บันทึกนี้ เขียนจากการสะท้อนคิด จากการอ่านบทความเรื่อง Universities and innovation districts : who benefits? ที่ลงใน เว็บไซต์ University World News รีวิวหนังสือ Anchoring Innovation Districts: The entrepreneurial university and urban change เขียนโดย Costas Spirou โดยเขาบอกว่า หลากหลายมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ลงทุนสร้างพื้นที่หรืออาคาร สำหรับเป็นกลไกเชื่อมต่อระหว่างภาคธุรกิจกับภาควิชาการ ให้มีกิจกรรม incubator, start-up, hub, accelerator รวมทั้งมีพื้นที่ให้ภาคธุรกิจเข้ามาเช่าดำเนินกิจการ เท่ากับมหาวิทยาลัยทำหน้าที่ร่วมสร้าง “พื้นที่นวัตกรรม” ขึ้นมาในเมือง
เป็นกลไก university – business engagement ด้วยความใกล้ชิดเชิงกายภาพ เพื่อนำไปสู่ความใกล้ชิดเชิงความคิดหรือเชิงสมองหรือเชิงปัญญา ชักนำการเปลี่ยนแปลงให้คนมหาวิทยาลัยทำงานวิชาการด้วยโจทย์จากภาคธุรกิจ และให้ภาคธุรกิจริเริ่มธุรกิจใหม่โดยมีนวัตกรรมเป็นตัวหนุน
ผมคิดต่อว่า เมื่อเอ่ยเรื่องธุรกิจ ก็ต้องมีกลไกอำนวยความสะดวกเรื่องทุนด้วย ที่เรียกว่า venture capital สมัยนี้เงินเหลือใช้ในโลกนี้มีล้น ต้องหาวิธีเอาไปทำประโยชน์แก่ผู้คนและแก่มนุษยชาติ เนื่องจากเป็นเงินเหลือใช้ จึงเอาไปลงทุนแบบเสี่ยงหน่อยได้ โดยที่หากปะเหมาะ กลายเป็นกิจการที่รุ่งโรจน์ ก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาชดเชยการลงทุนอื่นๆ ที่ไปไม่รอด สถิติบอกว่า การลงทุนแบบนี้เพียงร้อยละ ๒ เท่านั้น ที่รุ่งโรจน์ และร้อยละ ๒ นี่แหละที่ได้ผลตอบแทนการลงทุนเอาไปชดเชยการขาดทุนของร้อยละ ๙๘ ของโครงการได้
แต่สำหรับมหาวิทยาลัย การเข้าไปดำเนินกิจการนี้ เป้าหมายหลักไม่ใช่เพื่อหารายได้ แต่เพื่อขยาย “ชาลาการปฏิบัติงาน” (operating platform) เพื่อสร้างบัณฑิตแนวใหม่ และหนุนให้อาจารย์ทำงานวิชาการแนวใหม่ ดังที่ผมสะท้อนคิดไว้ใน บันทึกนี้ เกี่ยวกับบริษัท อ่างแก้วโฮลดิ้ง ของ มช.
กลับมาที่บทความเรื่อง Universities and innovation districts : who benefits? ที่มีข้อถกเถียงเรื่องคุณประโยชน์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งสำหรับผม ไม่ใช่ประเด็นเชิง either … or … แต่เป็นประเด็นเชิง both … and … รวมทั้งต้องถกเถียงกันเลยโจทย์ what ไปสู่โจทย์ how และ why
มหาวิทยาลัยต้องมีประโยชน์ต่อสังคมหลายด้าน และแต่ละมหาวิทยาลัยควรมีจุดเน้นของตน โดยต้องพิสูจน์คุณค่าของตนผ่านการกระทำและผลงาน บทความนี้เป็นบทวิจารณ์หนังสือ ที่เขียนวิจารณ์หนังสือ Anchoring Innovation Districts: The entrepreneurial university and urban change เขียนโดย Costas Spirou ที่ช่วยให้เราพอมองเห็นภาพบทบาทของมหาวิทยาลัยผู้ประกอบการในสหรัฐอเมริกา ว่าส่งผลกระทบต่อสังคมในด้านบวกและด้านลบอย่างไร
โดยที่หนังสือเล่มนี้เน้นบทบาทของมหาวิทยาลัยกับ urban change ซึ่งน่าจะเข้ากันกับมหาวิทยาลัยไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราะกระบวนการกลายเป็นเมือง (urbanization) กำลังเกิดขึ้นทั่วระเทศ ทุกมหาวิทยาลัยไทยมีโอกาสเข้าไปขับเคลื่อนกระบวนการนี้ โดยทำให้ “เมือง” ที่กำลังพัฒนาขึ้นนั้น มีการดำรงชีวิตและทำมาหากินจากการสร้างนวัตกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัย
น่าเสียดายที่ประเทศไทยขาดการวิจัยและการเขียนหนังสือในทำนองนี้ ที่จะช่วยกระตุ้นการทำหน้าที่มหาวิทยาลัยเพื่อสร้างผลกระทบใหม่ๆ ให้แก่สังคม
มีบทความรีวิวหนังสือ Anchoring Innovation Districts: The entrepreneurial university and urban change อีกรีวิวหนึ่งที่ (๒)
ผมเขียนเรืองมหาวิทยาลัยผูกพันสังคมไว้ที่ (๑) เป็นเรื่อง university transformation เช่นกัน
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.ย. ๖๔