คนส่วนใหญ่มักคิดกันว่าคนจนน่าสงสาร น่าไปช่วยพวกเขาด้วยวิธีการต่างๆ เช่นผ่านมูลนิธิ แต้เราว่าคนรวยน่าสงสารกว่าและน่าไปช่วยเขาก่อนไปช่วยคนจน

.

ที่คนรวยน่าสงสารเพราะว่าพวกเขาแบกภาระไว้มาก จนหนักบ่า เนื่องจากคิดว่าสมบัติเหล่านั้นเป็นสมบัติของกู เราจึงควรไปบอกเขาว่า มันเป็นสัมบัติท่านน่ะจริงอยู่ แต่ไม่ใช่สมบัติของท่านนะ (ตามแนวธรรมศาสน์)

.

การกลับความคิดเพียงแค่พลิกฝ่ามือเดียว คนรวยจะเลิกแบกสัมบัติทันที แล้วเอาสมบัติที่เหลือบริจาคออกไปเป็นการกุศลเพื่อช่วยเหลือคนจน โดยที่เราไม่ต้องไปเหนื่อยแรงช่วยคนจน เนื่องจากคนจนมีปริมาณมากและบางคนยังอยู่ในสภาวะบัวติดตมอีกด้วย  ช่วยไปก็เหนื่อยมากและยังอาจไม่ได้ผล

----คนถางทาง..๑๖มีค.๖๔