แกงเทโพหมูสามชั้น ประโยชน์เต็มๆ จากผักบุ้ง



ผักบุ้ง เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ผักบุ้ง ( Convolvulaceae ) พบทั่วไปในเขตร้อนและเป็นพืชที่คนท้องถิ่น เช่น ไทย ลาว กัมพูชา เวียตนาม มาเลเซีย และกานานิยมรับประทานเป็นอาหาร ผักบุ้งที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารมี 3 สายพันธุ์ คือ ผักบุ้งไทย ผักบุ้งนาและผักบุ้งจีน

ผักบุ้งไทยหรือผักบุ้งน้ำ เป็นผักบุ้งสายพันธุ์ที่เกิดที่ขึ้นเองตามแม่น้ำลำคลอง จึงมียางมากกว่าผักบุ้งจีน ผักบุ้งไทยเจริญเติบโตในน้ำได้ดีกว่าบนดิน มักจะสานตัวเป็นกลุ่มและลอยตัวบนผิวน้ำ ชูส่วนยอดหรือบริเวณสีเขียวเพื่อสังเคราะห์แสง ต้นมีขนาดใหญ่ อวบอ้วน ใบเรียวยาว คุณสมบัติที่โดดเด่นของผักบุ้งไทยคือมีวิตามินซีสูงมาก นิยมนำมาแกงโทโพ แกงส้ม ยำผักบุ้ง ใส่ในเย็นตาโฟ หรือรับประทานกับขนมจีนน้ำยาน้ำพริก

ผักบุ้งนาหรือผักบุ้งแดง เป็นผักบุ้งพันธุ์ไทยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามท้องนา ลำต้นมีขนาดเรียวเล็กสีเข้มออกแดง ลำต้นมีเนื้อค่อนข้างเหนียวแต่ยอดอ่อนให้ความกรอบได้ดี ส่วนใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวสีเขียวเข้ม ใบแหลมยาว นิยมนำมากินสดๆคู่กับส้มตำ ลาบหรือน้ำพริก ผักบุ้งแดงสามารถช่วยลดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย บรรเทาอาการอักเสบต่างๆ ช่วยชะล้างสารพิษในร่างกาย และช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์

ผักบุ้งจีนเป็นผักบุ้งที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุด ปลูกในดิน ลำต้นและใบสีเขียวอ่อน มียางน้อยกว่าผักบุ้งไทย เป็นผักบุ้งที่นิยมปลูกเป็นการค้า นิยมใช้ทำผัดผักบุ้งไฟแดง ใส่ในสุกี้ยากี้ กินกับหมูกระทะ หรือลวกใส่ในเมนูพระรามลงสรง ผักบุ้งจีนอุดมด้วยแคลเซียมและเบต้าแคโรทีน ช่วยในการบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ช่วยในเรื่องการขับถ่าย บรรเทาอาการเลือดกำเดาออก อาการปวดบวมจากการฟกช้ำและจากแมลงสัตว์กัดต่อย อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการไอเรื้อรังและอาการริดสีดวงได้อีกด้วย

ผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี่ ประกอบไปด้วยเส้นใย วิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆเช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก

นอกจากประโยชน์ที่ได้กล่าวแล้ว ผักบุ้งยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น ช่วยป้องกันและลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็ง บำรุงโลหิตและช่วยรักษาโรคโลหิตจาง สามารถลดน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงหัวใจ ลดการเกิดไขมันอุดตันเส้นเลือดและหัวใจวาย


แกงเทโพหมูสามชั้น
ส่วนประกอบแกงเทโพหมูสามชั้น
1. หมูสามชั้น 300 กรัม หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
2.ผักบุ้งไทย 2 กำ นำมาเด็ดยอดขนาดประมาณ 1 1/2 นิ้ว ใช้เฉพาะส่วนยอดที่อ่อน บีบลำต้นของผักบุ้งให้แตกเวลาแกงน้ำแกงจะได้เข้าเนื้อ แช่ในน้ำเพื่อไม่ให้ผักบุ้งดำ
3.สับปะรด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ถ้วย
4. พริกแกงเผ็ด 50 กรัม
5. กะทิสำเร็จรูป 1 กล่องหรือ 1 ขวด 250 ml
6.ปลาอินทรีย์เค็ม 1 ชิ้น ห่อด้วยใบตอง ปิ้งไฟให้สุกมีกลิ่นหอม แกะก้างและหนังออกให้หมด
7. เครื่องปรุงรส ได้แก่ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียก
8. น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
9. มะกรูด 1-2 ลูก


วิธีทำแกงเทโพหมูสามชั้น
นำหมูสามชั้นต้มกับหางกะทิให้เปื่อยนุ่ม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างที่รอหมูสามชั้นเปื่อย ตั้งกระทะ ใช้ไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชและพริกแกงลงไปคั่วให้หอม แล้วจึงเติมน้ำกะทิทีละน้อยๆ เมื่อหมูสามชั้นเปื่อยดีแล้ว ตักเฉพาะเนื้อหมูมาผัดในเครื่องแกง ปรุงรส ด้วยน้ำปลาเพียงเล็กน้อย อย่าเพิ่งใส่มาก ค่อยๆเติมกระทิทีละน้อยๆ จนหมด จึงใส่หางกะทิที่ใช้ต้มหมูสามชั้น ผักบุ้ง และสับปะรด เมื่อผักสุกดีแล้วจึงปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียก น้ำมะกรูด ใส่ผลมะกรูดลงไปในแกงด้วย นำปลาอินทรีย์เค็มที่ปิ้งและแกะก้างหนังเอาไว้แล้ว ยีเนื้อปลาอินทรีย์ให้พอแหลกใส่ลงในน้ำแกง ชิมดูให้มีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน กลมกล่อม ตักเสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ รสชาติของแกงเทโพที่มีครบรสจะช่วยให้เจริญอาหาร ยิ่งถ้ารับประทานร่วมกับปลาทอดกรอบๆจะอร่อยจนลืมอิ่มทีเดียวค่ะ

