้มาคลุมอำพรางเหยื่อไว้เพื่อกลับมากินซากที่เหลือต่อในสองถึงสามวัน ซึ่งเสือตัวหนึ่งสามารถกินเนื้อได้ถึง 40 กิโลกรัมในแต่ละครั้ง ดังนั้นเสือต้องกินเก้งถึง 3 ตัวต่อสัปดาห์จึงจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ถ้ากินกวาง 1 ตัว อาจอยู่ได้ทั้งสัปดาห์ บางครั้งหากประสบภาวะขาดแคลนอาหาร เสืออาจจะล่าสัตว์เล็กอย่างลิง นก ปลา หรือสัตว์เลื้อยคลาน หรือแม้กระทั่งอาจล่าพวกเดียวกันเอง หรือสัตว์ล่าเหยื่อชนิดอื่นๆ

สำนวน "เสือนอนกิน" หมายถึง คนที่ได้รับผลประโยชน์หรือกำไรโดยที่ตนเองไม่ต้องลงทุนลงแรงใดๆ
สำนวนนี้ใช้ในการเปรียบเปรยถึงคนที่ได้รับผลประโยชน์หรือผลกำไรโดยไม่ต้องลงทุนลงแรงทำงาน หรือการมีส่วนได้ในผลประโยชน์จากกิจการต่างๆที่ตัวเองมีอำนาจ มีอิทธิพล เป็นผู้ควบคุมบงการอยู่ข้างหลัง

ที่มาของสำนวนมาจากการล่าสัตว์ของเสือ หากล่าได้สัตว์ใหญ่เสือจะเก็บซากของเหยื่อเอาไว้กินในวันต่อไป ทำให้ไม่ต้องออกล่าเหยื่ออีก

สำนวน “เสือนอนกิน” มีปรากฏในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี  ตอน นางละเวงไปต่อว่าบาทหลวงที่สอนมังคลาให้ตีเมืองการะเวกว่า

"...จะรบราฆ่าฟันกันออกวุ่น
เพราะเจ้าคุณหรือมิใช่หรือใครสอน
อยู่กุฏิมีสุขไม่ทุกข์ร้อน
เหมือนเสือนอนกินควายสบายครัน..."

ตัวอย่าง

เสี่ยสมชายเป็นคนมองการณ์ไกล ไม่อยากให้ครอบครัวลำบาก จึงได้ลงทุนสร้างอพาร์ตเม้นท์ให้เช่าเอาไว้ ตอนนี้เขาก็กลายเป็นเสือนอนกิน วันๆไม่ต้องทำอะไรมากมีรายได้จากค่าเช่าห้องก็อยู่ได้สบายๆ

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 

หมายเลขบันทึก: 692827เขียนเมื่อ 13 ตุลาคม 2021 12:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 ตุลาคม 2021 05:27 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี