[review] Sentinelle เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญสัญชาติฝรั่งเศสปี 2021 ฉายทาง Netflix ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีการใช้เงินทุนเพียงแค่ประมาณ 7 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
#รีวิวนี้เปิดเผยเนื้อหาของหนัง
#Spoiler
ดูคลิปรีวิวได้ที่นี่
ว่าด้วยเรื่องราวของพันจ่า ทหารหญิงของฝรั่งเศสที่ประจำการรบอยู่ในตะวันออกกลาง หน่วยของเธอรับหน้าที่ข้าไปจับตัวชายคนหนึ่ง เลยเข้าไปถามจากภรรยาของชายคนนั้นว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ในระหว่างเข้าไปจับกุม หน่วยของเธอถูกซุ่มโจมตี แต่ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ เธอได้พบกับมือระเบิดพลีชีพที่เป็นเด็กเพียงแค่ไม่กี่ขวบ ซึ่งก็น่าจะเป็นลูกชายของผู้ก่อการร้าย หลังจากเหตุการณ์นั้นเธอจึงขอถอนตัว แล้วกลับมาประจำการในประเทศฝรั่งเศสอยู่กับครอบครัว แม่ และน้องสาว และมาประจำการในหน่วย Sentinelle หน่วยที่ทำการลาดตระเวนไปทั่วประเทศฝรั่งเศส เพื่อตรวจตราและควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้นภายในประเทศ
แน่นอนว่า ทหารผ่านศึกสงครามกับภาพติดตาอันโหดร้ายนั้นเมื่อกลับมาอยู่ประเทศของตนเอง ก็มีอาการไม่ปกติ มีอาการหวาดกลัว หวาดระแวง ภาพเหตุการณ์ระเบิดพลีชีพจากเด็กน้อยยังติดอยู่ในความทรงจำของเธออย่างไม่รู้คลาย บ่อยครั้งที่เธอต้องกินยาระงับประสาท กินมากจนกลายเป็นเสพติด ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เธอไปเดินลาดตระเวนผนวกกับภาพเหตุการณ์ในอดีตส่งผลจิตใต้สำนึกของเธอ ก็ดูเหมือนว่าทุกคนหรือสิ่งของก็ดูเป็นภัยหรือมีความไม่น่าไว้วางใจไปทั้งสิ้น

คืนหนึ่งเธอตัดสินใจไปเที่ยวผับกับน้องสาวเพื่อการผ่อนคลาย น้องสาวของเธอไปเตะตากับเจ้าผู้ทรงอิทธิพลรัสเซียรายหนึ่งที่หล่อและดูรวยมาก น้องสาวจึงแยกออกตัวไปกัยชายคนนั้น ส่วนตัวเธอเองไ ด้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งระหว่างเต้นรำคนเดียว เธอกับหญิงสาวคนนั้นมีเพศสัมพันธ์กันอย่างดูดดดื่มภายในคืนนั้น
ตื่นเช้ามา เธอเช็คโทรศัพท์ของน้องสาวซึ่งไม่มีการติดต่อมาเลย ภายหลังเธอก็รับรู้ว่าน้องสาวเธอมีอาการโคม่าสมองบวม เพราะเกิดจากการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ถูกข่มขืน และนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
พันจ่าหญิงของเรา กลับเข้าไปตรวจงานที่เกิดเหตุ ขอดูกล้องวงจรปิด ภายหลังทางตำรวจบอกว่าเป็นลูกชายของผู้ทรงอิทธิพลตัวเป้ง ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับรัฐบาล แถมยังถือเอกสารทางการทูตที่ได้รับสิทธิ์คุ้มครองอีกด้วย จากนั้นเธอจึงทำการไล่ล่าเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้องสาว แม้ว่าจะมีตำรวจเข้ามาทำคดีนี้แล้วก็ตามแต่เธอก็ไม่ไว้วางใจระบบ
ลูกชายเจ้าพ่อรัสเซียได้มาเที่ยวผับนี้อีกครั้งหนึ่ง เธอก็ดักรอ แล้วเข้าไปจัดการกับผู้ชายเจ้าพ่อรัสเซียในห้องน้ำทันที นับว่าเป็นการต่อสู้ที่ทุลักทุเล หญิง 1 คนต่อสู้กับบอดี้การ์ดร่างยักษ์ 3 คน แต่แน่นอนว่าทักษะทางด้านการทหารก็สามารถเอาชนะบอดี้การ์ดทั้งสามคนมาได้ แต่ลูกชายเจ้าพ่อรัสเซียกับหนีไปได้
เมื่อเธอกลับมาเยี่ยมน้องสาวที่โรงพยาบาล มีอาการดีขึ้นแล้ว น้องสาวจะไม่ยอมไปแจ้งความ เนื่องจากไม่ต้องการ มีเรื่องกับผู้ทรงอิทธิพล พันจ่าหญิงของเราจึงตัดสินใจ ปฏิบัติการเพียงคนเดียว บุกเข้าไปในบ้านเจ้าพ่อรัสเซีย แต่กลับถูกจับเอาไว้ได้ซะก่อน แล้วเธอก็รู้ว่าคนที่ทำร้ายน้องสาวเธอจนปางตายนั้นไม่ใช่ลูกชายแต่กลับเป็นพ่อนั่นแหละ เธอโกรธแค้นมาก แต่ก่อนที่เธอจะถูกจะลูกสมุนดการ เธอกับสามารถพลิกสถานการณ์ได้ กระโดดหนีลงสระนน้และหนีออกนอกบ้านไป
เธอเข้าไปในคลังอาวุธของหน่วย Sentinelle ไปเอาปืนมาชุดหนึ่ง แล้วทำการบุกเข้าไปในบ้านผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียอีกครั้ง เธอสามารถจัดการกับบอดี้การ์ดของเจ้าพ่อรัสเซียได้ไม่ยากเย็นนัก ในขณะที่เธอกำลังจะจัดการกับเจ้าพ่ออยู่นั้น เจ้าพ่อก็พูดจาบางอย่างว่าเธอต้องการอะไร ต้องการเงินหรือไม่ ยังไม่ทันที่ได้ฟังคำตอบ พันจ่าหญิงของเราก็ถีบเจ้าพ่อตกจากชั้นสองลงไปนอนกองกับพื้นเลือดท่วม ระหว่างนั้นไม่รู้ว่าเจ้าลูกชายเจ้าพ่อทะเล่อทะล่ามาจากไหน วิ่งเข้าหาเธอ เธอก็ยิงสวนเข้าเบ้าตาตายคาที่ แล้วก็ตามฟอร์มหนังที่ทีมตำรวจก็บุกเข้ามาในบ้านตอนที่ทุกอย่างจบ เธอยังไม่ได้ทำเช็คว่าเจ้าการร้ายได้ตายไปหรือไม่เพราะต้องหนีไปก่อน

ผ่านไปหลายเดือน เจ้าพ่อรัสเซียไปอยู่ที่ดูไบอย่างสุขสบาย เขาได้สั่งพนักงานของโรงแรมให้นำอาหารขึ้นไปในห้องของเขา ก็ไม่ยากเกินคาดเดาที่พันจ่าหญิงนอกราชการของเราปลอมตัวเป็นพนักงานโรงแรม ใช้ส้อมจิ้มอาหารแทงคอเจ้าพ่อหลายครั้ง เลือดกระฉูด เจ้าพ่อตายคาพื้นห้องโดยที่ไม่ทันได้พูดอะไร เป็นอันว่าเรื่องราวของปฏิบัติการเซนติเนล จบลงแค่ตรงนั้น
ต่อไปจะขออนุญาตอธิบายความรู้สึกหลังดูครับ
ปฏิบัติการเซนติเนล จากการโปรโมททำให้เราเห็นว่าน่าจะเป็นหนังสงครามที่มีฉากยิงกันสนั่นหวั่นไหวระห่ำเมือง แต่กลายเป็นว่าฉากที่ดูดีที่สุด เป็นเพียงแค่ต้นเรื่องเท่านั้น คือฉากที่ทำให้ดูเหมือนว่า มีการปฏิบัติการจับผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลาง
แต่เมื่อเรื่องตัดมาที่ประเทศฝรั่งเศส หลังจากที่นางเอกเข้ามาประจำการกับหน่วยเซนติเนลแล้ว หนังแทบไม่มีอะไรน่าสนใจเลย เพียงเธอกับหน่อยของเธอเดินลาดตระเวนไปทั่วเท่านั้น แถมยังไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเต็มที่ เพราะหน้าที่จัดการกับความไม่สงบเรียบร้อยเป็นหน้าที่ของตำรวจ เราจึงได้เห็นหน่วยเซนติเนลเดินไปเดินมา บอกทางนักท่องเที่ยว บอกได้เลยว่าส่วนนี้น่าผิดหวังมากๆ ถ้าใครได้ดูหนังตำรวจอย่างเช่น S.W.A.T. ภาพยนตร์ Action ลุ้นระทึกที่ฉายในปี 2003 จะเห็นว่าเขาเล่นใหญ่มาก ทำให้หน่วย S.W.A.T. เป็นอะไรที่เท่มาก ๆ ซึ่งต่างกับหน่วยเซนติเนล ที่ถือปืนกระบอกโตเดินไปเดินมาและไม่มีอำนาจในการจัดการอะไรเลย
