[review] รีวิว เอหิปัสสิโก Come and See (2021) เป็นภาพยนตร์สารคดี ที่จะมาตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของความศรัทธาของผู้คนเรือนแสนต่อพระธัมมชโยและวัดธรรมกาย และโดยเฉพาะในกรณี พระธัมมชโยต้องคดีความทุจริตเกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่กลายเป็นที่อื่อฉาว จนนำไปสู่การที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าจับกุมในปี 2560 ภาพยนตร์กำกับ ณฐพล บุญประกอบ ที่เคยฝากผลงานมาแล้วใน 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว
ดูคลิปรีวิวได้ที่นี่
ซึ่งในภาพยนตร์สารคดีเราจะได้เห็นมุมมองของผู้ที่ศรัทธานั้นเขากำลังคิดอะไรอยู่ สิ่งที่เขาเชื่อนั้นเชื่ออะไร แล้วเชื่อไปเพื่ออะไร ได้ให้เห็นมุมมองของผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับวัดธรรมกายว่าเขามีมุมมองอย่างไร ความดีงามในแง่ของความเป็นภาพยนตร์นั้นการันตีได้จากการคัดเลือกให้เข้าฉายใน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 24 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในปี 2562 เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามภาพยนตร์กลับมีปัญหาในการเข้าฉายที่ประเทศไทย
สารคดีเปิดเรื่องมาก็พูดถึงความยิ่งใหญ่เสมือนอาณาจักรของวัดธรรมกาย วัดที่มีพื้นที่มากกว่า 2,000 ไร่ มีสาขาอยู่ทั่วโลกมากกว่า 131 สาขา และมีคนศรัทธาเป็นเรือนแสน ทั้งนี้ศูนย์กลางของความศรัทธาทั้งหมดอยู่ที่พระธัมมชโยเจ้าอาวาสของวัด
วัดมีการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการประกอบพิธีกรรม หรือการนำผู้คนเข้ามาปฏิบัติธรรมในวัดที่เป็นระบบ และค่อนข้างดี เริ่มตั้งแต่มีรถบัสไปรับผู้คนให้เข้ามาในวัด มีพนักงานต้อนรับ จากนั้นก็ทำการแบ่งกลุ่ม โดยมีผู้นำกลุ่ม ในการปฏิบัติกิจกรรมทั้งหมดของวัด ตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงนอน และการปฏิบัติกิจของผู้คนที่อยู่ภายในวัดนั้นก็ล้วนแต่เป็นไปเพื่อการสร้างบุญทั้งสิ้น
ระหว่างทางเราก็จะได้เห็นการสัมภาษณ์ผู้คนที่มีความเชื่อฟังศรัทธาในตัวพระธัมมชโยและวัดธรรมกาย เราจะได้เห็นมุมมองและความคิดว่าผู้ศรัทธาคิดอะไรอยู่ แล้วเขามีความศรัทธามากเพียงใด บางคนมีความศรัทธาขนาดที่ว่านำเงินมาบริจาคให้วัดได้มากกว่า 14 ล้านบาท บางคนพูดว่าสามารถเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพระธัมมชโย บางคนพูดว่าหากตายเพราะการปกป้องพระธัมมชโยและวัดธรรมกายคงจะได้บุญใหญ่

โดยเฉพาะในมุมของผู้ที่เชื่อและศรัทธาในวัดธรรมกาย สารคดีนำเสนอออกมาใน พิธีกรรม กิจวัตร ของผู้คนที่เข้ามาปฏิบัติตนในวัดธรรมกาย หรือแม้แต่นำวิถีชีวิตบางแง่มุมของผู้คนที่มีความเชื่อทางศรัทธาที่นำไปปฏิบัติใช้กับชีวิตของตนเองและครอบครัวด้วย
ในขณะเดียวกันเราก็ยังได้เห็นมุมมองของผู้คนที่ไม่เชื่อไม่ศรัทธาและตั้งคำถามถึงพระธัมมชโยและวัดธรรมกาย ได้เห็นมุมมองของอดีตพระสงฆ์วัดธรรมกายที่เป็นบุคคลสำคัญของวัด ซึ่งต่อมาได้ตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของพระธัมมชโยและความไม่โปร่งใสต่าง ๆ ทั้งยังได้เห็นมุมมองและทัศนคติของ นักวิชาการที่มีชื่อเสียงของไทยเช่น อาจารย์นิ ธิเอียวศรีวงศ์นักวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์วิจักขณ์ พานิชนักวิชาการทางด้านศาสนา รวมถึง เช่น พระไพศาล วิสาโลพระสงฆ์นักคิดคนสำคัญด้วย
นอกจากนี้ยังสมทบด้วย มุมมองของรัฐบาลที่มีต่อวัดธรรมกาย มุมมองของผู้คนในสังคมผ่านสำนักข่าวต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้น ผู้กำกับและคนตัดต่อเขาก็นำเสนอออกมาได้อย่างดี มันเป็นการเพิ่มความเข้มข้นให้กับเนื้อหาของความขัดแย้งทางความคิด ความเชื่อและใส่จุดแตกหักของเรื่องเข้าไปในภาพยนตร์สารคดีอย่าถูกที่ถูกทางและถูกจังหวะ จนเราดูแล้วรู้สึกว่า เกือบ 90 นาทีนั้นมันดึงเราไว้กับหน้าจอของ netflix ไม่ต่างกับการนั่งดูภาพยนตร์ดี ๆ ในภาพในโรงภาพยนตร์เลย
การนำเสนอใน 2 มุมมองแบบนี้ เขานำเสนอด้วยวิธีการตัดสลับแบบคู่ตรงข้าม ดังนั้นในฐานะของคนดูจึงรู้สึกว่าเราไม่ได้ถูกชักจูงไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน มันทำให้เรารู้สึกว่ามีความเป็นกลางพอสมควร
จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องราวซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์เข้าสู่ตึงเครียด เนื่องจากรัฐโดยใช้หัวหอกสำคัญที่เข้าไปดำเนินการคือกรมสอบสวนพิเศษ DSI ประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นสถานที่ควบคุม จากนั้นก็ประกาศ ใช้กฎหมายพิเศษ มาตรมาตรา 44 ของคณะ คสช. เข้าไปจัดการกับวัด มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันนายเข้าไปตรวจค้นวัด มีการตั้งข้อกล่าวหาว่าวัดเป็นที่ซ่องสุมกำลังอาวุธ และเข้าไปจับกุมพระธัมมชโย เราจะได้เห็นว่าผู้คนที่มีความศรัทธาอย่างแรงกล้ารวมถึงพระสงฆ์ลูกวัดมีวิธีการรับมือและการจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไร
การดูภาพยนตร์สารคดีเอหิปัสสิโก Come and See ให้เกิดความสนุก และดูแล้วเกิดปัญญาได้ คนดูต้องวางฉันทาคติและอคติไว้ก่อน ถือขันติธรรมเอาไว้เยอะ ๆ เพราะว่าถ้าเราตั้งธงไปในแง่มุมหนึ่งมุมไหนแล้วก็ตาม เราอาจจะดูสารคดีเรื่องนี้ไม่จบเลยก็เป็นได้ ดังนั้นการดูสารคดีเรื่องนี้ผ่านแง่มุมต่าง ๆ ที่เขานำเสนอ จะทำให้เราซึมซับมุมมองและความคิดของผู้คนทั้งสองขั้วตรงกันข้ามไปเรื่อย ๆ จากนั้นเราจะมีหน้าที่ในการตอบคำถามถึงความบริสุทธิหรือไม่บริสุทธิ ของพระธัมมชโยและวัดธรรมกายได้ด้วยตนเอง

