ความวุ่นวาย (ฟิตนะฮฺ) จะเกิดขึ้นที่อิรักและเขาชัยฏอนจะโผล่ขึ้นที่นั่น

AdOniS
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

• สำนวนหะดีษอิหม่ามอะหมัดกล่าวว่า6302 - حَدَّثَنَا ابْنُ نُمَيْرٍ، حَدَّثَنَا حَنْظَلَةُ، عَنْ سَالِمِ بْنِ عَبْدِ اللهِ بْنِ عُمَرَ، عَنِ ابْنِ عُمَرَ، قَالَ: >رَأَيْتُ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: يُشِيرُ بِيَدِهِ يَؤُمُّ الْعِرَاقَ: “ هَا، إِنَّ الْفِتْنَةَ هَاهُنَا، هَا، إِنَّ الْفِتْنَةَ هَاهُنَا، - ثَلَاثَ مَرَّاتٍ مِنْ حَيْثُ يَطْلُعُ قَرْنُ الشَّيْطَانِ<.

• ความหมาย: ท่านอิบนุอุมัร กล่าวว่า ฉันเห็นท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมชี้มือไปทางอิรัก (แล้วกล่าวว่า) “โน่น แท้จริงฟิตนะห์จะเกิดขึ้นที่โน่น โน่น แท้จริงฟิตนะห์จะเกิดขึ้นที่โน่น –ท่านเช่นนั้นสามครั้ง- ซึ่งเป็นสถานที่โผล่ของเขาชัยฏอน” (มุสนัดอิหม่ามอะหมัด เลขที่ 6302 ด้วยสายรายที่น่าเชื่อถือบนเงื่อนไขของบุคอรีย์และมุสลิม)

• ประวัตินักรายงานและความน่าเชื่อถือ- อิบนุนุมัยร์ ท่านคือ อับดุลลอฮฺ บิน นุมัยร์ อัลฮัมดานีย์ อบุ ฮิชาม อัลกูฟีย์ ษิเกาะฮฺ เสียชีวิตปี 199 ฮ. เป็นนักรายงานของบุคอรีย์และมุสลิมและหนังสืออีกสี่เล่ม (ตักรีบ อัตตะฮฺซีบ เลขที่ 698)

  • หันเซาะละฮฺ ท่านคือ หันเซาะละฮฺ บิน อบูสุฟยาน อัลญุมะฮีย์ อัลมักกีย์ ซิเกาะฮฺ หุจญะฮฺ เสียชีวิตปี 151 ฮ. เป็นนักรายงานของบุคอรีย์และมุสลิมและหนังสืออีกสี่เล่ม (ตักรีบ อัตตะฮฺซีบ เลขที่ 637)

  • สาลิม บิน อับดุลลอฮฺ บิน อุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ อัลมะดะนีย์ หนึ่งในบรรดาฟุเกาะฮาอ์มะดีนะฮฺทั้งเจ็ด ษับตัน อาบิดัน ฟาฎิลัน เสียชีวิตปี 106 ฮ. เป็นนักรายงานของบุคอรีย์และมุสลิมและหนังสืออีกสี่เล่ม (ตักรีบ อัตตะฮฺซีบ เลขที่ 11)

  • อิบนุ อุมัร ท่านคือ อับดุลลอฮฺ บิน อุมัร เศาะหาบะฮฺคนสำคัญท่านหนึ่ง เสียชีวิตปี 73 ฮ. เป็นนักรายงานของบุคอรีย์และมุสลิมและหนังสืออีกสี่เล่ม (ตักรีบ อัตตะฮฺซีบ เลขที่ 698)

• สรุปสถานะของสายรายงานบรรดานักรายงานในสายรายงานของอิหม่ามอะหมัดล้วนเป็นนักรายงานที่น่าเชื่อถืออย่างยิ่งและทุกคนต่างเป็นนักรายงานบุคอรีย์และมุสลิม ดังนั้น จึงสามารถพูดได้เต็มปากว่าสายรายงานของหะดีษต้นนี้เป็นสายรายงานที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และเป็นสายรายงานที่วางอยู่บนเงื่อนไขของบุคอรีย์และมุสลิม ดังที่ท่านชุอีบ อัลอัรนะอูฏ ได้กล่าวเกี่ยวกับสายรายงานนี้ว่า “สายรายงานนี้ถูกต้องตามเงื่อนไขของบุคอรีย์และมุสลิม” (มุสนัด อิหม่ามอะหมัด, เชิงอรรถที่ 1 เล่ม 10 หน้า 391)

