#ไม่มีใครตัดสินและยอมรับในความเป็นคุณได้....นอกจากใจคุณ....

ในสภาพจิตใจที่ว้าวุ่นสับสน....กังวลต่อเรื่องราวในอดีตที่ไม่พึงปรารถนา....
คุณปฏิสัมพันธ์กับคนมากหน้าหลายตา....ทั้งที่ชอบ.หลง.โกรธ.เกลียด.
#คุณได้ถ่ายโอนพลังงานส่วนหนึ่งของคุณให้พวกเขาไป....
แต่คุณก็ยังได้รับพลังงานส่วนหนึ่งของพวกเขา....โดยที่คุณไม่รู้ตัว....
และไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม....ดังนั้น....ในจิตใต้สำนึกของคุณ....
#มันจึงมีใบหน้าของผู้คนเหล่านั้นซุกซ่อนอยู่....ในจิตใต้สำนึกเสมอ....

มันเป็นคุณงามความดี....มันเป็นตราบาป....มันเป็นบาดแผล....หรืออะไร?
มันก็จะฝังแน่นจดจำบทบาท.บาดแผล....หากคุณไม่ยอมล้าง.ไม่ยอมลืม....
ซึ่งทุกคนต่างก็มีความสำคัญสำหรับคุณที่แตกต่างกันไปในผู้คนเหล่านี้....
#คือผู้ที่สร้างบทเรียน.#สร้างประสบการณ์.#แม้จะยอมรับหรือไม่มันก็เกิดแล้ว.

ทางออกที่ดีคืออโหสิกรรม....ยินยอมซ่อมใจน้อมรับความจริงด้วยธรรมมะ.
ละเสียแล้วเรียนรู้พระธรรม....ตั้งสติ.สมาธิ.แล้วปัญญาจะเกิดเปล่งแสงพลัง.
#ฉันยังเป็นกำลังใจให้เสมอแม้จะไม่สามารถบอกได้โดยตรงก็ตาม....
ฉันเฝ้ามองเตือนคุณเป็นปกิณกะเพราะไม่ต้องรบกวนจิตใจอันอ่อนไหว....
ยังห่วงใยและเมตตาต่อคุณเสมอ....ที่รักของฉัน.
ยุกยิก จักรวาล 12-10-64
ชอบประโยคนี้จัง…“ฉันเฝ้ามองเตือนคุณเป็นปกิณกะเพราะไม่ต้องรบกวนจิตใจอันอ่อนไหว”