ลูกหม้อ

ปลากัดไทย (Siamese fighting fish, Betta Splendens) มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านพฤติกรรมการต่อสู้ ซึ่งนับเป็นสัตว์น้ำเพียงชนิดเดียวของไทยที่มีลักษณะเหมาะกับการเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เนื่องจากคล้ายกับลักษณะของคนไทยที่รักและหวงแหนชาติ ปกป้องแผ่นดินจากข้าศึก สู้รบอย่างกล้าหาญ ซึ่งแม้จะมีลักษณะดุดัน แต่ในยามสงบกลับอ่อนโยน นุ่มนวลสอดคล้องกับนิสัยคนไทย

สำหรับประเด็นสำคัญที่เสนอให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ 
1. ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เนื่องจากคนไทยรู้จัก คุ้นเคยและมีความผูกพันกับปลากัดมาตั้งแต่โบราณ เช่น หลักฐานในบทประพันธ์ วรรณคดี และบันทึกพงศาวดาร โดยมีหลักฐานยืนยันชัดเจนจากกระทรวงวัฒนธรรมที่ประกาศขึ้นทะเบียนให้ปลากัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2556

2. ด้านความเป็นเจ้าของและความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยปลากัดไทยที่เสนอให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ มีชื่อว่า Betta Splendens ชื่อสามัญ คือ " Siamese Fighting Fish" หรือ "Siamese Betta" ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย เป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และได้รับการยอมรับในระดับสากล

3. ด้านประโยชน์ใช้สอย โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงและการสร้างนวัตกรรมด้านการเพาะพันธุ์ ซึ่งนำไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามปัจจุบันไทยส่งออกปลากัดไทยไปต่างประเทศกว่า 95 ประเทศ โดยช่วงระหว่างปี 2556-2560 ไทยมีการส่งออกปลากัดประมาณ 20.85 ล้านตัวต่อปี มูลค่าไม่ต่ำกว่า 115.45 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

สายพันธุ์ปลากัดแบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ


1. ปลากัดลูกทุ่ง เป็นสายพันธุ์ปลากัดที่พบในแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามท้องนาและหนองบึง เป็นปลาขนาดเล็กที่ไม่มีลักษณะเด่นมากนัก ส่วนมากครีบและหางมีสีแดงเกือบตลอด มีประสีดำบ้างเล็กน้อย บางทีอาจมีแต้มสีเขียวอ่อนๆเรียงต่อกันเป็นเส้นสีเขียวที่ครีบหลัง เวลาถอดสีทั้งตัวและครีบจะเป็นสีน้ำตาลด้านๆคล้ายใบหญ้าแห้ง ปลากัดลูกทุ่งส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงไว้กัดแข่ง แต่จะกัดสู้ปลาลูกหม้อไม่ได้


2. ปลากัดลูกหม้อ เป็นปลากัดที่นักเพาะพันธุ์ปลาได้นำมาคัดสายพันธุ์ โดยมุ่งหวังให้ได้สายพันธุ์ปลากัดใหม่ๆที่กัดเก่ง มีลักษณะลำตัวใหญ่กว่าปลากัดลูกทุ่ง หัวค่อนข้างโต ปากใหญ่ ครีบสั้นสีเข้ม กัดเก่งกว่า นิยมเพาะให้เป็นสีเดียว เช่น สีน้ำเงิน แดง ม่วง น้ำตาล เป็นปลาชนิดที่มีความอดทน ได้รับความนิยมสำหรับการกัดพนัน ปัจจุบันนิยมเรียกเป็นกลุ่ม ปลากัดครีบสั้น
 


3.ปลากัดจีน ปลากัดที่ผสมคัดพันธุ์ให้ได้ลักษณะที่มีครีบและหางยาว ความยาวของครีบหางส่วนใหญ่จะยาวเท่ากับ หรือ มากกว่าความยาวของลำตัวและหัวรวมกัน และมีการพัฒนาให้ได้สีใหม่ๆและสวยงาม ปลากัดชนิดนี้เป็นชนิดที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามแพร่หลายไปทั่วโลก และได้มีการนำไปพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดอย่างต่อเนื่อง จนได้สายพันธุ์ที่มีความสวยงาม ครีบยาวเป็นพวง มีสีสันฉูดฉาดหลากหลายเหมือนเครื่องแต่งกายงิ้วเหมาะแก่การเลี้ยงไว้ดูเล่น

4. ปลากัดลูกผสม เป็นปลาที่ได้จากการผสมข้ามสายพันธุ์ปลากัดระหว่างปลากัดลูกทุ่งกับปลากัดลูกหม้อ โดยอาจผสมระหว่างพ่อปลากัดลูกหม้อกับแม่ปลากัดลูกทุ่ง หรือพ่อปลากัดลูกทุ่งกับแม่ปลากัดลูกหม้อก็ได้ บางทีก็เรียกว่าพันธุ์สังกะสีหรือพันธุ์ลูกตะกั่ว

5. ปลากัดเขมร มีรูปร่างลักษณะสีสันสวยงามเช่นเดียวกับปลากัดจีน แต่จะมีลักษณะที่แตกต่างไปจากปลากัดจีนตรงที่ปลายครีบ จะมีสีขาวเห็นได้ชัด เมื่อปลากัดจีนได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ จึงทำให้ปลากัดเขมรซึ่งคล้ายกับปลากัดจีนพลอยได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศด้วย


สำนวนไทยที่เกี่ยวเนื่องกับปลากัด คือ สำนวน "ลูกหม้อ" หมายถึง คนเก่าคนแก่ที่อยู่มาตั้งแต่เริ่มต้นสังกัด หรือผู้ที่สืบทอดวิชาชีพโดยเชื้อสายกันมา หรือหมายถึง ผู้ที่ฝึกฝนปฏิบัติงานมาแล้วจนช่ำชอง

ที่มาของสำนวน คำว่าลูกหม้อนั้นมาจากการใช้หม้อดินในการเพาะและอนุบาลปลากัด ซึ่งในระยะแรกๆปลากัดลูกหม้อเป็นปลาสายพันธุ์ที่สร้างมากับมือแท้ๆของนักเลงปลาทั้งหลาย เพื่อให้ได้ลักษณะที่ดีสำหรับการต่อสู้และให้มีสีสันที่สวยงามตามความพอใจของเจ้าของ

ตัวอย่าง
" บอยเป็นนักแสดงที่มีความสามารถและร่วมงานมานานจนเป็นลูกหม้อของช่อง 3 แต่จนป่านนี้ยังไม่ได้แสดงเป็นพระเอกเต็มตัวเสียที"

 

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต