ดีจากพืช ฟ้าทะลายใจร
http://thawin09.blogspot.com/
ดร.ถวิล อรัญเวศ
ฟ้าทะลายโจร
ใครชอบรับประทานอาหารที่มีรสขม เช่น ก้อยขม ต้มขม
แจ่วขม ปกติจะใส่ดีจากสัตว์ เช่น ดีวัว ดีควาย (ขี้เพลี้ย) ดีจากปลา
นำมาใช่ลาบ ต้ม แจ่ว ก็จะทำให้อาหารมีรสขม อร่อย สำหรับคนที่
ชอบรับประทานอาหารที่มีรสขมก็ประมาณนี้แหละ
ผมเองก็ใช้ฟ้าทะลายใจรนี้แหละในการทำอาหารให้มีรสขม
ใส่ใบฟ้าทะลายโจร ประมาณ 3-5 ใบ ใบสด อาจจะทำเป็นลาบขม
ก้อยขม ต้มขม ให้รสขมอร่อยเหมือนดีจากสัตว์
ชื่ออื่น ๆ
ฟ้าทะลายใจร มีชื่อเรียก ชื่ออื่น เช่น ฟ้าทะลาย หญ้ากันงู น้ำลายพังพอน เมฆทะลาย ฟ้าสะท้าน แล้วแต่แต่ละท้องถิ่นจะเรียก
กล่าวกันว่า ฟ้าทะลายโจรเป็นยาเก่าแก่ของประเทศจีน ที่ใช้ในการแก้ฝี แก้อักเสบ และรักษาโรคบิด การวิจัยด้านเภสัชวิทยาพบว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถยับยั้ง เชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเป็นหนองได้ และมีการศึกษาวิจัยของโรงพยาบาลบำราศนราดูร ถึงฤทธิ์ใน
การรักษาโรคอุจจาระร่วงและบิด แบคทีเรีย เปรียบเทียบกับ
เตตราซัยคลิน ในผู้ป่วย 200 ราย อายุระหว่าง 16-55 ปี ได้มี
การเปรียบเทียบระยะเวลาที่ถ่ายอุจจาระเหลว จำนวนอุจจาระเหลว น้ำเกลือที่ให้ทดแทนระหว่างฟ้าทะลายโจรกับเตตราซันคลิน พบว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ลดจำนวนอุจจาระร่วงและจำนวนน้ำเกลือที่ให้ทดแทนอย่างน่าพอใจ แม้ว่าจากการทดสอบทางสถิติ จะไม่มีความแตกต่างโดยในสำคัญก็ตาม ส่วนการลดเชื้ออหิวาตกโรคในอุจจาระ ฟ้าทะลายโจรไม่ได้ผลดีเท่าเตตราซัยคลิน นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลชุมชนบางแห่งได้ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาอาการเจ็บคอได้ผลดีอีกด้วย มีฤทธิ์เช่นเดียวกับเพ็นนิซิลินเมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบัน เท่ากับเป็นการช่วยให้มีผู้สนใจทดลองใช้ยานี้รักษาโรคต่าง ๆ มากขึ้น
สรรพคุณ
ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ช่วยปรับลดความร้อนในร่างกาย เมื่อมีอาการไข้หวัด ไอ และเจ็บคอ เพื่อรักษาความสมดุลในร่างกาย คนไทยจึงนิยมใช้ประโยชน์ของฟ้าทะลายโจรในการรักษาไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจริง ๆ แล้วสมุนไพรทางเลือกชนิดนี้ยังมีสรรพคุณทางยาในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนี้
แก้ก้อาการหวัด ปวดหัว ตัวร้อน ให้ทุเลาลง
บรรเทาอาการอักเสบ เช่น หลอดลมอักเสบ คออักเสบ และต่อมทอนซิลอักเสบช่วยขับเสมหะ แก้ไอ แก้เจ็บคอ รักษาโรคฝี โรคผิวหนัง
รักษาอาการปวดท้องจากท้องเสีย หรือบิดมีไข้ลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคช่วยทำให้เจริญอาหาร
กินฟ้าทะลายโจรอยางไรให้ปลอดภัย?
ในปัจจุบันมีการสกัดพืชสมุนไพรฟ้าทะลายโจรในรูปแบบยาแคปซูลและเม็ด การรับประทานยาฟ้าทะลายโจร เพื่อช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ให้กินวันละ 3-4 ครั้ง, ไม่กินติดต่อกันเกิน 5 วัน, ไม่ควรกินต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือน โดยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง เพราะการกินในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน
ทั้งนี้ สตรีตั้งครรภ์ และสตรีที่กำลังให้นมบุตร ไม่ควรกินยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ส่วนในบางรายที่มีอาการแพ้ยาฟ้าทะลายโจร เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง วิงเวียนศีรษะ ริมฝีปากบวม หายใจลำบาก ผื่นขึ้น ควรปรับลดปริมาณการกิน หรือหยุดใช้ยาไปก่อน
สำหรับคนที่อยากกินฟ้าทะลายโจรด้วยวิธีพื้นบ้าน ก็สามารถนำใบฟ้าทะลายโจรแบบสดหรือแห้ง มาต้มในน้ำเดือดทำเป็น "ยาชง" เพื่อนำมาดื่มก่อนอาหารและก่อนนอน รวมถึงบดเป็น "ยาผง" สำหรับใช้สูดดม ช่วยลดน้ำมูก ลดเสมหะ และบรรเทาอาการเจ็บคอได้เช่นกัน
ฟ้าทะลายโจร ที่หลายคนนิยมกินเพื่อป้องกันการเป็นไข้หวัด ถึงแม้ว่าฟ้าทะลายโจรจะมีประโยชน์ แต่ต้องกินอย่างถูกวิธี ไม่งั้นอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
การรับประทานเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นไข้หวัด
ฟ้าทะลายโจรวันละ 1 แคปซูล ต่อเนื่องกัน 5 วันต่อสัปดาห์ หรือวันเว้นวัน ได้นาน 3 เดือน ในช่วงไวรัสแพร่ระบาด อาจจะรับประทานเมื่อมีไข้ มีอาการไอ เจ็บคอ
อายุ 12 ปีขึ้นไป ครั้งละ 3 แคปซูล หลังอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน จนอาการดีขึ้น (ไม่เกิน 7 วัน)
อายุ 4-11 ปี วันละ 1-2 เม็ด ไม่เกิน 10 วัน
ในช่วงโควิด-19 ระบาด หากมีอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก และหายใจเหนื่อยหอบ มีความเสี่ยงอื่น ๆ ควรพบแพทย์ก่อนใช้ยาฟ้าทะลายโจร
ข้อควรระวังในการรับประทานยาฟ้าทะลายโจร
ข้อควรระวังในการใช้ คือ
- ห้ามใช้ยาฟ้าทะลายโจรในผู้ที่มีอาการแพ้ หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ และไต
- ไม่ควรรับประทานในขนาดสูงติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจเสี่ยงทำให้แขนขาชา หรืออ่อนแรง เนื่องจากยามีฤทธิ์เย็น
- หากรับประทานยาฟ้าทะลายโจรเพื่อลดอาการเจ็บคอ 24 ชั่วโมงผ่านไปอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการที่รุนแรงกว่าเดิม ควรหยุดรับประทานแล้วพบแพทย์
4. ควรระมัดระวังในการรับประทานยาฟ้าทะลายโจรควบคู่ไปกับยาลดความดัน เพราะอาจเสริมฤทธิ์กันให้มากกว่าเดิมได้
5. ควรระมัดระวังในการรับประทานยาฟ้าทะลายโจรควบคู่ไปกับยาที่มีสารกันเลือดเป็นลิ่ม และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด เช่น
วาฟาร์ริน แอสไพริน เป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในผู้ที่ได้รับยากดภูมิ เนื่องจากสมุนไพรอาจเข้าไปลดฤทธิ์ของยาได้
วิธีและปริมาณที่ใช้
1. ถ้าใช้แก้ไข้เป็นหวัด ปวดหัวตัวร้อน ใช้ใบและกิ่ง 1 กำมือ (แห้งหนัก 3 กรัม สดหนัก 25 กรัม) ต้มน้ำดื่มก่อนอาหารวันละ 2
ครั้ง เช้า-เย็น หรือเวลามีอาการ
2. ถ้าใช้แก้ท้องเสีย ท้องเดิน เป็นบิดมีไข้
ใช้ทั้งต้นหรือส่วนทั้ง 5 ของฟ้าทะลายโจร ผึ่งลมให้แห้ง หั่นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 กำมือ(หนักประมาณ 3-9 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่มตลอดวัน
ตำรับยาและวิธีใช้
1.ยาชง มีวิธีทำดังนี้
- เอาใบสดหรือแห้งก็ได้ ประมาณ 5-7 ใบ แต่ใบสดจะดีกว่า
- เติมน้ำเดือดลงจนเกือบเต็มแก้ว
- ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง หรือพอยาอุ่น แล้วรินเอามาดื่ม ขนาดรับประทานครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน
2.ยาเม็ด (ลูกกลอน) มีวิธีทำดังนี้
- เด็ดใบสดมาล้างให้สะอาดผึ่งในที่ร่ม ห้ามตากแดด ควรผึ่งในที่มีลมโกรก ใบจะได้แห้งเร็ว
- บดเป็นผงให้ละเอียด
- ปั้นกับน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม เป็นเม็ดขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง (หนัก 250 มิลลิกรัม)แล้วผึ่งลมให้แห้ง เพราะถ้าปั้นรับประทานขณะที่ยังเปียกอยู่จะขมมาก ขนาดรับประทานครั้งละ 4-10 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร, ก่อนนอน
3.แค๊ปซูล มีวิธีทำคือ
แทนที่ผงยาที่ได้จะปั้นเป็นยาเม็ด กลับเอามาใส่ในแค๊ปซูล เพื่อช่วยกลบรสขมของยา แค๊ปซูล ที่ใช้ ขนาดเบอร์ 2 (ผงยา 250 มิลลิกรัม) ขนาดรับประทานครั้งละ 3-5 แค๊ปซูล วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร ก่อนนอน
4.ยาทิงเจอร์หรือยาดองเหล้า
เอาผงแห้งใส่ขวด แช่สุราที่แรง ๆ เช่น สุราโรง 40 ดีกรี ถ้ามี alcohol ที่รับประทานได้ (Ethyl alcohol) จะดีกว่าเหล้า แช่พอให้ท่วมยาขึ้นมาเล็กน้อย ปิดฝาให้แน่น เขย่าขวดวันละ 1 ครั้ง พอครบ 7 วัน จึงกรองเอาแต่น้ำ เก็บไว้ในขวดให้สะอาดปิดสนิท รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ (รสขมมาก) วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหาร
5.ยาผงใช้สูดดม
คือเอายาผงที่บดละเอียด มาใส่ขวดหรือกล่องยา ปิดฝาเขย่าแล้วเปิดฝาออก ผงยาจะเป็นควันลอยออกมา สูดดมควันนั้นเข้าไป ผงยาจะติดที่คอทำให้ยาไปออกฤทธิ์ที่คอโดยตรง ช่วยลดเสมหะ และแก้เจ็บคอได้ดี วิธีที่ดีกว่านี้คือวิธีเป่าคอ กวาดคอ หรือรับประทานยาชงตรงที่คอจะรู้สึกขมน้อยมาก ไม่ทำให้ขยาดเวลาใช้ ใช้สะดวกและง่ายมาก ประโยชน์ที่น่าจะได้รับเพิ่มก็คือ ผงยาที่เข้าไปทางจมูก อาจจะช่วยลดน้ำมูก และช่วยฆ่าเชื้อที่จมูกด้วย
ขนาดที่ใช้
สูดดมบ่อย ๆ วันละหลาย ๆ ครั้ง ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ให้หยุดยาไปสักพัก จนความรู้สึกนั้นหายไป จึงค่อยสูดใหม่
ข้อควรรู้เกี่ยวกับตำรับยา
สารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) สารในต้นฟ้าทะลายโจร ละลายในแอลกอฮอร์ได้ดีมาก ละลายในน้ำได้น้อย ดังนั้นยาทิงเจอร์ หรือยาดองเหล้าฟ้าทะลายโจร จึงมีฤทธิ์แรงที่สุด ยาชงมีฤทธิ์แรงรองลงมา ยาเม็ดมีฤทธิ์อ่อนที่สุด
ข้อควรระวัง
บางคนรับประทาน ยาฟ้าทะลายโจร จะเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย ปวดเอว เวียนหัว แสดงว่าแพ้ยา ให้หยุดยา และเปลี่ยนไปใช้ยาอื่น หรือลดขนาดรับประทานลง
ฟ้าทะลายโจร ป้องกันโควิด-19 ได้จริงไหม?
ปัจจุบัน หลายคนมีความเชื่อว่าการกินฟ้าทะลายโจรจะสามารถป้องกันโควิด-19 ได้ แต่จริง ๆ แล้ว ฟ้าทะลายโจรไม่ได้มีส่วนช่วยป้องกันโควิด-19 แต่สามารถใช้เพื่อรักษาอาการเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากในสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมีสาร "แอนโดรกราโฟไลด์" (Andrographolide) ช่วยให้บรรเทาอาการไข้ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงนัก จึงมีการนำสมุนไพรทางเลือกชนิดนี้ไปใช้ควบคู่กับยาแพทย์แผนปัจจุบันนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การกินฟ้าทะลายโจรยังมีข้อควรระวังด้านสุขภาพ จึงไม่ควรซื้อยามากินเอง แต่ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ หรือปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่มี อย. และมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้
แหล่งข้อมูลที่มา
https://med.mahidol.ac.th/altern_med/th/km/19jun2020-1729
https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2156244
https://www.nci.go.th/en/research/researhdivision/research_informationfarthalai.html
https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2156244
https://www.sanook.com/health/21313/
