ปลูกปัญญา ปลูกนิสัย ใส่กระป๋องน้ำ...

ปภังกร
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เมื่อสักครู่นี้ภาพเด็ก ๆ เด้งขึ้นมาจากหน้า Facebook เป็นภาพเมื่อประมาณ ๓-๔ ปีที่แล้ว เมื่อเด็กนักเรียนชั้น ป.๔ -ป.๖ โรงเรียนปลูกปัญญาได้พากันมา "ปฏิบัติธรรม"

เมื่อย้อนดูภาพจากนั้น Facebook นั้น เป็นภาพที่เด็ก ๆ เดินไปถึงยอดเขาจากการเดินป่าระยะทางร่วม ๑๐ กิโลเมตร และสิ่งที่สะดุดตาข้าพเจ้ามากที่สุดก็คือ "กระป๋องน้ำ"

เด็กทุกคนจะพกกระป๋องน้ำส่วนตัวมา... ข้าพเจ้าเคยทราบว่าอีกโรงเรียนหนึ่งซึ่งมีค่าเทอมแพงมาก ๆ  (เทอมละแสนกว่าบาท) ก็มีนโยบายให้นักเรียนนำกระป๋องน้ำติดตัวมาโรงเรียนทุกครั้ง

เช่นเดียวกับนักเรียนปลูกปัญญานี้ เด็ก ๆ ก็จะมีกระป๋องน้ำส่วนตัวนำมาที่โรงเรียนด้วยเช่นเดียวกัน เด็กเหล่านี้เป็นลูกคนมีฐานะ แต่โรงเรียนก็สอนให้รู้จักประหยัด ซึ่งแตกต่างกันเด็กนักเรียนโรงเรียนสามัญทั่วไปที่ข้าพเจ้าพบ ทุกคนไม่มีกระป๋องน้ำติดตัวมา ไม่มีกระป๋องน้ำก็ต้องใช้ขวดพลาสติก ดื่มไปครึ่งขวดก็ทิ้ง บางคนดื่มเสร็จก็นำขวดพลาสติกไปเตะเล่น สนุกสนาน

ก็แปลกดีนะ... เด็กนักเรียนโรงเรียนสามัญทั่วไป ที่ครอบครัวมีทรัพย์สินหรือสถานะทางการเงินน้อยอยู่แล้ว แต่กลัวเด็กจะลำบาก เลยเน้นสอนแต่วิชาการ อยากให้ได้งานดี ๆ มีเงินเดือนมาก ๆ แต่ขาดการปลูกฝังพื้นฐานของชีวิต...

แตกต่างกับเด็กที่ค่าเทอมแพง ๆ ... เด็กเหล่านี้ถูกปลูกฝังเริ่มต้นตั้งแต่ให้กวาดถูห้องเรียน ล้างห้องน้ำ เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ปลูกผัก ปลูกพืชไร่ต่าง ๆ เพื่อสร้างความอดทนให้กลายเป็นคนที่สู้ต่อความลำบากยากเย็น

คณะทุกคณะที่มาปฏิบัติธรรม ข้าพเจ้าจะพาเดินทางไกล เพื่อทดสอบคุณภาพพื้นฐานของจิตใจ และพบได้เสมอว่า เด็กที่ครอบครัวยากจน กลับไม่อดทนเท่ากับเด็ก ๆ ที่มีฐานะดี... ก็แปลกดี

เด็ก ๆ ที่เป็นลูกคนฐานะดีที่ได้มีโอกาสมาเรียนโรงเรียนที่สอนตามแนววิถีพุทธ (ซึ่งส่วนใหญ่ค่าเทอมแพง) กลับเป็นเด็กที่สู้อด สู้ทน

ข้าพเจ้าเคยพาเด็กลูกคุณหนูทั้งหลายเหล่านี้ขึ้นรถหกล้อในระหว่างที่ฝนตก เด็ก ๆ เหล่านี้กลับสนุกสนาน ที่ได้พบกับความยากลำบาก ซึ่งแตกต่างจากเด็กทั่วไป แค่ลำบากนิดหน่อยก็ทำหน้าหงิกหน้างอ คอยแต่โอ๋เด็ก ๆ กลัวเด็กจะลำบาก ตากฝนก็กลัวเด็กจะป่วย เด็ก ๆ ก็เลยไม่ได้สร้างความเข้มแข็งของจิตใจให้เติมใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อดทน

ครูโรงเรียนสามัญ เมื่อเห็นเด็กลำบาก ก็พาเด็กหนีกลับบ้าน ถามแต่ว่าทำไมต้องพาเด็กมาลำบากแบบนี้ ไม่ใช่มาเข้าค่ายลูกเสือนะ

แต่ครูโรงเรียนตามพุทธวิถี เมื่อเห็นเด็กลำบาก กลับบอกว่า เต็มที่เลย เขาจะได้ฝึกความอดทน และเด็ก ๆ เหล่านั้นก็ชอบด้วย เพราะในวันรุ่งขึ้น หลังจากวันแรกที่มาเดินไปสิบกิโลแล้ว วันต่อมาก็จะขอเดินอีก... 

ก่อนที่จะเดินก็พากันไปกรอกน้ำใส่ขวดของตัวเอง การมีขวดน้ำเป็นของตัวเองนั้นเป็นการปฏิบัติพื้นฐานของผู้ปฏิบัติธรรม...

การมาอยู่ที่นี่ ครูบาอาจารย์สอนให้ใช้ภาชนะของตัวเองเท่านั้น ทุกคนจะมีช้อน มีแก้วน้ำสแตนเลสเป็นของตัวเองคนละใบ ใช้สำหรับเวลาทานอาหาร ในเวลาอื่น ๆ ถ้าจะดื่มน้ำจากขวด ก็ให้ยกดื่มเลย ไม่ต้องใช้แก้ว และต้องดื่มให้หมด ขวดใครขวดมัน ถ้าหากอยู่ตามกุฏิที่พักก็จะมีกาน้ำหรือภาชนะใส่น้ำส่วนตัว เวลาจะดื่มก็ใช้แก้วสแตนเลสใบเดิมใบเดียวนั่นเอง

มีใช้ภาชนะส่วนตัว ฝึกนิสัยให้เป็นคนที่รับผิดชอบ เพราะเราต้องดูแลรักษา จะกินจะดื่มอะไรต้องใช้ และต้องรักษาความสะอาด

การมีข้อวัตรปฏิบัติแบบนี้เป็นการป้องกันโรคติดต่อโดยปริยาย ไม่เฉพาะโรคติดต่อทางกาย แต่ป้องกันโรคติดต่อทางใจ คือโรคมักง่าย และโรคฟุ่มเฟือย

เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ตามโรงเรียนวิถีพุทธส่วนใหญ่แล้ว ก็จะมีข้อวัตรปฏิบัติให้เด็กทุกคนมีกระติกน้ำส่วนตัวในเวลาที่มาโรงเรียน เพราะคุณครูจะไม่สร้างนิสัยให้เด็กใช้ขวดพลาสติกที่กินแล้วทิ้งไปกลายเป็นขยะ หรือสิ่งปฏิกูล

ธรรมะจากขวดน้ำนั้นมีมากมาย เป็นการปลูกความคิด ปลูกนิสัย บ่มเพาะพื้นฐานความรับผิดชอบ ความมีระเบียบมีวินัย และความประหยัดให้เกิดขึ้นในจิตใจ สร้างสมอบรมไว้เมื่อเติบใหญ่จะได้เป็นอนาคตของชาติที่สดใสและยั่งยืน...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้คือพลัง



ความเห็น (1)

โชคดีนะครับ