วุ้นสละ หวาน หอม เป็นเอกลักษณ์

วุ้นสละ หวาน หอม เป็นเอกลักษณ์

สละ เป็นพืชในวงศ์ปาล์ม อยู่ในสกุลเดียวกับระกำ ลักษณะต้นเป็นทรงพุ่มคล้ายระกำ มีหนามแหลมแข็งตามก้านใบ สละออกผลเป็นทะลายเรียกว่า "คาน" ในแต่ละคานมีทะลายย่อยเรียกว่า "กระปุก" ลักษณะผลของสละเป็นทรงยาวรี ผลอ่อนสีน้ำตาล เปลือกเป็นเกล็ดซ้อนกัน ผลแก่กลายเป็นสีแดงอมน้ำตาล มีขนแข็ง คล้ายหนามสั้นๆ ลักษณะผลสละต่างจากผลระกำคือมีเมล็ดเล็กกว่า สีเม็ดเป็นสีน้ำตาลเข้มกว่า เนื้อสละเป็นสีเหลืองอ่อน ส่วนระกำเนื้อเป็นสีเหลืองอมส้ม สละมีรสหวานอร่อยและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้นิยมนำมารับประทานเป็นผลไม้สด หากผลสละออกรสเปรี้ยวก็จะนำไปแปรรูปเป็นสละลอยแก้ว ทำน้ำผลไม้ ทำเป็นไวน์สละ หรือนำไปสกัดกลิ่นเพื่อใช้แต่งกลิ่นอาหาร

  สละที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์เนินวง ผลหัวท้ายเรียว สีส้มอมน้ำตาล หนามยาว ผลดิบฝาดเปรี้ยว ผลสุกหวานหอม เมล็ดเล็ก  สละพันธุ์หม้อ มีผลยาว ปลายแหลมเป็นจะงอย เปลือกสีแดงเข้ม  สละพันธุ์สุมาลี ทรงต้นคล้ายระกำ ผลป้อมสั้น เนื้อเป็นสีส้มคล้ายระกำ


สละเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์หลายประการ เช่น ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย สละเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยบำรุงสมองเสริมสร้างความจำ ช่วยบำรุงรักษาสายตา ป้องกันอาการตาบอดตอนกลางคืน ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง สละเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ช่วยบำรุงและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงเลือด ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยป้องกันอาการหวัด บรรเทาอาการไอ สามารถใช้เป็นยาขับเสมหะ ช่วยป้องกันรักษาและบรรเทาอาการของโรคท้องร่วง ช่วยย่อยอาหาร ลดกรดในกระเพาะ ป้องกันอาการท้องผูก


ส่วนผสมวุ้นสละ
1. สละ 5-6 ผล
2. วุ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
4. น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
5. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ วุ้นสละ
นำสละมาปอกเปลือกออก แล้วฝานเป็นชิ้นบางๆ นำน้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง ผงวุ้น 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง ใส่หม้อคนจนส่วนผสมละลาย จึงยกขึ้นตั้งไฟ หมั่นคนจนเดือดปรุงรสด้วยเกลือป่น 1/2 ช้อนชา ยกลงทิ้งไว้ให้คลายความร้อน นำเนื้อสละที่เตรียมไว้ใส่ในถ้วยหรือพิมพ์ เทวุ้นลงไปจนเต็ม เมื่อวุ้นเซ็ทตัวแล้วนำไปแช่เย็น รับประทานตอนเย็นจัดจะหอม หวาน เย็นชื่นใจ ช่วยคลายร้อนได้ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครัวครูแป๊ว



ความเห็น (0)