หนังสือ HBR’s 10 Must Reads : On Leadership (2011)  รวบรวมบทความในวารสาร Harvard Business Review  เกี่ยวกับเรื่องภาวะผู้นำ  รวม ๑๐ เรื่อง    เป็นการมองภาวะผู้นำจากมุมของธุรกิจ    เขียนโดยกูรูด้านวิชาการบริหารธุรกิจ    บางเรื่องเขียนเมื่อกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว     บางคนเสียชีวิตแล้ว  เช่น Peter Drucker 

เรื่องแรก  ผู้นำที่ดีมีคุณลักษณะอย่างไร    เรื่องนี้เขียนโดย Daniel Goleman เมื่อปี ๒๕๓๙  ท่านตอบว่า คือผู้ที่มี ความฉลาดทางอารมณ์ (emotional intelligence) สูง     โดยแตกความฉลาดทางอารมณ์ ออกเป็นคุณลักษณะย่อยได้ ๕ ประการคือ  (๑) รู้จักตัวเอง (self-awareness)  (๒) กำกับตนเองได้ (self-regulation)  (๓) มีแรงจูงใจ (motivation)  (๔) เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น (empathy)  (๕) ทักษะทางสังคม (social skill)    ในหนังสือมีคำอธิบายขยายความมาก

เรื่องที่สอง  ผู้บริหารที่ผลงานสูงมีคุณลักษณะอย่างไร    เขียนโดย Peter F. Drucker    บอกว่ามีพฤติกรรม ๘ ประการคือ  (๑) ตั้งคำถาม ‘เรื่องสำคัญที่ต้องทำคืออะไร’  (๒) ตั้งคำถาม ‘สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับบริษัทคืออะไร’  (๓) พัฒนาแผนปฏิบัติ  (๔) รับผิดชอบตัดสินใจ  (๕) รับผิดชอบในการสื่อสาร  (๖) โฟกัสที่โอกาส มากกว่าที่ปัญหา  (๗) ดำเนินการประชุมอย่างมีผลิตภาพ  (๘) ใช้คำว่า “เรา” มากกว่าคำว่า “ฉัน” 

เรื่องที่สาม  ผู้นำทำอะไร  เขียนโดย John P. Kotter   ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ แต่สาระยังทันสมัยอย่างยิ่ง    สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้งคือ ผู้นำต่างจากผู้จัดการหรือผู้บริหาร    ผู้บริหารทำหน้าที่จัดการความซับซ้อน   ส่วนผู้นำมุ่งจัดการการเปลี่ยนแปลง    และจริงๆ แล้วคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต้องผสมสองส่วนนี้ให้กลมกลืนกัน และเกิดพลัง   โดยที่ทั้งสองคุณสมบัตินี้ฝึกได้   

ผู้บริหารทำหน้าที่สร้างความชัดเจนจากความไม่ชัดเจน    ด้วยการทำแผน กำหนดและจัดสรรทรัพยากร ควบคุมให้ดำเนินการตามแผน  และแก้ปัญหา   ส่วนผู้นำทำหน้าที่กำหนดทิศทางเป้าหมาย   ทำให้คนมุ่งสู่ทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน (alignment)   และสร้างแรงจูงใจเพื่อการบรรลุเป้าหมายนั้น                

เรื่องที่สี่  ภารกิจของผู้นำ   คือดำเนินการเอาชนะความท้าทายให้ต้องปรับตัว (adaptive challenges)    หรือมุ่งที่งานปรับตัว (adaptive work)    โดยต้องรับรู้ว่าต้องเปลี่ยน   เปลี่ยนอย่างไร   จัดการอย่างไร      

ในทางปฏิบัติต้อง (๑) เห็นภาพใหญ่ และภาพเคลื่อนไหว  (๒) หาจุดที่ต้องเปลี่ยนให้พบ  (๓) จัดการความยุ่งยาก  (๔) ให้พนักงานเห็นประเด็นสำคัญ ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องจุกจิก  (๕) ให้พนักงานได้เป็นผู้นำ ณ จุดปฏิบัติงานของตน (๖) ปกป้องการแสดงข้อคิดเห็น จากจุดปฏิบัติงาน   

ต้องมียุทธศาสตร์การเรียนรู้    ที่ผมเรียกว่า double-loop learning           

เรื่องที่ห้า ทำไมคนอื่นจึงยอมรับคุณเป็นผู้นำ    คำตอบคือ เพราะคุณมีคุณสมบัติพิเศษ ๔ ประการ  (๑) เลือกแสดงจุดอ่อน เพื่อให้เป็นคนเข้าถึงง่าย   (๒) มีปัญญาญาณในการเลือกจังหวะและวิธีปฏิบัติ   การมีปัญญาญาณขึ้นกับการมีข้อมูลมาก (๓) แสดงความเห็นอกเห็นใจผู้ร่วมงาน (๔) กล้าแตกต่างจากคนอื่น    คุณสมบัติ ๔ ประการนี้เมื่อผสมกันแล้วทำให้คุณโดดเด่น เป็นที่ยอมรับ    ในบทความมีรายละเอียดภาคปฏิบัติที่มาจากงานวิจัย และงานที่ปรึกษา    

