UNESCO เปิดตัวผลการวิจัย Thinking Higher and Beyond : Perspectives on the Futures of Higher Education to 2050 (1) เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔   เป็นการมองภาพไปข้างหน้า ๓๐ ปี    ซึ่งตอนนั้นผมไม่อยู่แล้ว 

คณะกรรมการจัดทำรายงานนี้มี ๒๕ คน ท่านหนึ่งคือ ศ. กิตติคุณ ดร. ชนิตา รักษ์พลเมือง  อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเวลานี้เป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม 

หลักการ หรือ ประเด็นหลักในเรื่องอนาคตของอุดมศึกษา    เสนอ ๔ ประเด็นเพื่อทำให้อุดมศึกษาเป็นพลังขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ดีกว่าของทุกคนในโลก   คือ (๑) มีความรับผิดชอบร่วมกันต่ออนาคตของมนุษยชาติ  (๒) ส่งเสริมสุขภาวะและความยั่งยืน  (๓) สร้างความเข้มแข็งจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความหลากหลายของวิธีเรียนรู้  (๔) สร้างและยกระดับความเชื่อมโยง ในหลากหลายระดับ   

อ่านแล้วนึกถึงอุดมการณ์ว่า “โลกทั้งผองพี่น้องกัน”    ที่หากโดแนลด์ ทรัมป์ยังเป็น ปธน. สหรัฐอยู่ คงจะออกมาค้านว่า ไม่ใช่ ต้อง American first   

เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่(Purpose)    เขาบอกว่าอุดมศึกษาจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน    ทั้งเปลี่ยนใหญ่ (transformative) และค่อยๆปรับ (incremental)    ทั้งเปลี่ยนแบบทำลายล้าง (disruptive) และแบบเปลี่ยนอย่างราบรื่น (smooth)    โดยอุดมศึกษาต้องมีเป้าหมายยิ่งใหญ่สองขั้วตรงกันข้าม คือธำรงสุขภาวะของดาวเคราะห์โลก   และในขณะเดียวกันก็ขับเคลื่อนพัฒนาการด้านสังคมและเศรษฐกิจ   

ในด้านการสร้างความรู้ อุดมศึกษาควรยึดผลประโยชน์สาธารณะ   และควรเชื่อมโยงร่วมมือกันทั้งโลก   คือควรมีการสร้างระบบนิเวศของอุดมศึกษาที่ไม่เน้นแค่รายสถาบัน แต่เน้นการทำงานร่วมกันข้ามสถาบัน   

หน้าที่(Function)    หน้าที่หลักของอุดมศึกษากล่าวอย่างง่ายที่สุดคือ เกื้อหนุนการเรียนรู้ (support learning)    ซึ่งขยายความออกไปได้หลากหลายแง่มุม และหลากหลายมิติของความลึก    หรืออาจกล่าวได้ว่า อุดมศึกษาทำหน้าที่เปิดโอกาสในชีวิตให้แก่ผู้คน   โดยอุดมศึกษาควรมุ่งยังประโยชน์แก่คนทุกคน (Higher Education For All - HEFA) 

แนวทางบรรลุภารกิจ    ในการทำหน้าที่ “อุดมศึกษาเพื่อทุกคน”    ผมตีความว่า HEFA ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเรียนจบมหาวิทยาลัย   แต่หมายความว่าทุกคนได้รับประโยชน์จากมหาวิทยาลัย    ซึ่งตอนนี้เราเห็นแล้วว่า สัดส่วนของคนที่ต้องการปริญญาลดลง    ประโยชน์หลักของอุดมศึกษาไม่ใช่ปริญญาหรือประกาศนียบัตร    แต่เป็นโอกาสมีงานที่ดีทำ มีชีวิตที่ดี    อุดมศึกษาไทยต้องตีโจทย์นี้ให้แตก    และปรับเปลี่ยนวิธีการ “ให้การศึกษาระดับอุดมศึกษา” ให้ยืดหยุ่น และตรงความต้องการของผู้เรียนที่มีความหลากหลาย   และในทุกกลุ่มอายุ   การสนองความต้องการที่แตกต่างหลากหลายของผู้เรียน ช่วยได้ส่วนหนึ่งโดยเทคโนโลยีการเรียน ออนไลน์ 

หน้าที่สร้างและแชร์ความรู้ ต้องการการตีความใหม่   และการจัดระบบความรู้ก็ต้องการแนวทางใหม่    ผมตีความว่า ใน ๓๐ ปีข้างหน้า ความรู้จะงอกงามจากรอยต่อของต่างศาสตร์ ผ่านกิจกรรมการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง       

หน้าที่สร้างความเข้มแข็งจากความแตกต่างหลากหลาย    เป็นเรื่องท้าทายมาก   ที่อุดมศึกษาจะต้องใช้ความแตกต่างหลากหลายให้เป็นพลังบวกต่อสังคม และต่อการทำหน้าที่สถาบันอุดมศึกษา   อุดมศึกษาต้องไม่ปฏิเสธสภาพที่มีความแตกต่างหลากหลายในเรื่องต่างๆ     ผมชอบที่เขาเสนอว่า อุดมศึกษาต้องทำหน้าที่ “พื้นที่เปิดเพื่อการเสวนา” (open space for dialogue)   

อุดมศึกษาต้องเข้าไปเป็นหุ้นส่วนกับฝ่ายต่างๆ ในสังคม    เพื่อสร้างความสามัคคีกลมเกลียวกันในสังคม    โดยที่อุดมศึกษาเข้าไปร่วมครบ 3H (Head, Heart, Hand)    จุดที่ต้องเน้นคือ เอื้อให้คนมีการศึกษาสูง เป็นคนมีจิตวิญญาณ (higher education with a soul) ไม่เป็นคนจิตใจหยาบกระด้าง       

โอกาสและความท้าทายในช่วง ๓๐ ปีข้างหน้า    เส้นทางของอุดมศึกษาไม่ได้มีเส้นทางเดียว    เส้นทางของอุดมศึกษาจะปูลาดด้วยบริบทวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง    ข้อเสนอในรายงานนี้เป็นมหภาพ หรือภาพใหญ่ หรือเป็นข้อเสนอเชิงหลักการ    ที่สำคัญ อุดมศึกษาต้องช่วยลดความเหลื่อมล้ำ   ช่วยสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในโลก ที่จะช่วยกันทำให้โลกนี้น่าอยู่แก่ทุกคน   

   เอกสารนี้มีเพียง ๔๕ หน้า และอ่านง่าย    นักการศึกษาทุกท่านควรอ่าน 

วิจารณ์ พานิช

๒๗ มิ.ย. ๖๔