[review] รีวิว+สปอยล์ ครอบครัวข้างบ้าน American murder: The Family Next Door (2020 Netflix) เป็นสุดยอดภาพยนต์สารคดีจาก netflix ที่เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ฆาตกรรมที่สะเทือนขวัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในสหรัฐอเมริกา เป็นการฆาตกรรมหญิงสาวผู้เป็นแม่พร้อมกับลูกสาววัยสามขวบ 2 คน และลูกในครรภ์อายุ 15 สัปดาห์อีก 1 คน ความโหดเหี้ยมทารุณนั้นแม้แต่ผู้พิพากษายังพูดในวันตัดสินคดีว่านี่อาจจะเป็นอาชญากรรมที่ไร้มนุษยธรรมที่สุดและโหดร้ายที่สุดเท่าที่เคยตัดสิน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรเชิญรับชมได้เลยครับ

ก่อนอื่นรบกวรช่วยกันกดติดตามและการกดไลค์เพราะนั่นคือกำลังใจที่ดีที่สุด ของเรานะครับ ขอบคุณครับ

ดูคลิปรีวิวที่นี่

#รีวิวนี้เปิดเผยหน้าทั้งหมดของภาพยนตร์

#Spoiler

หนังเปิดเรื่องมาให้เห็นครอบครัวอันอบอุ่นของตระกูลวัตส ์ ประกอบด้วยคริสโตเฟอร์ ผู้พ่อ แชนแนน ผู้แม่ เบลล่ากับซีเลสต์ลูกสาวอายุเพียงสามขวบ และอีกหนึ่งชีวิตในท้องของแชนแนนที่อายุเพียง 15 สะปดาห์ พวกเขารักกันมาก และนี่คือครอบครัวที่ใคร ๆ ต้องอิจฉา

จากนั้นในเช้าวันที่ 13 สิงหาคม 2018 นิโคล แอตคินสัน เพื่อนสาวของ แชนแนน ได้โทรหาแชนแนนเพื่อเช็คว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเธอได้มาส่งเพื่อนคนนี้เราตี 2 หลังจากที่ไปสัมมนาต่างเมืองมา แต่การโทรศัพท์ของนิโคลนั้นไม่มีใครรับสาย ไม่ว่าจะโทรกี่ครั้งก็ตาม และก็ส่งข้อความไปหาอีกหลายครั้งก็ไม่มีการตอบกลับ นิโคลจึงตัดสินใจขับรถไปบ้านของแชนแนน และเธอก็ได้เรียกตำรวจท้องที่ให้เข้ามาตรวจสอบ

ซึ่งในตอนแรกยังไม่สามารถเข้าบ้านได้ จึงตัดสินใจโทรตาม คริสโตเฟอร์สามีของแชนแนน ที่ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าให้กลับมาบ้าน จากนั้นทุกคนและตำรวจก็เข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน ซึ่งเมื่อเข้าไปไม่พบตัวแชนแนนและลูกสาวทั้งสองคน ที่น่าตกใจก็คือผ้าห่มที่ลูกสาวทั้งสองคนนั้นติดก็หายไปด้วย และเป็นเรื่องผิดปกติมากเพราะในวันนี้แชนแนน มีนัดกับแพทย์เพื่อตรวจครรภ์ลูกคนที่ 3 และรถของเธอก็ยังจอดอยู่หน้าบ้าน และนิติและที่น่าแปลกที่สุดคือ เธอทิ้งโทรศัพท์มือถือเอาไว้ซึ่งเธอเป็นคนที่เล่นโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก อัพคลิปแล้วโพสต์อัพคลิปแล้วโพสต์ข้อความใส่โซเชียลมีเดียอยู่ตลอดเวลา อยู่ตลอดเวลา เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะทิ้งโทรศัพท์เอาไว้

ตำรวจจึงตัดสินใจไปถามหาถึงความผิดปกติกับทุกคนที่อยู่ในบ้านแถวนั้น ทุกบ้านบอกว่าไม่เห็น แต่มีบ้านหลังหนึ่งเขาบอกกับตำรวจว่าเขามีกล้องวงจรปิดอยู่หน้าบ้าน เขาให้ทุกคนดูกล้องวงจรปิดนั้น แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ มีแต่รถของคริสโตเฟอร์ขับไปทำงานตอนเช้ามืดเท่านั้นเอง คริสโตเฟอร์มีอาการกระวนกระวายมาก ส่วนนิโคลก็รู้สึกใจไม่ดี

ทุกคนเริ่มเป็นห่วงแชแนนและลูก ๆ บ้านก็ตั้งข้อสันนิษฐานว่าเธออาจพาลูก ๆ ของเธอหนีไปอยู่ที่อื่น หรืออาจถูกลักพาตัว วันต่อมาตำรวจก็ ประกาศตามหา แล้วนำใบประกาศนั้นไปมอบให้กับ เพื่อนบ้านทุกคน นำไปมอบให้กับคนขับรถที่สัญจรผ่านไปมาที่เมือง แล้วก็ทำทุกวิถีทาง ตามหาทุกซอกทุกมุมที่หาได้แต่ก็ไม่สามารถหาพบ

แชนแนน เป็นหญิงสาวที่อัพเดทชีวิตตัวเองและครอบครัวในโซเชียลมีเดียตลอดเวลา ตลอดเวลา ในภาพยนตร์สารคดีทำให้เห็นว่าเธอได้บอกกับทุกคนในโซเชียลว่าเธอมีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ตัวเอง แล้วก็ไม่ค่อยประสบความสมหวังในความรักมากนักและทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่สุดท้ายเธอก็ได้พบกับคริสโตเฟอร์ในปี 2009 ก็เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดของเธอ แล้วเธอก็ไม่คิดอยากจะขอใครที่ดีมากกว่านี้อีกแล้ว แล้วทั้งสองคนก็เข้าพิธีวิวาห์แต่งงานกันด้วยพิธีกรรมอันเรียบง่าย

ด้วยอาการป่วยของแชนแนนทำให้เธอมีลูกยากแต่ท้ายที่สุดแล้วก็เหมือนกับพระเจ้าประทานลูกสาวมาให้เธอคือเบลล่ากับซีเลสต์ และเมื่อทั้งสองอายุได้ 3 ปีเธอก็ได้บอกข่าวดีกับคริสโตเฟอร์ว่าเธอได้ตั้งครรภ์อีก 1 คนได้ 15 สัปดาห์แล้ว คริสโตเฟอร์อยากได้ลูกชาย

จากการหายตัวไปในวันที่ 2 ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างระดมคนเข้ามาสืบหาคดีนี้ มีการนำสุนัขตำรวจ เข้ามาดมกลิ่นเพื่อตามหาร่องรอยของทั้ง 3 คน รวมถึงสื่อท้องถิ่นก็มารุมสัมภาษณ์คริสโตเฟอร์ถึง เรื่องราวการหายตัวไปของภรรยาและลูก ๆ

เรื่องราวการหายตัวไปของ แชนแนน และลูกสาว กลายเป็นข่าวใหญ่ของเมือง กลายเป็นข่าวใหญ่ของเมืองลอสแอนเจลิส ผู้คนต่างจับจ้องอยู่กับข่าวนี้

จากนั้นทางสารคดีก็ได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตของแชนแนนมากขึ้น เธอมีเรื่องระหองระแหงกับคริสโตเฟอร์ เรื่องที่คาใจของเธอก็คือครั้งหนึ่งเธอได้พาลูกๆของเธอไปบ้านแม่ของสามี และแม่ของสามีได้ซื้อไอศครีมที่มีส่วนผสมที่ทำให้เด็กทั้งสองคนนี้เกิดอาการแพ้ เธอไม่พอใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ถึงขนาดพูดกับแม่ของสามีว่า แม่ตั้งใจจะฆ่าลูกสาวของเธอ หลังจากนั้นเธอก็ไม่พาลูก ๆ ไปพบแม่ของสามีอีกเลย

และความระหองระแหงนั้นก็เก็บเล็กผสมน้อยทำให้แชนแนน ตกลงกับคริสโตเฟอร์ว่า ให้แยกกันอยู่สักพัก เธอไปอาศัยอยู่กับที่บ้านแม่ของเธอโดยพาลูกสาวทั้งสองไปด้วย ส่วนคริสโตเฟอร์ก็อยู่ที่บ้านเพียงลำพัง

แม้จะแยกกันอยู่ แชนแนนก็ยังติดต่อกับคริสโตเฟอร์ แต่ตัวคริสโตเฟอร์นั้นมีอาการผิดปกติไปคือไม่ค่อยจะโทรมาหาเธอหรือแม้แต่คอลวีดีโอมาคุยกับลูกสาวก็ไม่ทำ ซึ่งวันๆคริสโตเฟอร์ได้แต่ทำงานแล้วก็ออกกำลังกายเท่านั้น นั่นมันคือเวลาหลายสัปดาห์ เธอโกรธสามีมาก แต่คริสโตเฟอร์ก็ยังรับปากกับเธอว่า จะไปรับเธอกับลูกสาวที่สนามบิน แล้วเมื่อกลับมาถึงบ้าน แชนแนนก็อยากมีเซ็กส์กับคริสโตเฟอร์มาก คริสโตเฟอร์ปฏิเสธการมีเซ็กส์กับเธอ เธอก็เริ่มสงสัยว่าสามีน่าจะมีผู้หญิงอื่นที่กำลังคบซ้อน

นั่นคือสัญญาณที่บอกว่า ความรักของแชนแนนกับคริสโตเฟอร์นั้นก็ได้จืดจางลงไปแล้ว แล้วทุกอย่างนั้นมันก็เริ่มจะไม่เหมือนเดิม

จากนั้นตำรวจก็เริ่มสงสัยในคริสต์พฤติกรรมของคริสโตเฟอร์ เช่นตั้งแต่เกิดเรื่องคริสโตเฟอร์ไม่เคยเสียใจและร้องไห้เลย เวลาพูดถึงลูกสาวเขาก็ไม่เคยเสียน้ำตาเลย ตำรวจจึง โทรไปหาเจ้านายของคริสโตเฟอร์แล้วเราก็รับรู้ว่าเขาทำงานเป็นช่างในบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง และถามถึงพฤติกรรมแปลกๆของเขารวมถึงถามหัวหน้าว่าคริสโตเฟอร์นั้น มีความสัมพันธ์กับหญิงสาวอื่นหรือไม่ หัวหน้าของคริสโตเฟอร์ก็ได้บอกว่ามี

จากนั้นตำรวจนำคริสโตเฟอร์เข้ามาสอบปากคำที่โรงพัก และก็ขอร้องให้เขาเข้าเครื่องจับเท็จ คำถามก็อย่างเช่น เขากระทำการใดๆที่เป็นเหตุให้แชนแนนหายตัวไปหรือไม่ เขากำลังโกหกเรื่องที่เขาเห็นแชนแนนครั้งสุดท้ายหรือไม่ เป็นต้น

ระหว่างนั้นตำรวจคนอื่นๆก็เริ่มทำการค้นหาตัวแชนแนนทั่วเมือง ค้นหาทุกที่ที่น่าสงสัยทุกซอกทุกมุม

แล้วทางสารคดีก็ได้ทำให้เราเห็นว่าแชนแนน รู้สึกอย่างไร มีความอัดอั้นตันใจอย่างไรบ้างกับสามีของเธอ ในการพิมพ์ข้อความคุยกับนิโคล โดยเฉพาะในประเด็นที่คริสโตเฟอร์เมินเฉยกับแชนแนน

ไม่นานผลการประเมินของเครื่องจับเท็จก็ออกมาว่าคริสโตเฟอร์นั้นไม่ได้พูดความจริงไม่ผ่านการประเมิน ผู้ประเมินจึงได้เรียกตำรวจอีกคนเข้ามาในห้องสอบสวน แล้วแจ้งว่าเขาไม่ผ่านอย่างไร แล้วขอร้องให้เขาพูดความจริงออกมา ให้สารภาพออกมาว่าเขาได้ทำอะไรลงไปกับภรรยาและลูก ๆ ของเขาเอง คริสโตเฟอร์ก็ไม่ได้บอกตำรวจทั้งสองคน แถมยังยืนกรานว่าเขาไม่มีทางที่จะทำร้ายภรรยาและลูก ๆ แม้ตำรวจจะขี้ให้เขามองรูปลูกสาวของเขา และแจ้งว่าทางตำรวจสังเกตว่าไม่เคยเห็นคริสต์ร้องไห้ให้กับลูกสาวของเขาเลย เขาก็ยังปฏิเสธ

ตำรวจจึงได้ขอร้องให้พ่อของคริสโตเฟอร์บินมาที่สถานีตำรวจ แล้วเมื่อพ่อของเขามาตำรวจก็ให้พ่อคุยกับคริสโตเฟอร์ลำพัง 2 คนในห้องสอบสวน

จากนั้นสารคดีก็ได้ทำให้เราเห็นว่า คิดว่าแฟนแอบคบกับหญิงสาวคนนึงอยู่ ซึ่งเขาและเธอเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน เธอชื่อเธอชื่อว่านิโคล คิสซิงเกอร์ และนิโคลเองก็รู้ว่าเธอนั้นมีภรรยาและลูกแล้ว แถมยังรู้อีกว่าภรรยาของเขายังได้ตั้งท้องอีก 15 สัปดาห์ ซึ่งในระหว่างที่แชนแนนไปอยู่บ้านของเธอ คริสโตเฟอร์ก็ได้ใช้ชีวิตอยู่กับนิโคล เขารู้สึกว่านิโนั้นเป็นคนที่วิเศษมาก แม้เธอจะรู้ว่าเขาแต่งงานแล้วเธอก็ยังรักเขา

คริสโตเฟอร์ได้สารภาพกับพ่อของเขาว่า เขาเป็นคนที่ทำการฆาตกรรมแชนแนน ด้วยการบีบคอเธอ เขาให้เหตุผลว่าภรรยาของเขานั้นมีอารมณ์ที่รุนแรง และในวันที่เกิดเหตุ แชนแนนได้บีบคอลูกสาวทั้งสองคน เมื่อ คริสโตเฟอร์เข้ามาเห็นเหตุการณ์เขาจึงรีบเข้าบีบคอแชนแนนบ้าง โดยให้เหตุผลกับพ่อว่าเขาไม่สามารถปล่อยผ่านเหตุการณ์นั้นผ่านไปได้ แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะลูกสาวของคุณได้ตัวเขียวและสิ้นใจไปเสียแล้ว ส่วนแชนแนนก็เสียชีวิตไปด้วย

อย่างไรก็ตามทางตำรวจก็ยังไม่เชื่อว่าคริสโตเฟอร์ได้ฆาตกรรมภรรยาเพียงคนเดียว ตำรวจเชื่อว่าคริสโตเฟอร์จะต้องฆ่าลูกสาวของเขาทั้งสองคนด้วย แต่เขาเองก็ยังไม่ยอมรับอีกอยู่ดี ตำรวจพูดหว่านล้อมว่าให้เขาสารภาพเพราะอยากจะหาศพทั้ง 3 คนให้เจอไม่อยากให้ทั้ง 3 คนนั้นอยู่ในที่ที่หนาวเย็นและต้องการจัดพิธีศพให้เหมาะสม ตำรวจจึงเปิดโอกาสให้คริสโตเฟอร์ได้อยู่คุยกับพ่อของเขาเป็นการลำพังอีกครั้ง และครั้งนี้ที่ตอบก็ได้สารภาพทุกอย่างกับพ่อของเขาไปทั้งหมด เขาได้ฆ่าลูกสาว 2 คนของเขาด้วย

คริสโตเฟอร์ สารภาพกับพ่อว่า เขาเป็นคนฆ่าแชนแนนตายที่บ้านขณะที่เธอหลับ จากนั้นก็นำผ้า ปูที่นอนมาห่อศพของภรรยาเอาไว้ มาลูกสาวทั้งสองคนเดินเข้ามาในห้อง แล้วถามพ่อของพวกเธอว่าแม่ของเป็นอะไร เขาก็ได้บอกกับลูกสาวว่าแม่ของเขาไม่สบาย จากนั้นคริสโตเฟอร์ก็นำผ้าพร้อมร่างของภรรยาใส่เข้าไปในรถกระบะ แล้วก็ให้ลูกสาวทั้งสองคนนั่งท้ายรถกระบะไปด้วย ตลอดเวลาลูกสาวทั้งสองคนก็ถามพ่อตลอดว่าแม่เป็นอะไรพ่อก็ได้แต่บอกว่าไม่สบาย

คริสโตเฟอร์ขับรถไปที่ที่เขาทำงาน เป็นแทงค์น้ำมันขนาดใหญ่ เขาได้ฝังศพภรรยาของเขาในใกล้ๆที่แทงน้ำมันนั้น จากนั้นเขาก็นำผ้าห่ม มาพันรอบศีรษะของลูกสาว เริ่มจากลูกสาวคนโตก่อนแล้วตามด้วยลูกสาวคนเล็ก แล้วก็อำพรางศพของลูกสาวทั้งสองคนนั้นโดยใส่ไว้ในถังน้ำมัน

ตำรวจสอบสวนได้สรุปว่า แท้จริงแล้วคริสโตเฟอร์ได้ค่าลูกสาวทั้งสองคนก่อนหน้านี้ จากนั้นถึงไปฆ่าภรรยาของเขา แล้วค่อยนำศพทั้ง 3 ศพไปอำพรางในบริเวณถังน้ำมัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฆ่าภรรยาก่อนแล้วค่อยฆ่าลูกทีหลัง และทั้งหมดที่เธอทำไปนั้นทำไปเพราะว่าเขาหลงหญิงสาวคนใหม่ คริสโตเฟอร์หมดรักภรรยาของเขาแล้วไม่อยากให้ภรรยาและลูกๆของเขากลายเป็นเสี้ยนหนามชีวิตรักครั้งใหม่ของเขานั้นเอง

จากนั้นทางสารคดีก็ได้ตัดภาพไปที่จดหมายของแชนแนน ที่เธอเขียนตัดพ้อสามี เขียนขอโทษที่ไม่สามารถเข้ากับแม่ของสามีได้ เขียนว่าเธอยังต้องการเขาอยู่ แล้วจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

จากนั้นทางตำรวจก็เข้ามาจับกุมตัวคริสโตเฟอร์ใส่กุญแจแล้วดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตำรวจก็ตามไปที่เกิดเหตุไปขุดร่างของแชนแนนขึ้นมาจากจุดที่คริสโตเฟอร์นำไปฝัง กู้ร่างของเบลล่ากับชีเลสออกจากทังน้ำมัน นั่นคือวันที่ 3 หลังจากการหายตัวไปของแชนแนน หลังจากที่ผู้คนในเมืองได้ทราบข่าว ตกกลางคืนเข้าก็ได้มาจุดเทียนไว้อาลัยที่หน้าบ้านของตระกูลวัตต์สจำนวนมาก

หลังจากนั้นสารคดีก็ได้ทำให้เห็นว่าคริสโตเฟอร์ได้พานิโคล แฟนสาวคนใหม่ของเขาไปที่ไหนมาบ้าง กล้องสามารถบันทึกการเคลื่อนไหวของคริสโตเฟอร์กับแฟนสาวคนนี้ได้แทบทั้งหมด เช่นไปที่ร้านอาหาร เข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นหลักฐานว่าเขานั้นได้นอกใจภรรยาจริง

สำนักข่าวท้องถิ่นได้นำเสนอว่า คริสโตเฟอร์ได้สารภาพในชั้นศาลว่าเขาได้ฆ่าภรรยาของเขา แต่ไม่ได้ฆ่าลูกสาวทั้งสองคน ทางอัยการก็ได้ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องขึ้นพูดในศาลว่าไม่มีทางที่แชนแนนจะฆ่าลูกทั้งสองคนที่น่ารักของเธอได้

