เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2564. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม แถลงข่าวประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติประจำปี 2564 เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย 4 ตุลาคม 2564 ว่า ในปีนี้ มีผู้เสนอรายชื่อภาพยนตร์ไทยเข้ารับการพิจารณา เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ จำนวน 1,500 คน รวมภาพยนตร์ จำนวน 317 เรื่อง โดยคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกภาพยนตร์ ให้เหลือ จำนวน 11 เรื่อง เพื่อได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ 11 ประจำปี 2564 ดังนี้
1. โสกันต์พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต (ปี 2471) 2. ห้วงรักเหวลึก (ปี 2498) 3. คำปราศรัยในวันครบรอบปีที่ 2 แห่งการปฏิวัติ 20 ตุลาคม 2503 (ปี 2503) 4. สุรีรัตน์ล่องหน (ปี 2504) 5. นิสิตพัฒนา (ปี 2505) 5. โฆษณาเพียว (ปี 2506-2508) 7. การเดินทางอันแสนไกล (ปี 2512) 8. ทอง (ปี 2516) 9. วิมานดารา (ปี 2517) 10. สาย สีมา นักสู้สามัญชน (ปี 2524) และ 11. Goal Club เกมล้มโต๊ะ (ปี 2544)
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วรวม 221 เรื่องนาย ภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน ล้วนมีความสำคัญและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ความทรงจำทางด้าน การเมือง มานุษยวิทยา สังคม และวัฒนธรรม อาทิ เรื่องห้วงรักเหวลึก สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมเรื่องสิทธิสตรีในสังคมไทยยุคแรกเริ่ม ทั้งการตอบโต้การกดขี่ทางเพศ เรื่องสุรีรัตน์ล่องหน ภาพยนตร์แนวนิยายวิทยาศาสตร์กึ่งแฟนตาซีที่สร้างจากบทละครวิทยุได้รับความนิยมอย่างมากโดยดำเนินเรื่องด้วยตัวละครหญิงเป็นหลัก ขณะที่ เรื่องนิสิตพัฒนา ถ่ายทอดการออกค่ายอาสาพัฒนาในยุคแรกของนิสิตนักศึกษาไทยที่สร้างขึ้นโดยสำนักข่าวสารอเมริกัน
เรื่อง การเดินทางอันแสนไกล ภาพยนตร์ที่มีการบันทึกการมาเยือนเมืองไทยของนีล อาร์มสตรอง พร้อมด้วยคณะนักบินอวกาศชาวอเมริกันที่ไปสำรวจดวงจันทร์ได้เป็นกลุ่มแรกของโลก โดยเล่าผ่านเรื่องราวของอรนุช พาชื่น เด็กหญิงจากจังหวัดสุรินทร์ เรื่องทอง ภาพยนตร์บู๊ระทึกผลงาน ฉลอง ภักดีวิจิตร ที่ได้มีการทุ่มทุนสร้างนำดาราชื่อดังจากต่างประเทศมาร่วมงานจนได้รับความสำเร็จอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ
เรื่องสาย สีมา นักสู้สามัญชน สร้างจากนวนิยายเรื่องปีศาจของเสนีย์ เสาวพงศ์ โดยกลุ่มนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ตัวแทนในโลกภาพยนตร์เพียงหนึ่งเดียวของวรรณกรรมที่ส่งอิทธิพลต่อบรรดานักคิดนักเขียนไทยและผู้คนทุกยุคสมัย ส่วน เรื่องเกมล้มโต๊ะ แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของคนทำหนังในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สุดช่วงหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ผ่านการเล่าเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นชายยุคมิลเลนเนียม และกระแสความคลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลในเมืองไทย เป็นต้น
(อ้างอิงที่มาข้อมูล : ไทยรัฐออนไลน์ 4/10/2564)