ผู้กำกับ ณฐพล บุญประกอบ เขาสามารถนำเสนอความต่างของขั่วตรงข้ามทางความเชื่อและศรัทธาได้ค่อนข้างสมดุล เขาวางพระธัมมชโย วัดธรรมกาย คำสอน พิธีกรรมและวิธีการต่าง ๆ ของวัดไว้ตรงกลาง แล้วนำเสนอแรงกระเพื่อมที่เกิดจากวัดธรรมกายไปได้หลายมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม นำเสนอมุมมองของนักวิชาการ นักคิด และคนที่ศรัทธาหรือไม่ศรัทธา คนที่สนับสนุนหรือไม่สนับสนุนได้ดี
ที่เหนือชั้นคือการนำภาพฟุตเทจนับร้อยนับพันมาร้อยเรียงกันผ่านวิธีการเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง ทำให้สารคดีเอหิปัสสิโก มีความสนุกไม่แพ้กับการดูภาพยนตร์เลยทีเดียว
นอกจากเป็นภาพยนตร์ที่นำเสนอภาพจริง เหตุการณ์จริง และรวมถึงความคิดของผู้คนต่อกรณีพระธัมมชโยกับวัดธรรมกายแล้ว สารคดียังมีความเป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญด้วย เขาสามารถนำเสนอเนื้อหาที่มีความเข้มข้นไต่ระดับความลุ้นระทึกขึ้นไปเรื่อย ๆ จนไปถึงจุดสูงสุดที่เขาต้องการ จากนั้นเขาก็สามารถหาจุดลงได้สวยงาม
จุดหนึ่งที่ผมดูสารคดีเรื่องเอหิปัสสิโก แล้วรู้สึกประหลาดใจก็คือ มีหลายจุดและหลายจังหวะที่รู้สึกว่าหนังเขานำเสนอแบบเอนเอียง บางครั้งก็เอนเอียงไปทางฝั่งวัดธรรมกาย บางครั้งก็เอนเอียงไปฝั่งผู้ที่ไม่ศรัทธา แต่ในขณะที่มันกำลังจะหันหัวไปทางใดทางหนึ่ง เขาก็สามารถตบมันกลับมาในจุดที่อยู่ตรงกลางได้เฉยเลย
โดยส่วนตัวแล้วผมชอบมากที่สุด ก็คือในช่วงของท้ายเรื่อง นำเสนอว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดของผู้คนที่มีความศรัทธาต่อพระธัมมชโยและวัดธรรมกาย ผ่านคำสั่งสอนต่าง ๆ กระบวนการและพิธีกรรมต่าง ๆ ของวัดนั้นเป็นไปเพื่ออะไร เขาตีความหมายของความสุข การนิพพาน อัตตา อนัตตา หรือแม้แต่คติการตายแล้วไปอยู่สวรรค์นั้นเป็นอย่างไร
และท้ายที่สุดภาพยนตร์สารคดีก็ทิ้งคำถามสำคัญที่สุด 2 คำถามให้เราหาคำตอบเอาเองคือ ความหมายที่แท้จริงของ "บุญ" และ "ศรัทธา" นั้นคืออะไร
ชื่อของสารคดีคือความชัดเจนในการแสดงวัตถุประสงค์ที่เขาต้องการนำเสนอ เพราะฉะนั้นของเชิญทุกท่าน เอหิปัสสิโก "Come and See"
เนื่องจากเป็นสารคดีขอสงวนการให้คะแนน
@วาทิน ศานติ์ สันติ

#SuperReviewChannel
#เอหิปัสสิโก2021
#สารคดีเอหิปัสสิโก
#ComeAndSee