คุณภาพการจัดการ


การสร้างแรงผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างและรักษา ภาวะผู้นำในการแข่งขัน (competitive leadership) ในช่องทางการจัดการหลักทั้งหมด ทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจของบริษัท

คุณภาพการจัดการ

Quality of Management

พลตรี มารวย  ส่งทานินทร์

maruays@yahoo.com

16 มิถุนายน 2564

บทความเรื่อง คุณภาพการจัดการ (Quality of Management) นำมาจากหนังสือ The Power of Management Capital ประพันธ์โดย  Armand V. Feigenbaum และ Donald S. Feigenbaum จัดพิมพ์โดย the McGraw-Hill Co. Inc. ค.ศ. 2003

ผู้ที่สนใจเอกสารนี้ในรูปแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ https://www.slideshare.net/maruay/quality-of-mangement

เกริ่นนำ

  • บริษัทที่กำหนดความเร็วธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ได้มองจุดแข็งของพวกเขาในการกระตุ้นการเติบโต ด้วยแง่มุมของปริมาณของผู้นำแบบลำดับชั้นที่ใช้มาก่อนหน้านี้
  • แต่จะเน้นที่คุณภาพของการจัดการ ซึ่งจะวัดผลในแง่ของ ภาวะผู้นำและความสามารถในการสร้างเครือข่าย ที่มุ่งเน้นทรัพยากรทั้งหมดของบริษัท ในการรักษาการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
  • วัตถุประสงค์ไม่ใช่เพื่อเพิ่มเทคนิคการจัดการเพิ่มเติม จัดตั้งแผนกการจัดการระดับสูงขึ้นสองสามแผนกบนแผนผังองค์กรของบริษัท หรือสร้างระบบการจัดการที่เป็นแบบราชการขึ้นมาใหม่
  • วัตถุประสงค์คือ การสร้างแรงผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างและรักษา ภาวะผู้นำในการแข่งขัน (competitive leadership) ในช่องทางการจัดการหลักทั้งหมด ทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจของบริษัท
  • เป้าหมายสูงสุดคือ การนำความสามารถทั้งหมดของบริษัทมาปฏิบัติและมีการบูรณาการ
  • ช่องทางการจัดการหลักนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้นำของบริษัทอย่างมีประสิทธิผล ดังนั้น บริษัทจึงสามารถใช้ทรัพย์สินทางการเงินและทางกายภาพได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรมนุษย์ เทคนิค ทรัพย์สินทางปัญญา และข้อมูล สำหรับการวางแผนที่ดีขึ้น การดูแลลูกค้าของบริษัท และการสร้าง การขาย และการส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้าเหล่านั้นที่ดีขึ้น

ภาวะผู้นำด้านการจัดการคุณภาพ

  • โดยพื้นฐานแล้ว ภาวะผู้นำด้านการจัดการคุณภาพนี้ เน้นย้ำการพัฒนา นำไปใช้ และรักษาความสามารถอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีการกำหนด ความสอดคล้อง และผสานรวมของกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และการวัดผลของบริษัทเข้ากับงาน กระบวนการทำงานเป็นทีม และเครื่องมือในการดำเนินการ
  • เป็นทัศนคติ กระบวนการ และวินัย ในการจัดการโครงสร้าง สำหรับคุณภาพของการจัดการ
  • คุณภาพของภาวะผู้นำในการบริหารจัดการมีสามประการคือ  ความหลงใหล ประชานิยม และความรับผิดชอบที่มีระเบียบวินัย (passion, populism and disciplined responsibility) มีความสำคัญต่อประสิทธิผลของการจัดการ ที่พบในบริษัทผู้กำหนดอัตราความเร็วของธุรกิจ
  • คุณภาพนี้ รวมถึงการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ องค์ประกอบการวางแผนและการสร้างของวินัยการจัดการ เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ต้องการ

ประการที่ 1 ความหลงใหล (Passion)

  • ความหลงใหล พบได้ในผู้นำที่ตระหนักว่า การมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (pursuit of excellence) เป็นตัวกระตุ้นทางอารมณ์ ที่ทรงพลังที่สุดในองค์กร
  • ผู้นำที่หลงใหล จะกระตือรือร้นในการดำเนินการตามหลักนิยมนี้ (การมุ่งสู่ความเป็นเลิศ) ทั่วทั้งองค์กร หลักนิยมและแนวทางนี้ เป็นตัวกำหนดค่านิยมการแข่งขันขั้นพื้นฐานขององค์กร
  • ผู้นำที่หลงใหล ยังตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงผลการดำเนินธุรกิจของบริษัท เมื่อพฤติกรรมของผู้จัดการและพนักงานมีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุง ในเรื่องของความเป็นผู้นำ ในแง่ของลูกค้า ตลาด และความสามารถในการทำกำไร
  • ผู้นำที่หลงใหลเข้าใจวัฒนธรรมขององค์กรว่า การปรับปรุงคือผลรวมของการกระทำขององค์กร ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของการกระทำเหล่านั้น
  • กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้นำที่หลงใหล จะไม่รอช้าในการดำเนินการ และไม่เสียเวลาเพียงแค่กล่าวสุนทรพจน์ที่หรูหรา แทนการปรับปรุงกระบวนการ
  • ภาวะผู้นำที่หลงใหล มีความตระหนักถึงการจัดการที่ดี ที่จะทำงานได้ดีที่สุด เมื่อบุคลากรแทบไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่นั่น
  • เป็นเวอร์ชันที่ทันสมัย ของหลักการจัดการแบบตะวันออกดั้งเดิม ที่มีลักษณะดังนี้:
    • ผู้นำที่อ่อนแอ คือคนที่พนักงานหันหลังให้
    • ผู้นำที่แข็งแกร่ง คือคนที่พนักงานหันไปหา
    • ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ คือคนที่ทำให้พนักงานพูดว่า "เราทำเอง"

ประการที่ 2 ประชานิยม (Populism)

  • แง่มุมประชานิยมของภาวะผู้นำและคุณภาพการจัดการนี้ เน้นย้ำทุกสถานที่ทำงานของบริษัทว่า จุดแข็งการแข่งขันของธุรกิจขั้นพื้นฐาน มาจากการใช้ความรู้ ทักษะ และทัศนคติทั่วทั้งองค์กรอย่างเต็มที่ ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการสร้างสรรค์และแก้ปัญหาอย่างร่วมมือกัน และเห็นคุณค่าของการทำงานเป็นทีมที่คนส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ ซึ่งเป็นประเพณีพื้นฐานของชีวิตแบบประชาธิปไตย
  • ภาวะผู้นำแบบประชานิยม แสดงให้ได้เห็นด้วยความมั่นใจอย่างลึกซึ้ง ในความสามารถของผู้คนทั่วทั้งบริษัทในการปรับปรุงเหล่านี้ เมื่อพนักงานองค์กรได้รับความยืดหยุ่น และการสนับสนุนที่เหมาะสมในการปรับปรุง
  • ผู้นำประชานิยมเข้าใจดีว่า นี่เป็นกุญแจสำคัญในทัศนคติการจัดการ และจำเป็นอย่างยิ่งในการจัดเตรียมรากฐานสำหรับการเติบโตของธุรกิจที่ทำกำไรได้
  • ผู้นำประชานิยมสร้างความเปิดกว้าง ความไว้วางใจ และการสื่อสารทั่วทั้งบริษัท (ขึ้นและลงตามลำดับชั้น) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในด้านการปรับปรุงของบริษัท ด้วยการสร้างความคิดที่ว่า บุคลากรเป็นผู้ประกอบการเอง
  • ผู้นำประชานิยม สนับสนุนให้บุคลากรพัฒนารูปแบบการทำงานเป็นทีม และความรู้สึกเป็นเจ้าของในการปรับปรุงการแข่งขัน
  • มักมีวิธีที่ดีกว่าอยู่เสมอ และคนที่ใกล้ชิดกับงานและการปฏิบัติงานมากที่สุด คือคนที่มีแนวโน้มจะค้นพบ และนำวิธีที่ดีกว่านั้น ไปปฏิบัติมากที่สุด
  • การปรับปรุงงานใดๆ ทั่วทั้งองค์กร แม้ว่าจะเป็นเพียงการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยก็ตาม ประกอบกันกับในอัตราที่น่าทึ่ง จะสามารถสร้างความแตกต่างในการเป็นผู้นำในการแข่งขันได้

ประการที่ 3 ความรับผิดชอบทางวินัย (Disciplined Responsibility)

