คำนิยม
หนังสือ ครูถือคบไฟ เด็กไต่ขึ้นภู
วิจารณ์ พานิช
...................
นี่คือหนังสือว่าด้วยการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุสมรรถนะ “ไต่ขึ้นภู” คือเพิ่มพูนสมรรถนะให้แก่ตนเอง ผมอดเถียงท่านผู้เขียน (คือ รศ. ดร. สุธีระ ประเสริฐสรรพ์) ไม่ได้ ว่า ในการทำหน้าที่ “ให้นั่งร้าน” เพื่อช่วยหนุนให้ศิษย์ยกระดับสมรรถนะของตน “ครูต้องไม่ใช่แค่ส่องไฟ แต่ต้องส่งเสียงด้วย” ส่งเสียงเพื่อทำ dialogic teaching (อ่านบันทึกชุด สอนเสวนาสู่การเรียนรู้เชิงรุก ใน บล็อก ที่ต่อไปจะจัดทำเป็นหนังสือได้ที่ https://www.gotoknow.org/posts/tags/สอนเสวนาสู่การเรียนรู้เชิงรุก) ครูส่องไฟ และส่งเสียงเสวนาแก่ศิษย์ เพื่อให้ศิษย์ “ไต่ขึ้นภู” คือยกสมรรถนะของตนเอง
หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ครูได้ฝึกสมรรถนะใหม่ให้แก่ตนเอง และแก่เพื่อนครู (หากใช้หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือ หรือเป็น "คบไฟ" ในกิจกรรม PLC ของทีมครู) เพื่อการทำหน้าที่ครูในหลักสูตรฐานสมรรถนะได้อย่างสนุกสนาน มีชีวิตชีวา
C&R4VL (coaching and reflection for visible learning) คือฐาน ต่อการทำหน้าที่ “ส่องไฟและส่งเสียง” ให้ศิษย์สร้างสมรรถนะใส่ตน ผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจ สนุกและตื่นเต้น ตามด้วยการสะท้อนคิด โดยที่ส่วนหนึ่งของการ “ส่องไฟ” คือการประเมินที่ครูทำเพื่อหนุนการเรียนรู้ของศิษย์ (AfL) และการประเมินที่นักเรียนทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของตนเอง (AaL) สมรรถนะของครูเรื่องการประเมินเพื่อหนุนการเรียนรู้ของศิษย์นี้ มีความสำคัญยิ่งต่อการทำหน้าที่ครูตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ อ่านหลักการหรือทฤษฎีเรื่อง AfL และ AaL หรือ Formative Assessment ได้จากบันทึกชุด การประเมินเพื่อเอื้ออำนาจ ได้ที่ https://www.gotoknow.org/posts/tags/Dylan_Wiliam) โปรดสังเกตว่าการประเมินเพื่อหนุนการเรียนรู้ต้องตามด้วยการให้การป้อนกลับเชิงสร้างสรรค์ (constructive feedback ที่ ดร. สุธีระเรียกว่า coached scaffolding)
อาจารย์สุธีระยกเอาตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ให้เกิดสมรรถนะความเป็นพลเมือง ตามแนวทางของหลักสูตรฐานสมรรถนะของฝรั่งเศสไว้ในบทที่ ๕ เน้นเรื่องการพัฒนาสมรรถนะด้านเจตคติและคุณค่า ซึ่งเป็นสมรรถนะที่มีความสำคัญยิ่งต่อสังคมไทย และต่อชีวิตที่ดีในอนาคตของนักเรียน เราจะเห็นว่า การระบาดใหญ่ระลอกที่เริ่มต้นในเดือนเมษายน ๒๕๖๔ ของโควิด ๑๙ ที่กำลังสร้างความปั่นป่วนในสังคมไทยอยู่ในขณะนี้ น่าจะไม่เกิดขึ้นหากคนไทยมีความแข็งแรงในสมรรถนะด้านเจตคติ (attitude) และคุณค่า (values) มากกว่าที่เป็นอยู่ ตามในหนังสือ ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า การเปลี่ยนใจคน เกิดขึ้นได้จากการปฏิบัติ หรือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามด้วยการสะท้อนคิด โดยครูทำหน้าที่ “ส่องไฟและชวนเสวนา”
ผมขอย้ำว่า นี่คือหนังสือที่ครูสามารถใช้ในการเตรียมตัว ทำหน้าที่ครูในหลักสูตรใหม่ ... หลักสูตรฐานสมรรถนะ ... ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ที่ครูจะยิ่งมีคุณค่าต่อการเรียนรู้ของศิษย์ยิ่งขึ้น โดยการทำหน้าที่ “ส่องไฟและชวนเสวนา” อันเป็นบทบาทที่ก่อการเรียนรู้คุณภาพสูง ทั้งแก่ศิษย์ และแก่ตัวครูเอง
ผมขอขอบคุณ รศ. ดร. สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ แทนสังคมไทย ที่มีอิทธิบาทในการสร้างสรรค์ เขียนหนังสือที่มีคุณค่าเล่มนี้ ออกทำประโยชน์ให้แก่วงการศึกษาไทย ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมยิ่ง
วิจารณ์ พานิช
๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๔