เรื่องที่หก  แก่นของภาวะผู้นำ    คือความเป็นนักเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี    เป็นคนแกร่งนักหาหรือสร้างความหมายจากปัญหาร้ายแรง     

เรื่องที่เจ็ด   ภาวะผู้นำระดับ ๕  ชัยชนะของความอ่อนน้อมถ่อมตนและการแก้ความขัดแย้ง  เขียนโดย Jim Collins   บอกว่า ผู้นำระดับ ๕ คือผู้เปลี่ยนองค์กรจาก good to great  โดยคนแบบนี้มีส่วนประกอบที่ขัดกัน ๒ อย่างคือ ความถ่อมตน (humility) กับความมุ่งมั่นในใจ (will)    

เรื่องที่แปด   การเปลี่ยนใหญ่ ๗ ขั้นตอนของภาวะผู้นำ    ภาวะผู้นำเป็นเรื่องการเปลี่ยนใหญ่ (transformation)    โดยต้องเปลี่ยนทั้งตัวองค์กร  ทีมงาน และภาวะผู้นำของบุคคล   เขาเสนอลักษณะของภาวะผู้นำ ๗ ขั้นตอน เรียงตามลำดับพลังน้อยสู่พลังสูง ดังนี้  (๑) นักฉวยโอกาส  นำโดยวิธีการใดก็ได้ที่ก่อผล  (๒) นักการทูต นำโดยหลีดเลี่ยงความขัดแย้ง  (๓) ผู้เชี่ยวชาญ นำด้วยเหตุผลและความเชี่ยวชาญ  (๔) ผู้สร้างผลสัมฤทธิ์  บรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์  (๕) ผู้นำเดี่ยว   สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีการที่แหวกแนว  (๖) นักยุทธศาสตร์   สร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรและบุคคล  (๗) นักเล่นแร่แปรธาตุ (alchemist)  สร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม

คำแนะนำคือผู้นำต้องพัฒนาตัวเองตามขั้นตอนทั้ง ๗         

เรื่องที่เก้า   ค้นหาภาวะผู้นำที่แท้จริงในตัวคุณ     โดยเรียนรู้จากชีวิตของตนเอง  สู่การรู้จักตนเอง และสร้างความเป็นผู้กระทำการเพื่อคุณค่าและหลักการ   มีสมดุลระหว่างแรงขับดันของคุณค่าภายในและความสำเร็จภายนอก    และมีทีมงานที่ช่วยให้มีชีวิตติดดิน   และรู้จักเอื้ออำนาจแก่ผู้อื่น  

เรื่องที่สิบ   ยกย่องผู้นำชาครึ่งถ้วย   เขาใช้คำว่า incomplete leader    ซึ่งหมายความว่า เขาแนะนำให้ผู้นำทำตนเป็นผู้ที่ไม่เก่งระดับสมบูรณ์ครบถ้วน   ในปัจจัยสำคัญที่องค์กรต้องการเพื่อบรรลุความสำเร็จคือ  (๑) หาความหมาย (sensemaking) ตีความสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญต่อของกิจการ  (๒) สร้างสัมพันธ์ (relating) สร้างความสัมพันธ์ที่มีความรู้สึกจริงใจต่อกัน  (๓) สื่อวิสัยทัศน์ (visioning)  สื่อสารภาพอนาคตที่ชัดเจน  (๔) สร้างสรรค์ (inventing)  สู่การดำเนินกิจการในแนวใหม่   

     ขอย้ำว่า ในแต่ละเรื่อง มีการสอดแทรกกลเม็ดเด็ดพรายเรื่องการประยุกต์ใช้หลักการในสถานการณ์จริง   ต้องอ่านหนังสือเองจึงจะได้รับประโยชน์จากเรื่องเล่าเหล่านั้น              

บันทึกนี้ และบันทึกที่จะลงใน blog ThaiKM ในวันศุกร์ทุกศุกร์ต่อจากนี้ไปอีกหลายเดือน    จะเป็นบันทึกจากการฝึกเขียนจาก critical reflection จากการอ่านหนังสือแบบอ่านเร็ว    ใช้เฉพาะหัวข้อ และ keywords ในหนังสือ เป็นตัวกระตุ้น   ไม่ได้อ่านสาระในหนังสือโดยละเอียด   เพราะมีหนังสือให้อ่านจำนวนมาก    

ขอขอบคุณ นพ. เนตร รามแก้ว ที่กรุณาส่งหนังสือมาให้จากเยอรมนี  

วิจารณ์ พานิช

๑๐ ก.ย. ๖๔