• คำอธิบายศัพท์

  • อิรัก (العراق) คำว่าอิรักในหะดีษข้างต้น ไม่ได้มีความหมายเฉพาะพื้นที่ของประเทศอิรักที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมะดีนะห์ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงพื้นที่ของจักรวรรดิเปอร์เซียโดยรวมที่ครอบคลุมอาณาเขตของประเทศซีเรียบางส่วน และประเทศอิหร่านที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองมะดีนะห์ในปัจจุบันด้วย เนื่องจากอิรักในสมัยนบีมุฮัมมัดอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิเปอร์เซีย ดังนั้น บรรดาอุละมาอ์หะดีษจึงตีความหมายของ “อิรัก” ในหะดีษข้างต้นว่าหมายถึงอาณาเขตการปกครองของจักรวรรดิเปอร์เซียโดยรวม ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ราบสูงที่ถูกเรียกเป็นภาษาอาหรับว่า “นัจด์” อาทิ ท่านอิบนุหะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ ท่านกล่าวว่า “เป็นการส่งสัญญาณถึงความรุนแรงแห่งการปฏิเสธศรัทธาของชาวมะญูซีย์ (ลัทธิบูชาไฟหรือโซโรเอสเทอร์) เนื่องจากว่าจักรวรรดิเปอร์เซียและบรรดาชาวอาหรับที่อยู่ภายใต้อาณัติของพวกเขาล้วนมาจากฝั่งทิศตะวันออก หรือฝั่งดวงอาทิตย์ขึ้นของชาวเมืองมะดีนะห์ พวกเขาเป็นกลุ่มชนที่แข็งกระด้างที่สุด หยิ่งยะโส และอวดศักดา ถึงขนาดฉีกสารของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม (ฟัตหุลบารีย์ 6/352) วัลลอฮุอะอฺลัม

  • อัล-ฟิตนะฮฺ (اَلْفِتْنَةَ) ตามรากศัพท์หมายถึง การทดสอบ (ابتلاء واختبار وامتحان) ต่อมาถูกใช้อย่างแพร่หลายในความหมายของ การทำบาป การปฏิเสธศรัทธา การหลงผิด การฆ่าฟัน การหลั่งเลือด การทรมาน การตำหนิ ความหายนะ ความอับอาย ความขัดแย้งทางความคิด ความวุ่นวาย การเผาด้วยไฟ การขจัดออก การเปลี่ยนแปลงจากดีเป็นชั่ว เป็นต้น (ดู อันนิฮายะห์ 3/410, ฟัตหุลบารียฺ 1/165, 2/8, 11/504-505, 13/3) และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ล้วนบ่งชี้ว่าแผ่นดินอิรักหรือจักรวรรดิเปอร์เซียเป็นแหล่งกำเนิดของฟิตนะห์ทั้งหลาย และจะยังคงดำเนินต่อไปจวบกระทั่งวันสิ้นโลก ตัวอย่างเช่น
  • การถูกฆาตกรรมของเคาะลีฟะฮฺอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ ซึ่งถืว่าเป็นประตูสกัดกั้นฟิตนะห์ โดยชาวเปอร์เซียที่ชื่อ ไฟรูซ หรือ อบูลุลุอะฮฺ จากเมืองนะฮาวันด์
  • การปลุกระดมและสมคบคิดเพื่อสร้างฟิตนะห์ต่อเคาะลีฟะฮฺอุษมานเริ่มต้นที่อิรัก
  • ฟิตนะห์สงครามอูฐที่เกิดขึ้นระหว่างฝ่ายเคาะลีฟะฮฺอาลีกับฝ่ายอัซซุเบร บิน อัลเอาวาม และฏ็อลหะฮฺ บิน อึบัยดิลละห์ โดยมีท่านหญิงอาอิชะฮฺพัวพันด้วยก็เกิดขึ้นที่อิรัก
  • การถูกฆาตกรรมของเคาะลีฟะฮฺอาลั บน อบีฏอลิบก้เกิดขึ้นที่อิรัก
  • การถูกฆาตกรรมของหลานนบี หุเสน บิน อาลี และการทรยศของชาวกุฟะฮฺก็เกิดขึ้นที่อิรัก
  • สงครามศิฟฟีนที่เกิดขึ้นระหว่างฝ่ายเคาะลีฟะฮฺอาลีกับเจ้าเมืองชามมุอาวิยะห์ก็เกิดขึ้นที่อิรัก
  • ฟิตนะห์ อัลหัจญาจ บิน ยูซุฟ อัษษะเกาะฟีย์ ก็อยู่ที่อิรัก
  • กำเนิดกลุ่มนอกรีตอย่างเคาะวาริจญ์ รอฟิเฎาะฮฺ เกาะดะรียะห์ ยะบะรียะห์ ซูฟีและกลุ่มอื่นๆอีกมากมายที่ออกจากครรลองที่ถุกต้องของอิสลามก็เริ่มต้นที่อิรัก
  • กำเนิดแนวคิดทางปราชญาและการแปลหนังสือปราชญากรักก็เริ่มต้นที่อิรัก
  • สุดท้ายดัจญาลก็โผล่มาจากบริเวณอิรักหรืออาณาเขตของจักรวรรดิเปอร์เซีย (อัสฟะฮาน) เช่นเดียวกัน วัลลอฮุอะอฺลัม

  • ก็อรนุ อัชชัยฏอน (قَرْنُ الشَّيْطَانِ) จากการสืบค้นในมะอาญิม และเกาะวามิส พบว่า คำว่า“ก็อรนุ” โดดๆมีความหมายทางภาษาที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นความหมายแท้ (หะกีเกาะฮฺ) และเป็นการยืมคำเพื่อสื่อถึงอีกความหมายหนึ่ง (มะญาซ) ซึ่งจะขอยกเพียงบางส่วนของความหมายทางภาษาของ ดังนี้
  • ก็อรนุ หมายถึง เขาสัตว์ หรือวัตถุแข็งที่ยื่นออกมาข้างหูของหัววัวและหัวแกะ เป็นต้น
  • ก็อรนุ หมายถึง เนินเขาเล็กๆ- ก็อรนุ หมายถึง ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะ 30 ปี 80ปี 100ปี 120ปี แต่ที่เป็นใช้กันอย่างแพร่หลายจะหมายถึงช่วงเวลา 100 ปี หรือหนึ่งศตวรรษ
  • ก็อรนุ หมายถึง อายุรุ่นคราวเดียวกัน วัยเดียวกัน- ก็อรนุ หมายถึง ประชาชาติหนึ่ง
  • ก็อรนุ หมายถึงกลุ่มชนรุ่นหนึ่ง และอื่นๆแต่เมื่อมีการประสมคำหรือพาดพิงกับคำอื่นก็จะให้ความหมายที่แตกต่างกันตามสิ่งที่ถูกพาดพิงไว้ เช่น
  • ก็อรนุลเกาม์ قرن القوم หมายถึง ผู้นำของกลุ่มชน
  • ก็อรนุลญะบัล قرن الجبل หมายถึง จุดสูงสุดหรือยอดสุดของภูเขา
  • ก็อรนุชชัมชิ قرن الشمس หมายถึง แสงตะวันแรกที่ปรากฏ เป็นต้นส่วนคำว่า “ก็อรนุชชัยฏอน قرن الشيطان ตามที่มีระบุในหะดีษ บรรดาอุละมาอ์ได้ตีความไว้หลากหลายความหมาย บ้างก็เข้าใจว่าเป็นความความหมายตรง นั่นคือ เขาของชัยฏอนจริงๆ บ้างก็เข้าใจว่าเป็นการยืมคำมาใช้เพื่ออธิบายถึงวิกฤติที่จะเกิดขึ้น ความชั่วร้าย ความวุ่นวาย ความน่าสะพรึงกลัว เป็นต้น แต่จากการสืบค้นทัศนะต่างๆของบรรดานักวิชาการหรืออุละมาอ์ที่อธิบายหะดีษข้างต้น –วัลลอฮุอะอฺลัม- ยังไม่พบคำพูดของอุละมาอ์ท่านใดที่ให้ความหมายของ “ก็อรนุชชัยฏอน” ว่า หมายถึง ศตวรรษแห่งซาตาน ดังคำอธิบายต่อไปนี้
  • อิบนุกุตัยบะฮฺ กล่าวว่า คำว่า يَطْلُعُ قَرْنُ الشَّيْطَانِ ไม่ได้หมายถึง “การปรากฏของเขาชัยฏอน” ดั่งที่คนฟังเข้าใจเหมือนกับเขาวัว แต่หมายถึง “จากที่นี่หัวชัยฏอนจะปรากฏ” (ตะวีลมุคตะลัฟ อัลหะดีษ หน้า 196)
  • ฟัยรูสอาบาดีย์ (ต.817 ฮ.) กล่าวว่า คำว่า قَرْنُ الشَّيْطَانِ หมายถึง ประชาชาติของชัยฏอนและบรรดาผู้เชื่อฟังหรือปฏิบัติตามความคิดเห็นของชัยฏอน การแพร่กระจาย (ความชั่ว) ของชัยฏอน และการครอบงำของชัยฏอน (อัลกอมูส อัลมุหีฏ หน้า 1223)
  • อัลค็อฏฏอบีย์กล่าวว่า มีทัศนะที่หลากหลาย บ้างก็ให้ความหมายว่าเขาทั้งสองของชัยฏอน… (เฆาะรีบ อัลหะดีษ 1/725)
  • อิบนุ อัลอะษีรกล่าวว่า บ้างก็กล่าวว่าหมายถึงเกิดอุตริกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นในสมัยท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม (อันนิฮายะห์ ฟี เฆาะรีบ อัลหะดีษ 4/52)
  • อัลยะห์ศุบียืกล่าวว่า “ก็อรนุ ชัยฏอน” บ้างก็กล่าว่า หมายถึงประชาชาติของชัยฏอน และบรรดาผู้ที่ติดตามแนวทางของมันจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และผู้หลงทาง บ้างก็ให้ความหมายว่า ความแข็งแกร่งของชัยฏอนและการแพร่สะพัดของแนวคิดมัน…(มะชาริก อัลอันวาร อะลา ศิหาห อัลอาษาร 2/179)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ประวัติศาสตร์อิสลาม



ความเห็น (0)