  • ด้านความรับผิดชอบที่มีระเบียบวินัยของภาวะผู้นำและคุณภาพการจัดการนี้ เกิดขึ้นเมื่อผู้จัดการตระหนักดีว่า จะไม่สามารถปรับปรุงได้ เว้นแต่จะมีการมุ่งเน้นอย่างไม่ลดละในการสร้าง การวัดผล การรักษา และจัดโครงสร้างอย่างมีระบบของบริษัท ที่มุ่งเน้นในด้านการเงิน สินทรัพย์ทางปัญญา มนุษย์ ข้อมูล เทคโนโลยี ความสามารถที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ และจุดแข็งของทรัพยากร
  • วินัย เป็นพื้นฐานในการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่องให้กับลูกค้า นักลงทุน พนักงาน สิ่งแวดล้อม และสาธารณะ
  • ภาวะผู้นำที่มีระเบียบวินัย เน้นที่การพัฒนาทรัพยากรของบริษัททั้งหมด และการสนับสนุนการจัดการ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างสรรค์นวัตกรรมการจัดการ ที่ช่วยขับเคลื่อนและเพิ่มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • มิติพื้นฐานของความรับผิดชอบระเบียบวินัยนี้ อยู่ที่การเน้นถึงความสำคัญของการดำเนินการ การธำรงรักษา และเน้นความสามารถอย่างเป็นระบบที่สร้างขึ้นมา มีความสอดคล้อง สมดุล และบูรณาการกับกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ เป้าหมายและการวัดผลของบริษัท ตลอดทุกช่องทางการจัดการ และกระบวนการทำงาน รวมถึงการทำงานเป็นทีม
  • ความรับผิดชอบที่มีระเบียบวินัย เป็นรากฐานของภาวะผู้นำ ที่กำหนดการดำเนินการที่สมดุล บูรณาการ และจัดลำดับความสำคัญขององค์กร ตลอดขอบเขตทั้งหมดของโอกาสทางธุรกิจและข้อกำหนด
  • เป็นการตอกย้ำความหลงใหลและประชานิยมในการสร้างคุณค่า โดยใช้จุดแข็งขององค์กร

การสร้างคุณค่า โดยใช้จุดแข็งขององค์กรดังต่อไปนี้

  • 1. สร้างความเข้าใจทั่วทั้งบริษัทเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของบริษัท  ค่านิยมของการบริหารและภาวะผู้นำ เพื่อให้บรรลุการเติบโตอย่างยั่งยืน
  • 2. กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน รวมถึงความคาดหวังที่เพิ่มคุณค่า ในการวัดผลทางการเงินและคุณภาพของธุรกิจ
  • 3. กลยุทธ์ด้านบุคลากรทั่วทั้งองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา และมีการพูดคุยและสื่อสารในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ทั่วทั้งองค์กร
  • 4. การวางแผนการอย่างบูรณาการทั่วทั้งบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงโดยตรงกับกลยุทธ์
  • 5. การปรับแผนการดำเนินงานและการวัดผล ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ การเงิน และคุณภาพของบริษัท
  • 6. ความสัมพันธ์ที่มีประสิทธิผลของการวัดผลด้านการเงินกับการดำเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน และสอดคล้องกับกลยุทธ์และแผนของบริษัท
  • 7. มีเกณฑ์และกลไกการบริหารผลการปฏิบัติงานตามแผน ควบคู่ไปกับความสอดคล้องกับแผนสำรอง เพื่อให้เข้าถึงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและคาดไม่ถึงได้อย่างมีประสิทธิผล
  • 8. เน้นการรวมกิจการร่วมค้า การควบรวมกิจการ การขายและการเข้าซื้อกิจการ ในเวลาที่เหมาะสมกับแผนการดำเนินงาน และการจัดการผลการดำเนินการ
  • 9. การจัดการสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดสรรทุนทางการเงินและการจัดโครงสร้างพอร์ตสินทรัพย์ ตามแผนธุรกิจทางการเงินและการดำเนินงาน
  • 10. การจัดการเชิงรุกกับการดำเนินการชั้นนำ ผ่านตัวชี้วัดประสิทธิภาพขั้นพื้นฐาน แผนเฉพาะทาง และกลไกการดำเนินการที่ชัดเจน
  • 11. มีขั้นตอนการสรรหา ประเมิน ฝึกอบรม และส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตของบริษัท
  • 12. การดำเนินการที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ เพื่อระบุและขจัดการหยุดชะงักของธุรกิจที่ขัดขวางการบรรลุผลลัพธ์เหล่านี้ ตลอดจนการวัดผลตอบแทนจากการลงทุนด้านการจัดการของบริษัทที่ปรับปรุงให้ดีขึ้น ในแง่ของรายได้จากการขาย การเพิ่มขีดความสามารถ และการลดต้นทุน
  • 13. วางรากฐานสำหรับการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง คือการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลของแนวทางการจัดการของบริษัท ด้วยความเป็นผู้นำและนวัตกรรมด้านการจัดการ และการวางตำแหน่งบริษัทสำหรับความต้องการทางธุรกิจของศตวรรษที่ 21 ด้วย 12 ช่องทางหลักของต้นทุนการจัดการ (12 key management capital channels) ซึ่งใช้ขับเคลื่อนผลลัพธ์ของธุรกิจ และเพื่อความยั่งยืน (มีวิธีการอยู่ในแผ่นภาพถัดไปของ PowerPoint) 

*******************

หมายเลขบันทึก: 691091เขียนเมื่อ 16 มิถุนายน 2021 17:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 มิถุนายน 2021 17:57 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี