ตามใจปากลำบากท้อง




ตอนที่ยังอยูในวัยหนุ่มสาวร่างกายของเรายังแข็งแรง หลายคนอาจใช้ชีวิตอย่างไม่ระมัดระวัง ไม่ได้ตรวจเช็คสุขภาพ รับประทานอาหารตามใจปาก สะสมความเครียดจากการทำงาน พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึกตื่นแต่เช้า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคิดว่าร่างกายยังแข็งแรงดี กว่าจะรู้ตัวอีกทีโรคร้ายก็มาเยือน
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ โรค NCDs เป็นโรคร้ายที่เกิดจากพฤติกรรมของเราทั้งสิ้น ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง โรคร้ายเหล่านี้จะก่อตัวขึ้นในร่างกายของเรา หากยังไม่ปรับพฤติกรรมการกินให้ดีขึ้น




อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
1. อาหารประเภทแป้ง การกินอาหารประเภคาร์โบไฮเดรต แป้งขัดขาว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปริมาณที่มากเกินไปเป็น
ตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ



2. อาหารประเภทน้ำตาลและผลไม้รสหวาน คนที่ชอบกินขนมหวาน น้ำอัดลมหรือน้ำตาลปริมาณมาก รวมทั้งผลไม้รสหวานกำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะน้ำตาลคือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคร้าย เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็ง ฯลฯ จึงควรลดการกินน้ำตาลและเปลี่ยนมากินผลไม้ที่ไม่หวานจัดให้หลากหลายแทนจะดีกว่า และควรลดปริมาณน้ำตาลลงให้เหลือเพียงวันละ 6-9 ช้อนชาต่อวัน




3.อาหารประเภทรสจัด คนที่ชอบอาหารรสจัดๆ เช่น เค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด ล้วนเป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งสิ้น เนื่องจากจะก่อให้เกิดโรคไต โรคกรดไหลย้อน หรือแม้แต่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ จึงควรลดการปรุงอาหารรสจัดเกินไป หากรู้สึกว่าไม่อร่อยให้ค่อยๆลดทีละน้อย เพื่อให้ลิ้นปรับสภาพจนเคยชินกับอาหารรสอ่อนลงได้เอง



4. อาหารประเภทของทอดและอาหารที่มีไขมันสูง แม้ว่าอาหารที่มีไขมันสูงจะเป็นของอร่อย แต่ถ้าไม่ระมัดระวังก็อาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด นำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองแตก และเป็นอัมพาตได้ นอกจากนี้อาหารมันๆยังทำให้เกิดโรคอ้วน ลงพุง และความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย จึงควรบริโภคไขมันดีที่มาจากปลาหรือน้ำมันมะกอก และกินในปริมาณที่พอดี




5. อาหารประเภทเนื้อสัตว์แปรรูป องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC)ขององค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น เนื้อรมควัน ไส้กรอก แฮม ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนั้นจึงควรลดการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์แปรรูป เปลี่ยนมาบริโภคโปรตีนจากเนื้อปลา หรือโปรตีนจากพืชจะดีต่อสุขภาพร่างกายมากกว่า




ฝึกกินผักให้เป็นนิสัย
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการกินเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในอาหารไทยที่อุดมไปด้วยโซเดียม ของทอด ของหวาน การเลือกทำอาหารรับประทานเองอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หรือปรับเมนูอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น ในปริมาณที่เหมาะสม ได้รับสารอาหารครบถ้วน เช่น รับประทานสลัดผักให้บ่อยขึ้น กินผักทุกมื้อร่วมกับอาหารอื่นๆในปริมาณที่เหมาะสม ให้ความสำคัญกับแหล่งโปรตีนที่ได้มาตรฐาน เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ลดอาหารที่มีรสจัด ของทอด เนื้อสัตว์แปรรูป และขนมหวาน
มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจากแพทย์ที่มักจะแนะนำคนไข้ว่าให้ลดอาหารประเภท หวานจัด เค็มจัด มันจัด และเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ และเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ และควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ




การเลือกรับประทานอาหารตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เกี่ยวเนื่องกับสำนวนไทยที่ใช้กันอยู่เสมอ คือ "ตามใจปากลำบากท้อง "
สำนวนนี้หมายความว่า การทำอะไรตามใจมักก่อให้เกิดความเดือดร้อนในภายหลัง
ที่มาของสำนวน มาจากการกินอาหารตามใจปากจะทำให้เกิดผลเสียแก่สุขภาพ เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย หรือเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามมาได้
ข้อคิดที่ได้จากสำนวนนี้คือ
ถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจในภายหลัง อย่าทำอะไรตามใจตัวเอง คิดและไตร่ตรองด้วยเหตุด้วยผลก่อนลงมือทำ
และให้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่าเห็นแก่สีสัน กลิ่น รสที่เย้ายวนใจเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ
ได้เวลาบอกบอกลาอาหารจานโปรดแล้วค่ะ








ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต