“วีรชน” 1 ใน 12 ตอนของหนังสือรวมเรื่องสั้น “อาถรรพ์ภาพวาดเสือดำ และเรื่องราวอื่น ๆ” เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของกำพล นิรวรรณ วีรชนคือบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่ากล้าหาญ ดั่งในเรื่องสหายดินถูกยกย่องว่าเป็นวีรชนคนกล้า แต่ความจริงแล้วความเป็นวีชนของเขานั้น ได้มาโดยบังเอิญ และละความกล้าที่เขามีโดยแท้คงเป็นความกล้าที่จะแตกต่าง กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไม่โดนระบบทุนนิยมที่อยู่รายล้อมตัวเขานั้นกลืนกิน “วีรชน” เป็นเรื่องราวของสหายดินนักปฏิวัติขี้ร้อน ความเหลื่อมล้ำภายในองค์การทำให้เขาต้องนอนในโรงนอน รวมกับผู้อื่น เขาไม่สามารถนอนร่วมกับสหายของเขาที่โรงนอนได้ เพราะในยามค่ำคืนเขาจะถอดเสื้อผ้านอนเปลือยกาย สุดท้ายเขาจึงสร้างกระท่อมอยู่อย่างสันโดษหน้าค่าย และนั่นทำให้เขาโดนยิงโดยศัตรูจน ร่างเปลือยของเขาเสียชีวิต เสียงปืนดังสนั่นทำให้สหายทั้งค่ายรอดชีวิต สหายดินถูกย่องเป็นนักปฏิวัติตัวอย่าง ได้รับการเชิดชูเกียรติ อีกทั้งยัง ถูกล่าวขานว่าเขาคือ”วีรชน” นักปฏิวัติธาตุร้อนอย่าง “สหายดิน” ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรชน โดนเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยความไม่ตั้งใจของเขา จากบุคคลที่มักทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อขบวนการ สหายในค่ายต่างเอือมระอาในพฤติกรรมของเขา แต่เพราะความเป็นคนธาตุร้อนจึงทำให้เขานอนแก้ผ้าอยู่หน้าค่ายเพียงลำพัง จนถูกศัตรูยิงตาย เช้าวันต่อมาเขาถูกยกย่องให้เป็นนักปฏิวัติตัว เขากลายเป็น “วีรชน”ที่ถูกสหายในค่ายยืนไว้อาลัยเพียงหนึ่งนาที “สหายดินคือแบบอย่างของนักปฏิวัติผู้เสียสละเขาได้พิสูจน์ให้พวกเราเห็นแล้วว่านักปฏิวัติที่ดีต้องพร้อมทุกลมหายใจที่จะยอมพลีชีพเพื่อปกป้องมวลชนให้รอดพ้นจากการล้อมตีของศัตรู เราขอเชิดชูเกียรติให้เป็นวีรชนคนกล้าไว้ ณ ที่นี้ ขอให้ทุกคนยืนไว้อาลัยแก่เขาหนึ่งนาที” (หน้า 75) การยืนไว้อาลัย เป็นการแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้วายชนม์และเป็นการยกย่องสรรเสริเชิดชูแก่ผู้ตายที่พลีชีพเพื่อ บุคคลอื่น ซึ่งนั่นเป็นเพียงนาทีเดียวที่สหายดินได้รับการยอมรับจากบุคคลอื่นการตายของสหายดินเหมือนเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความหน้าไหว้หลังหลอกของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เป็นการตายโดยถูกยกย่องว่าเป็น“วีรชน” ผู้กล้าหาญ แต่ความกล้าที่แท้จริงของสหายดินคงเป็นความกล้าที่จะแตกต่างจากคนในพรรค ทำให้เขาถูกมองว่าแตกต่าง ความต่างจึงทำให้อยู่ยากและไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมที่ถูกกลืนกินด้วยอุดมการณ์ กลวิธีในการเล่าเรื่องผู้แต่งได้ใช้บุรุษที่หนึ่ง (First-person point of view) คือการเล่าเรื่องโดยให้ผู้อ่านหยั่งรู้ถึงจิตใจและพฤติกรรมของตัวละครซึ่งเป็นผู้เล่าเรื่อง ในเนื้อเรื่องผู้เล่าเรื่องถ่ายทอดเรื่องราวของตนเองเมื่อยังมีชีวิตอยู่จนเสียชีวิต ทำให้เราเข้าใจอารมณ์ และพฤติกรรมของตัวละคร โครงเรื่องมีการดำเนินเรื่อง ไม่ซับซ้อน เล่าเหตุการณ์เปิดเรื่องโดยย้อนความหลังของตัวละครเมื่อยังมีชีวิตอยู่ดำเนินไปตามลำดับของปฏิทิน ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจเรื่องที่อ่านได้อย่างไม่ยากนัก และในตอนท้ายของเรื่อง“ดวงวิญญาณของข้าพเจ้ายังคงล่องลอยอยู่บริเวณนั้น จึงได้ยินเสียงใครคนหนึ่งหัวเราะหึ ๆในลำคอหลังหลังคำสดุดีสิ้นสุดลง” (หน้า76) หมือนเป็นการตอกย้ำ ความหน้าไหว้หลังหลอกของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เนื้อเรื่องสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยผ่าน “สหายดิน” ตัวละครหลักสำคัญในการดำเนินเรื่อง มุ่งเสียดสีกระบวนการคอมมิวนิสแห่งประเทศไทย ตัวละครมีพฤติกรรมแตกต่างจากสหายทุกคนในค่าย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกล้าคิด กล้าทำ พร้อมอยู่บนความต่างที่ทุกคนล้วนถูกกลืนกินฝังร่างด้วยลัทธิมิวนิสต์ ตัวละครมีความหลากหลายทางอารมณ์ รักในการอ่านหนังสือซึ่งผู้ที่ รักการอ่านย่อมเป็นคนที่มีความคิดนอกกรอบ มองโลกแตกต่างจาก คนอื่น ทั้งยังมีความคิดความอ่านเป็นของตนเอง ทำให้เขาถูกมองว่า แตกต่างจากคนอื่น ในด้านความรักถูกมองว่าเขานั้นคือตัวถ่วงของคนรักทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอและอ่อนไหว ซึ่งมนุษย์ทุกคนมักสร้างตัวตนให้ดูเข้มแข็งและไม่สนใจคำพูดของคนอื่น ทั้งที่ในใจก็เจ็บปวด ทำให้ตัวละครมีมิติและมีความสมจริงมากขึ้น อีกทั้งผู้เขียนสร้างตัวละครมาจากประสบการณ์และแนวคิดของตน กล่าวคือ ผู้เขียนสร้างตัวละครลักษณะนี้เพื่อเสียดสีความไม่เท่าเทียมของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ตัวละคร“สหายดิน” เหมือนเป็นภาพแทนของบุคคลที่มีความคิดต่าง ซึ่งความต่างอาจทำให้อยู่กับ บุคลอื่นได้ยาก โดยนำเสนอฉากในเรื่องคือฉากแนวเทือกเขาบรรทัด เนื่องจากผู้เขียนนั้นเคยเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ช่วงหลัง 6 ตุลา 2519 ในเขตเทือกเขาบรรทัด จังหวัดสตูลเป็นประสบการณ์ที่ผู้เขียนนำมาถ่ายทอดผ่านงานเขียนของตน ทำให้ ผู้อ่านจินตนาการภาพได้อย่างไม่ยากนัก เนื่องจากเกิดจากประสบการณ์จริงของผู้เขียนเอง“วีรชน” สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ ของขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่มุ่งสร้าง ความเสมอภาคแก่ประชาชนทุกชนชั้น แต่กลับเกิดความเหลื่อมล้ำ ในองค์กรของตนเอง สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ไม่อาจหนีไม่พ้น ความเหลื่อมล้ำ จากตัวละคร “ข้าพเจ้า” สะท้อนให้ผู้อ่านได้เห็นถึง ความหน้าไหว้หลังหลอกของขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
ความเหลื่อมล้ำในทุกชนนชั้นเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมในสังคมความไม่เท่าเทียมด้านสิทธิและโอกาสในช่วงเวลานั้นจึงมีขบวนการปฏิวัติที่เรียนตนเองว่า “ขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” เกิดขึ้นขขบวนการนี้มุ่งสร้าง ความเสมอภาค และความทัดเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมแต่ก็ยังมีความ ไม่เสมอภาคเกิดขึ้น สะท้อนภาพสังคมในปัจจุบันที่ยังคงมีความ เหลื่อมล้ำอยู่มากในทุก ๆ เรื่อง และทุกภาคส่วน ดังน้ำการจะกำจัด ความเหลื่อมล้ำออกไปคงเป็นเรื่องยาก ผู้เขียนสะท้อนภาพเหลื่อมล้ำของสังคมได้เป็นอย่างดี “วีรชน” มีทุกองค์ประกอบสอดคล้องกันอย่างกลมกลืนไม่ว่าจะเป็นโครงเรื่อง ตัวละคร แก่นเรื่อง หรือฉาก ผู้เขียน นำเสนอออกมาอย่างเหมาะสม อีกทั้งภาษาที่ใช้ในการดำเนินเรื่องเป็นภาษาที่เรียบง่ายเข้าใจง่าย และดำเนินเรื่องได้อย่าน่าสนใจ มีโครงเรื่องที่ไม่ซับซ้อนทำให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย อีกทั้งเรื่องสั้นเรื่องนี้ยังมีเนื้อหาเสียดสีสังคมได้อย่างชัดเจน ผู้เขียนได้นำประสบการณ์ของตนองมาถ่ายทอดผ่านงานเขียนได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เนื้อเรื่องที่อ่าน มีความสมจริง
¬¬
