"ความเชื่อ"กับ"การศึกษา"

เมื่อก่อนคิดแง่บวกเสมอๆถึงเรื่องพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นหวย ผีสางนางไม้ หรือไสยศาสตร์ คงลดน้อยถอยลงไปตามระยะเวลาที่การศึกษาจะค่อยให้ความรู้ความเข้าใจที่เป็นเหตุเป็นผลหรือเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น

ไม่รู้ว่าคิดเองไปคนเดียวหรือเปล่า เด็กๆสมัยนี้สักชั้นมัธยมขึ้นไปจนถึงอายุสามสิบกว่าๆ กลัวผี เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ รวมทั้งเล่นหวยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตัวเองคิดเทียบจากเด็กๆช่วงที่เป็นครูใหม่ๆกับช่วงก่อนออกจากครูจนถึงวันนี้ ซึ่งระยะเวลาผ่านมาหรือต่างกันราวสามสิบห้าปี

สมัยเป็นครูใหม่ทางภาคอิสาน แรกๆประหลาดใจเพราะทั้งเด็กและผู้ใหญ่เล่นหวยกันมาก โดยเทียบกับละแวกบ้านเกิดและจังหวัดที่มาเรียนต่อหรือแถบภาคเหนือตอนล่าง ถึงวันนี้ยิ่งประหลาดใจขึ้น ปนด้วยความงุนงงสงสัย จากที่เด็กๆละแวกนี้มีพัฒนาการเล่นหวยกันมากขึ้น จนรู้สึกไม่ต่างกับทางภาคอิสานในสมัยโน้นเลย

เรื่องผีหรือไสยศาสตร์อีก เรื่องนี้แม้สมัยก่อนจะไม่เคยสังเกต แต่พิจารณาจากเด็กสมัยนี้เทียบกับสมัยตัวเอง เราไม่ใช่ไม่กลัว แต่เด็กๆสมัยนี้กลัวยิ่งกว่า เครื่องรางของขลังสรรหามาบูชา กราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นเครื่องป้องกันภยันตราย ให้แคล้วคลาด

หรือเพราะคำกล่าวที่ได้ยินจนชินหู "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" ทำให้เรื่องลี้ลับเหล่านี้ไม่จางลงตามความเจริญก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบ้างสักที

เมื่อก่อนคิดแง่บวกเสมอๆถึงเรื่องพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นหวย ผีสางนางไม้ หรือไสยศาสตร์ คงลดน้อยถอยลงไปตามระยะเวลาที่การศึกษาจะค่อยให้ความรู้ความเข้าใจที่เป็นเหตุเป็นผลหรือเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันสรุปแล้ว แทบจะตรงข้ามกับความเชื่อช่วงเป็นครูใหม่ของเราเลย

นอกจากสื่อสารมวลชน สื่อสังคมออนไลน์ ที่น่าจะเป็นปัจจัย รวมถึงสภาพแวดล้อม สังคมและครอบครัว 

อีกอย่างที่สำคัญอยากจะกล่าวโทษ น่าจะเป็นการศึกษาที่อ่อนแอของบ้านเราด้วย!

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูธนิตย์



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เมื่อหลายปีก่อนเคยคุยกับเด็กหนุ่มชาวไทยใหญ่คนหนึ่ง (อายุประมาณ 15 ปี) ที่มาทำงานก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่ เขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนตอนที่อยู่บ้านในฝั่งพม่า ไม่เคยกลัวผี เพิ่งมากลัวผีตอนมาทำงานอยู่เมืองไทย เพราะว่าไปดูหนังผีนี่แหละ…

อิทธิพลของสื่อ..จริงแท้แน่นอนเลยนะครับ!

ขอบคุณปภังกรมากครับ