เรื่องของฉากแอ็คชั่นนั้นพูดได้เต็มปากเลยว่าปฏิบัติการเซนติเนล ไม่มีความดีหลงเหลืออยู่เลย ฉากแอ็คชั่นการต่อสู้ก็สู้กันแบบง่าย ๆ แถมยังไม่ค่อยมีตรรกะ เจ้าพ่อระดับบิ๊กของประเทศมีบอดี้การ์ดเพียงแค่ 2-3 คน แถมยังสู้ผู้หญิงไม่ได้ ซึ่งแน่ล่ะเราเข้าใจว่าผู้หญิงคือหน่วยรบพิเศษ แต่อย่าลืมว่าบอดี้การ์ดก็ต้องมีความพิเศษด้วยเช่นกัน การต่อสู้ก็เหมือนดูว่าจะดุดัน แต่มันไม่มีความดุดันเหลือเลย ตลอดทั้งฉากการต่อสู้ก็มีอยู่เพียงแค่ 2-3 ฉากเท่านั้น แถมฉากการดวลปืนกันก็มีอยู่น้อยนิด เพียงแค่เปิดเรื่องนิดหน่อยกับท้ายเรื่องอีกนิดนึง ดูแล้วก็ง่วงนอน ถ้าจะไม่ผิดนักก็พูดได้ว่าเรื่องนี้มันคือ action หนังเกรด B เกรด C ได้เลย

บท เนื้อเรื่องและวิธีการดำเนินเรื่องมีความเป็นเส้นตรงเกินไป ถ้านำไปฉายในยุค 70 หรือ 80 มันก็ไม่ผิด นี่มันยุคสมัยปี 2020+ ขึ้นมาแล้ว การเล่าเรื่องแบบนี้ ส่วนตัวแล้วถือว่าไม่เหมาะ มันไม่มีอะไรให้ลุ้นระทึก และไม่เปิดอะไรให้เราคิดตามเลย แถมยังเล่าเรื่องช้าแล้วเสียเวลาไปกับอะไรก็ไม่รู้ตั้งนาน ฉากสำคัญที่สุดของเรื่องก็เหลือ 15 นาทีท้ายเท่านั้น มันน้อยไป มันเป็นแค่หนังแก้แค้น วิธีแก้แค้นได้แบบง่าย ๆ ไม่มีอะไรให้จดจำ ส่วนตัวเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลชาวรัสเซียก็ดูจากกากเหลือเกิน จัดการง่ายเหลือเกิน ตายง่ายไม่ต่างกับตัวประกอบของหนังเรื่องอื่น ไม่สมกับการเป็นบอสใหญ่เลย
ในด้านของการแสดง หนังคว้าตัวอดีตนางเอกสาวบอนด์ Olga Kurylenko จากภาค Quantum of Solace มารับบทนำ จากความรู้สึกส่วนตัวของผมบอกได้เลยว่าเราได้เห็นเธอมีอาการหวาดกลัวความหวาดระแวงและยังอยู่ในภวังค์ของการหวาดกลัวสงคราม มือสั่นขาสั่น ใบหน้ากระตุก ติดยากล่อมประสาท มีการต่อสู้ด้วยมือเปล่านิดหน่อย ยิงปืนอีกนิดหน่อย แล้วก็เดินไปเดินมา มีแค่นั้นจริงๆ บอกเลยว่าตลอดทั้งเรื่อง เหมือนว่าจะไม่ได้โชว์ฝีมือและความสามารถของเธอเลย และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ 5 นาทีแรกของหนังมันต่างกันลิบลับ เรียกได้ว่าตลอดเกือบ 90 นาทีก่อนทั้งเรื่องยังไม่สนุกเท่ากับ 5 นาทีแรก บอกตามตรงว่าเธอทำได้ดีเท่านี้จริง ๆ เสียดายจริง ๆ ที่หนังคว้าตัวนักแสดงฝีมือระดับนี้มาเล่นแล้ว แต่กลับใช้ความสามารถทำให้ได้อย่างไม่เต็มที่เท่าที่ควร
กล่าวโดยสรุปSentinelle เป็นหนังแนวแก้แค้นจาก netflix ที่ไม่มีอะไรให้จดจำ เนื้อเรื่องชวนน่าเบื่อ ไม่มีมิติ เก่าคร่ำคร่าและโบราณ แต่ถ้าไม่มีอะไรจะดูก็ถือว่าดูได้ อย่างน้อยที่สุดหลังก็ยังให้อะไรบางอย่างกับคนเดียวก็คือ ระบบราชการ ระบบของตำรวจ เมื่อนำมาใช้งานจริงแล้วก็แทบจะไม่เกิดประสิทธิภาพ เพราะต้องรอเอกสารรอการอนุมัตินู่นนี่นั่น แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ๆ มันก็ไม่ทันกาล ถ้าจะกล่าวถึงหัวใจของเรื่องที่สำคัญที่สุด Sentinelle เป็นหนังแนวเสียดสี
ระบบซะมากกว่าหนังแนวแก้แค้น
4/10
@Vatin San Santi วาทิน ศานติ์ สันติ

#SuperReviewChannel
#Sentinelle2021 #Netflix
#ปฏิบัติการเซนติเนล