ผู้คนติดตาม Facebook ของแชนแนน เข้าไปดูคลิปแล้วโพสต่าง ๆ ที่เธอได้โพสต์เอาไว้จำนวนมาก แต่ก็มีอีกหลายคนที่แสดงความคิดเห็นว่าคริสโตเฟอร์ไม่ได้ฆาตกรรมภรรยาและลูกทั้งสามคนของเขา ซึ่งพ่อของแชนแนน ก็ออกสื่อว่าให้ทุกคนหยุดการคุกคามลูกสาวของเขาได้แล้ว

จากนั้นภาพก็ตัดไปให้เห็นในคืนวันที่แชนแนนถูกฆาตรกรรม เธอลงจากรถของเพื่อน เดินถือกระเป๋าเดินทางเข้ามาในบ้าน นั่นคือเวลาเกือบตี 2 และนั่นก็เป็นภาพสุดท้ายที่โลกนี้ได้เห็นแชนแนน

หลังจากนั้นเป็นเวลา 3 เดือน ที่เวลล์เคาน์ตี้ ตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2018 ศาลพิพากษาได้ตัดสินข้อหาฆาตกรรมแชนแนน วัตส์ โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ข้อหาฆาตกรรมเบลล่า วัตส์โดยเจตนา ข้อหาฆ่าเซเลสท์ วัตส์โดยเจตนา ข้อหาทำให้เกิดการแท้งโดยมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งส่งผลกระทบต่อนิโก้ วัตส์ หรือลูกที่อยู่ในครรภ์อายุ 15 สัปดาห์ และการอำพรางศพอีก 3 กระทง แต่เนื่องจากคริสโตเฟอร์รับการสารภาพจึงไม่ต้องรับโทษประหารชีวิต

คริสโตเฟอร์แถลงต่อศาลว่า ในวันเกิดเหตุนั้นก็มีปากเสียงอะไรกับภรรยาบ้าง เขาได้ลงมือฆ่าภรรยาอย่างไร นำศพภรรยาไปอำพรางอย่างไร และลงมือฆ่าลูกสาวเขาอย่างไร อำพรางศพที่ไหน ในช่วงนี้เป็นอะไรที่ฟังแล้วทรมานใจมาก เขาลงมือฆ่าซีซีก่อน ในขณะที่เบลล่าก็ถามพ่อว่าเกิดอะไรขึ้นกับซีซี เธอพูดกับพ่อว่า "พ่อคะ อย่า"

หลังจากที่คริสโตเฟอร์จัดการกับศพทั้ง 3 แล้ว เขาก็ได้โทรศัพท์หลายครั้ง โทรไปที่โรงเรียนของลูกสาวเข้าครั้งหนึ่งแจ้งว่าเด็กๆจะลาออก โทรไปหานายหน้าเพื่อปรึกษาเรื่องจะขายบ้าน และส่งข้อความไปหาแฟนสาวคนใหม่ของเขาเกี่ยวกับอนาคตของเขาทั้งสองคน อัยการพูดกับศาลว่าถ้าคริสโตเฟอร์ไม่มีความสุขในชีวิตรัก ก็แค่อย่าไม่จำเป็นต้องสั่งหารหมู่ครอบครัวของตัวเองแล้วทิ้งพวกเขาเหมือนขยะ ทำไมทุกคนต้องมาจบชีวิตเพื่อให้ คริสโตเฟอร์ได้สิ่งที่ต้องการ

จากนั้นผู้พิพากษาก็พูดว่า นี่อาจจะเป็นอาชญากรรมที่ไร้มนุษยธรรมที่สุด แล้วโหดร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยตัดสินจากหลายพันคดีที่ผ่านมือเขามา โทษใดที่เบากว่าโทษสถานหนักที่สุด ก็ไม่สาสมกับการกระทำที่ร้ายแรงของจำเลย จากนั้นก็สั่งให้ตำรวจศาลนำตัวคริสโตเฟอร์ไปคุมขัง ให้รับโทษในทัณฑสถานตลอดชีวิต

นี่คือหนึ่งในคดีฆาตกรรมแชนแนน วัตส์ และลูก ๆ อีกสามคน จาก 3 จากฝีมือของสามีและพ่อของลูก นับเป็นหนึ่งคดีสะเทือนขวัญที่สุดในสหรัฐอเมริกา

จากนั้นซีรีส์ก็ได้พูดทิ้งท้ายว่า ในอเมริกามีหญิงสาว 3 คนถูกฆ่าโดยคู่ชีวิตคนปัจจุบัน หรือคนรักเก่าทุกวัน พ่อแม่ที่ฆ่าลูกของตัวเองและคู่ชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย อาชญากรรมมักเกิดโดยการไตร่ตรองไว้ก่อน

รีวิว

ก่อนอื่นเลยต้องขอชื่นชมว่าทีมผลิตสารคดีนั้นเขามีวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจมาก เขาค่อย ๆ เปิดเผยเนื้อหาของคดีไปทีละนิด สลับกับให้เห็นภาพคลิปวีดีโอที่แชนแนน นำไปเผยแพร่ที่โซเชียลมีเดียของเธอ เล่าเรื่องตั้งแต่เริ่มที่ทั้งสองคนรักกัน เริ่มระหองระแหงกัน เริ่มมีปากเสียงกัน จนถึงช่วงแยกกันอยู่ และเล่าทีละขั้นตอนสลับกับละขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน จนมาถึงท้ายที่สุดก็ให้เห็นจุดแตกหัก และการเปิดเผยตัวฆาตกร และก่รลงโทษ

จุดหนึ่งที่ทำให้สะเทือนใจคนดูมากๆก็คือเขาทำให้เห็นเรื่องราวความรักของครอบครัวพ่อแม่และลูกๆว่ามีความรักกันมากแค่ไหน พ่อและแม่รักลูกสาวทั้งสองคนมากแค่ไหน ทั้งสองคนดีใจมากแค่ไหนที่จะได้ลูกอีกคนนึง แต่ท้ายที่สุดเรื่องราวก็พลิกผันจนทำให้เกิดโศกนาฏกรรม เรา หลงรักเด็ก 2 คนทั้งเบลล่าและซีซี จนท้ายที่สุดก็มาเห็นจุดจบของเด็กทั้งสองคน สำหรับผมนี่คือความโหดร้ายมากๆและในสารคดีจะไม่มีฉากโหดร้ายอะไรก็ตาม แล้วก็มาถึงจุดที่ดึงอารมณ์ของเราให้ดำดิ่งมากที่สุดก็คือช่วงศาลตัดสินพิจารณาคดี เราได้ยินคำพูดของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย ได้ยินคำพูดของสามีที่ฆ่าภรรยา พี่คำพูดของพ่อที่ฆ่าลูก มันปวดหัวใจแล้วบีบรัดอารมณ์ความรู้สึกในการดูมาก ๆ

ทีมผลิตเขาได้เรียงคลิปฟุตเทจต่างๆ ได้ถูกจังหวะจะโคน มันไม่แข็งที่จนเกินไป มันไม่เปิดเผยอย่างรวดเร็วจนเกินไป แล้วมาเปิดเผยจุดสำคัญได้อย่างถูกที่ถูกเวลา เวลาที่ใช้ในการเล่าเรื่องนั้นก็พอดิบพอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไปเพียงแค่ 80 กว่านาทีเท่านั้น แต่นี่คือ 80 นาทีของการทรมานจิตใจ และไปจบลงที่ความหดหู่ของการชม

ครอบครัวข้างบ้าน American murder: The Family Next Door จะเป็นสารคดีที่ทรมานจิตใจ ทำให้เห็นด้านมืดของผู้คน ทำให้เห็นด้านมืดของการหมดรัก และทำให้เห็นว่า มนุษย์สามารถทำกับมนุษย์ได้มากแค่ไหน หากใจไม่แข็งพอก็ไม่ขอแนะนำให้ดู แต่ดูไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ก็ถือว่าดีมากครับ ซีรีส์เขาทำได้ดีมากครับ

9/10

@วาทิน ศานต์ สันติ

#SuperReviewChannel

#สปอยหนัง #สปอยสารคดี #สารคดีอาชญากรรม

#ครอบครัวข้างบ้าน #AmericanMurder #TheFamilyNextDoor #สารคดีจากNetflix

#ShanannWatts

#คดีแชนแนนวัตส์