จะดำรงชีวิตอย่างไร เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุหลังเกษียณ
การดำรงชีวิตความเป็นอยู่ทุกวันนี้
นับวันจะยากลำบากมากขึ้น ทั้งนี้เพราะ
นอกจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำแล้ว
เรายังเผชิญกับการแพร่เชื้อระบาดของ
ไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องใช้ชีวิต
ความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก มิหนำซ้ำยัง
ทำให้คนล่มหายตายจากไปหลายแสนคนแล้ว
การประกอบอาชีพก็ยากลำบาก ไหน
จะมัวพะวงกับการใส่แมสก์ เว้นระยะห่าง
การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมของมนุษย์
ตลอดมาและตลอดไปโดยที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงไปได้
เมื่อเกิดมามีชีวิตรอดแล้ว เราต้องขยันทำมาหากิน ไม่เช่นนั้น
ก็จะเอาชีวิตไม่รอด
มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม จึงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
โดยลำพัง ต้องอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ตั้งแต่แรกเกิดไปจนตาย
เมื่อยังเป็นเด็ก พ่อแม่คอยดูแลเอาใจใส่
เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม อบรมสั่งสอน
ให้รู้ดีรู้ชั่ว มีกิริยามารยาทเรียบร้อย ให้กระทำในสิ่งที่ดี
ละเว้นสิ่งที่ชั่วร้าย ให้มีพฤติกรรมเป็นที่พึงประสงค์ของสังคม
เมื่อถึงวัยเรียนท่านก็ส่งให้เรียนในโรงเรียนที่ดี หวังให้
ลูกมีชีวิตที่ดีมีความรู้พอที่จะไปประกอบสัมมาอาชีพได้
และสามารถดำรงอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข
หน้าที่ของพ่อแม่ที่มีต่อลูก เป็นวงจรชีวิตที่ไม่รู้จักจบ
ทุกคนถือเป็นภาระหน้าที่สำคัญ เมื่อเด็กได้เติบใหญ่เป็น
ผู้มีการศึกษา หารายได้เลี้ยงชีพได้แล้วก็ถึงเวลาที่ต้อง
มีคู่ครอง พ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เกิดยังต้องทำหน้าที่
ช่วยเลือกคู่ครองที่เป็นคนดี มาเป็นคู่ชีวิต
เมื่อพ่อแม่เข้าสู่วัยชรา ลูกๆ ยังมีความหวังในการเลี้ยงดูหลานเหลน ผู้สูงอายุจึงเป็นบุคคลที่เป็นความหวังของลูกหลานตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่
ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกลา เช่นเดียวกับการทำงานย่อมมีเกษียณอายุ
สภาพประชากรไทยปัจจุบัน
ปัจจุบันประเทศไทยเรา กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรครั้งสำคัญ คือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสัดส่วนประชากรในวัยทำงานและวัยเด็กลดลง เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรลดลง ประชากรไทยโดยเฉลี่ยมีอายุยืนยาวขึ้นซึ่งสถานการณ์ของประเทศไทยก็ดำเนินไปเช่นเดียวกับนานาประเทศ กล่าวคือ การดำเนินนโยบายด้านประชากรและการวางแผนครอบครัวที่ประสบผลสำเร็จ ตลอดจนความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้คนไทยมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวขึ้น และมีโอกาสได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น มีความรู้และทักษะในการป้องกันและดูแลสุขภาพ ตลอดจนการวางแผนครอบครัวที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ในปี 2563 มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ 12 ล้านคน (ร้อยละ 18) เพิ่มเป็น 20.42 ล้านคน (ร้อยละ 31.28) ในปี 2563 โดยในปี 2562 เป็นปีแรกที่จำนวนประชากรวัยเด็กเท่ากับประชากรผู้สูงอายุที่ 11.3 ล้านคน หลังจากนั้นจำนวนประชากรวัยเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุมาโดยตลอด (14 ม.ค. 2563)
จะดำรงชีวิตอย่างไร เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุหลังเกษียณ
วัยผู้สูงอายุ หรือวัยเกษียณ คือ 60 ปีขึ้นไป ใน
การดำรงชีวิตแบบสงบเรียบง่าย
พอเพียง จะทำให้ชีวิตมีคุณค่า
เพราะวัยนี้ถือว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชนแล้ว
การดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าของผู้สูงอายุ
ย่อมนำมาซึ่งความสุข วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเพิ่ม
คุณค่าในการดำเนินชีวิตให้มีความสุขในผู้สูงวัย
- 1. ทำจิตใจให้สงบปล่อยวาง
โดยอาจใช้เวลาทำสมาธิ สวดมนต์ทำจิต
ให้สงบสดใสเบิกบานตอนเช้าหลังตื่นนอน
และตอนเย็นก่อนนอน
- 2. เดินออกกำลังกาย
ควรหาเวลาออกกำลังกายบ้าง โดยผู้สูงอายุไม่ควรออกำลังกายหักโหม
ไม่ควรวิ่งเร็ว หรือออกกำลังกายรุนแรงเพราะอาจจะทำให้การทำงานของหัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบและอาจถึงตายได้ง่าย
- 3. รับประทานอาหารให้เหมาะกับผู้สูงวัย
ผู้สูงอายุ ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ประเภทเนื้อวัวหรือสัตว์ใหญ่ ควรงด
หรือลด หรือเว้น เช่น อาหารดิบๆ สุกๆ เพราะระบบการย่อยอาหารของคนสูงอายุอาจ
จะทำหน้าที่ไม่ปกติ ควรทานผักผลไม้เพื่อช่วยในการขับถ่าย ไม่ให้ท้องผูก
- 4. หาเวลาร่วมกิจกรรมกับผู้สูงวัยด้วยกันเป็นครั้งคราว
ควรหาเวลาสังสรรค์กับผู้สูงอายุด้วยกัน โดยการทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะ
พักผ่อนหย่อนใจ เที่ยวงานบุญตามเทศกาล เข้าชมรมผู้สูงอายุด้วยกัน
- 5. เข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันธรรมสวนะหรือวันพระ
การไปเข้าวัดปฏิบัติธรรม ถือว่าได้มีโอกาสพบกันกับคนสูงอายุด้วยกันและ
สนทนาธรรมตามกาล พูดคุยแต่เรื่องสนุก สร้างสรรค์
- 6. พักผ่อนให้เพียงพอ
ผู้สูงอายุควรพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับสนิท
ก่อนนอนทำสมาธิ ปลดปล่อยทำใจให้สดใส ไม่คิดฟุ้งซ่าน
ทำใจให้สงบก่อนนอนและนอนให้หลับลึกหลับสนิท
ตัดความวิตกกังวลให้หมดไป ฯลฯ ทำร่างกายแข็งแรง
จิตใจเข้มแข็ง ร่าเริงแจ่มใสไร้วิตกกังวล พ้นตวามห่วงใย
ที่มา
http://www.dop.go.th/th/know/1
https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30476
