มดแดงแฝงพวงมะม่วง



มดเอ๋ยมดแดง
เล็กเล็กเรี่ยวแรงแข็งขยัน
ใครกล้ำกรายทำร้ายถึงรังมัน
ก็วิ่งพรูกรูกันมาทันที
สู้ได้หรือมิได้ใจสาหัส
ปากกีดก้นต่อยไม่ถอยหนี
ถ้ารังเราใครกล้ามาราวี
ต้องต่อตีทรหดเหมือนเอย
สมัยเรียนชั้นประถมศึกษาเคยท่องอาขยานบทนี้กันไหมคะ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแต่ก็ยังจำได้แม่นยำขึ้นใจ



มดแดงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oecophylla smaragdina จัดอยู่ในสกุล Oecophylla ซึ่งทั่วโลกมีมดในสกุลนี้อยู่ 2 ชนิด คือมดแดงที่เรารู้จักดี พบแพร่กระจายตั้งแต่อินเดีย เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย ไปจนถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย อีกชนิดหนึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oceophylla longinoda ซึ่งพบเฉพาะในเขตร้อนของทวีปแอฟริกา



มดแดงมีลำตัวเป็นสีเข้มยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ส่วนหัวและส่วนอกจะมีขนเป็นเส้นสั้นๆ สีขาว มีหนวดอยู่ 12 ปล้อง ขาเรียวยาวสีส้มหรือสีน้ำตาลปนแดง อกจะโค้ง หากถูกรบกวนจะปล่อยกรดออกมาแล้วกัดให้เกิดแผลบนผิวหนัง ทำให้เกิดอาการแสบร้อน มดแดงมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Weaver ants หรือ Green ants ซึ่งคำว่า weaver แปลว่า ช่างทอผ้า ซึ่งแสดงพฤติกรรมการสร้างรังของมดชนิดนี้ว่าเหมือนการทอผ้า



มดแดงเป็นมดที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ โดยสร้างรังจากใบไม้บนต้นไม้นั้น ในตอนแรกของการสร้างรังกลุ่มมดงานจะสำรวจใบสำหรับทำรัง หลังจากนั้นกลุ่มมดงานเหล่านี้จะใช้ขากรรไกรล่างดึงขอบใบและดัดงอใบลงบนตัวของมันเองหรือต่อขอบที่มีกับมดงานตัวอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง โดยกลุ่มของมดที่ทำหน้าที่นั้นจะมีจำนวนมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของรัง ถ้ารังขนาดใหญ่ก็อาจจะมีมดงานมาช่วยเป็นจำนวนมาก




ถ้าระยะห่างระหว่างสองใบห่างเกินระยะที่มดจะทำการสร้างแบบตัวเดียวเดี่ยวๆ มดงานอาจจะทำการเกี่ยวกับมดงานตัวอื่นๆที่ช่วงเอวหรือช่วงท้อง สร้างเป็นสายโซ่ของมดเพื่อดึงใบไม้ที่ห่างกันเข้ามาไว้ด้วยกัน เมื่อขอบใบถูกดึงเข้าด้วยกันแล้ว มดงานตัวอื่นๆจะคาบตัวอ่อนไว้ในปากและคอยดึงเส้นใยที่คล้ายเส้นไหมจากท้องตัวอ่อนมาเชื่อมใบไม้เข้าไว้ด้วยกัน โดยปกติเส้นใยนี้จะถูกเอามาใช้ในการห่อหุ้มตัวอ่อนในระยะดักแด้ แต่การที่มดงานเอาเส้นใยนี้มาใช้ในการสร้างรัง ทำให้ตัวอ่อนของมดนั้นกลายเป็นดักแด้ที่ไม่มีรังไหมห่อหุ้มตัว




ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมบริโภคตัวอ่อนดักแด้ที่เรียกว่า "ไข่มดแดง" และตัวเต็มวัยของมดแดงที่เรียกว่า แม่เป้ง ถ้าเราดูไข่มดแดงให้ละเอียด จะเห็นว่าบางส่วนจะมีลักษณะกลมรี รูปร่างคล้ายหนอน กลุ่มนั้นคือ ตัวอ่อนของมดแดง ในขณะที่บางส่วนจะมีรูปร่างคล้ายมดงาน แต่สีขาว ส่วนนั้นคือ ดักแด้ของมดงานที่ไม่มีเส้นใยหุ้ม และแม่เป้งที่นำมากินกันคือส่วนของมดราชินีใหม่ที่กำลังจะสร้างรังใหม่ โดยปกติไข่ราชินีจะมีเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน




อาหารรสเลิศที่มีไข่มดแดงเป็นวัตถุดิบหลัก ล้วนแต่เป็นอาหารชั้นเลิศ ทั้งนี้เพราะไข่มดแดงมีคุณค่าทางโปรตีนสูงและแคลอรี่ต่ำ โดยในไข่มดแดง 100 กรัม หรือประมาณ 6 ช้อนจะให้โปรตีนสูงถึง 8.2 กรัม และยังมีไขมันและแคลอรี่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับไข่ไก่ เพราะไข่มดแดงมีไขมันเพียง 2.6 กรัม ในขณะที่ไข่ไก่มีไขมันมากถึง 11.7 กรัม ส่วนเรื่องพลังงานนั้นไข่มดแดง 100 กรัมให้พลังงาน 86 กิโลแคลอรี่ ในขณะที่ไข่ไก่ให้พลังงานสูงถึง 155 กิโลแคลอรี่ เมื่อเทียบคุณค่าทางโภชนาการในปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน


มาดูกันหน่อยค่ะว่าไข่มดแดงทำเมนูอะไรได้บ้าง

ก้อยไข่มดแดง

ลาบไข่มดแดง

หมกไข่มดแดง

ดอกหอมผัดไข่มดแดง

ไข่มดแดงผัดไข่ใส่ชะอม

แกงผักหวานไข่มดแดง

แกงผักหวานไข่มดแดงใส่วุ้นเส้น

หมกไข่มดแดงปิ้ง

หมกไข่มดแดง

ไข่เจียวไข่มดแดง

ไข่มดแดงผัดไข่

ยำไข่มดแดง

ต้มยำปลาช่อนใส่ไข่มดแดง

ยำไข่มดแดง

แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง

ก้อยไข่มดแดง


มดแดงชอบทำรังบนต้นไม้โดยเฉพาะต้นมะม่วง เวลาปกติเราจะมองไม่ค่อยเห็นรังมดแดง แต่พอขึ้นไปจะเก็บมะม่วง มดแดงก็จะออกจากรังหรือออกจากที่หลบซ่อนตัวอยู่มารุมกัด ทำให้รู้สึกคล้ายกับว่ามดแดงคอยดูแลปกป้องลูกมะม่วง โดยที่มดแดงไม่เคยได้กินมะม่วงและไม่เคยรู้รสหวานของมะม่วงเลยแม้แต่น้อย เป็นที่มาของสำนวน "มดแดงแฝงพวงมะม่วง"




มดแดงแฝงพวงมะม่วง มีความหมายว่า ชายที่เฝ้าหมายปองรักหญิงมานาน คอยกันท่าชายอื่นที่จะเข้ามาข้องแวะ แต่ตัวเองก็ไม่สมหวัง
ที่มาของสำนวนมาจากมดแดงที่มักทำรังและไต่ตามผลมะม่วงโดยมิได้กินและรู้รสมะม่วง เมื่อใครมาเก็บมะม่วงมดแดงก็จะกัด




ตัวอย่างการใช้สำนวน มดแดงแฝงพวงมะม่วง
จากเรื่องพระอภัยมณี ตอนศรีสุวรรณส่งสารเกี้ยวนางเกษรา
โอ้อนาถวาสนาพี่หาไม่
จึงมิได้ชิดเชื้อแม่เนื้อหอม
เหมือนมดแดงแฝงพวงมะม่วงงอม
เที่ยวไต่ตอมเต็มอยู่ไม่รู้รส



ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต