สช. ร่วมกับสมาพันธ์นักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย จัด โครงการคนรุ่นใหม่สร้างสรรค์ สานฝันริเริ่มนโยบายสาธารณะ โดยจัด เวทีประกวดนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ P.M.2.5 ระหว่างวันที่ ๒๘ มีนาคม - ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ และเชิญผมไปพูดเรื่อง Social Innovation ในบ่ายวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นเวลา ๓๐ นาที โดยพูดจากมุมมองอิสระ แต่ขอให้แตะ ๓ ประเด็นคือ (๑) ความหมาย (๒) ความสัมพันธ์กับการทำนโยบายสาธารณะ และ (๓) จุดประกายให้ผู้ฟังตระหนักถึงการออกแบบนโยบายที่สร้างความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมแก่สังคมระยาว ผ่านการ ออกแบบนโยบายที่สร้างนวัตกรรมทางสังคมไปพร้อมกัน
ผมเตรียม ppt ประกอบการประชุมดังนี้ (ไฟล์ 640717_นวัตกรรมสังคม) โดยเตรียมไปบอกแก่ทีมนักศึกษาพทย์ผู้จัดงาน และสมาชิกของทีมประกวด ๓๐ ทีมว่า คุณค่าของการเข้าร่วมกิจกรรมนี้มี ๒ ส่วน คือคุณค่าในระยะสั้น คือความสนุกสนานและการเรียนรู้ที่ได้จากกิจกรรมในช่วง ๑ สัปดาห์ ที่ได้เรียนรู้ทั้งเรื่อง PM 2.5, เรื่องนวัตกรรมทางสังคม, และเรื่องการพัฒนานโยบายสาธารณะ รวมทั้งได้รู้จักผู้คนทั้งที่เป็นผู้ใหญ่ และเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน
แต่ที่จะมีคุณต่อชีวิตยิ่งกว่า คือประโยชน์ระยะยาว ที่จะได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตเป็นผู้ก่อการทางสังคม (social agency) หรือนวัตกรสังคม (social innovator) ที่บูรณาการเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมในการดำรงชีวิตตามปกตินั่นเอง เพราะความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็ว (VUCA – Volatile, Uncertain, Complex, Ambiguous) ของสังคมปัจจุบัน ตัวเราเองอาจเป็น ส่วนหนึ่งของปัญหา (part of the problem) โดยไม่รู้ตัว การมีสติและทำความเข้าใจความซับซ้อนของสังคมผ่านกระบวนการต่างๆ รวมทั้งขบวนการ social innovation และขบวนการ public policy development จะช่วยให้เรามีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา (part of the solution)
โอกาสในการสร้างนวัตกรรมทางสังคม ที่มีมากที่สุด และก่อผลกระทบสูงสุดอยู่ในความซับซ้อนของชีวิตพวกเราเองแต่ละคน กล่าวใหม่ว่าในวิถีการดำรงชีวิต และการทำงานของเรา จะมีโอกาสทำหน้าที่ “นวัตกรสังคม” (social innovator) มากมาย โดยอาจไม่มีคนเห็น หรือไม่โด่งดัง แต่ก็ได้ทำหน้าที่สร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ และยืนหยัดสร้างความดีงามให้แก่สังคม ไม่ กินตามน้ำ ไม่ลอยไปตามกระแส
ดังส่วนหนึ่งของเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด
“จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา”
ผมสรุปว่า เวทีประกวดนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ P.M.2.5 นี้ เป็น พื้นที่สร้างพลเมืองผู้ก่อการ (agentic citizen) ผมขออวยพรให้ทุกท่านที่ได้มีโอกาสมาเข้าร่วมเวทีนี้ จงได้รับแรงบันดาลใจ เป็นพลังที่จะใช้ชีวิตอีกยาวนาน ทำประโยชน์แก่สังคมในฐานะ agentic citizen โดยทั่วกัน
วิจารณ์ พานิช
๑๗ ก.ค. ๖๔