เป็นหมาป่า

วิจารณ์วรรณกรรมเรื่องสั้น

เป็นหมาป่า: ไม่มีความไว้ใจใด ใช้ได้ในกลุ่มนักล่า (หมาป่า)

         วรรณกรรมเรื่องสั้น “เป็นหมาป่า” เป็นหนึ่งในรวมเล่มเรื่องสั้น  "คืนปีเสือ และเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ"  ของ “จเด็จ กำจรเดช” ซึ่งได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ปี ๒๕๕๔ และสามารถคว้ารางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือ ซีไรต์ ประจำปี ๒๕๖๓ เป็นดับเบิลซีไรต์คนที่ ๕ ของเมืองไทย ถือเป็นงานเขียนที่ท้าทายขนบการเขียนเรื่องสั้นเดิมๆ ของไทย

         เป็นหมาป่า ในเรื่องนี้มีการใช้สัตว์ต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ในการดำเนินเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านขบคิดและต้องการสะท้อนให้ผู้อ่านเห็นมุมมองของผู้เขียนที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นให้สัตว์เป็นภาพแทนของลักษณะนิสัยของคนในสังคมไทยปัจจุบันที่ไม่ควรที่จะไว้ใจใครมากเกินไป หรือคิดว่าตัวเองมีอำนาจอยู่เหนือกว่าผู้อื่น จึงให้เรื่องนี้เป็นภาพแทนสังคมไม่ควรประมาทกับทุกสิ่งเพราะโลกไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

        สัญลักษณ์ที่ผู้เขียนเลือกใช้คือ “หมาป่า” หมายถึง สัตว์ที่มีความแข็งแกร่งจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่และความฉลาดล้ำลึก ทุกคนให้เกียรติกับหมาป่าและเขามักถูกบูชาในฐานะพระเจ้า และเป็นสัตว์ไม่เคยถูกล่า ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงใช้หมาป่าเป็นภาพแทนของคนในสังคมที่ต่างคนคิดว่าตนเองเป็นหมาป่าที่มีความเก่งกล้าเหนือกว่าผู้อื่น จนลืมไปว่าผู้อื่นก็เป็นหมาป่าได้เช่นกัน ไม่ควรที่จะประมาทหรือไว้วางใจใครได้เพราะในที่สุดแล้วเราเองอาจตกเป็นลูกแกะหรือเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

         ผู้เขียนใช้วิธีการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ โดยในเรื่องนี้เป็นนิยายซ้อนนิยายเหตุการณ์ในเรื่องสลับซับซ้อนไปมาทำให้ผู้อ่านรู้สึกงงและสับสนกับเหตุการณ์ในเรื่องเป็นการเล่นกับกลวิธีการเขียนกับภาพแทนของคนในสังคมไทย ซึ่งนักเขียนเขียนนิยายเรื่องหนึ่งขึ้นมา โดยเล่ามุมมองตัวละคร “ผม” มือปืนในเรื่องของนักเขียน ที่กำลังอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง และดำเนินเรื่องของตัวเองไปพร้อมกับการอ่านนิยายนั้นด้วย ทำให้ผู้อ่านลุ้นเรื่องราวในทุกตอนจนถึงตอนจบว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวของ “ผม” มือปืนที่นักเขียนเล่าจะจบลงเหมือนกับมือปืนในนิยายที่เขาอ่านหรือไม่

        เรื่องราวของเป็นหมาป่าเป็นเรื่องราวที่นักเขียนเขียนนิยายขึ้นมา เขียนขึ้นโดยให้เห็นมุมมองของมือปืนของนักเขียนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นมือสังหารได้รับว่าจ้างให้ยิงนักร้องคนหนึ่งโดยภรรยาของนักร้องเองเป็นคนจ้าง ซึ่งนักร้องคนนี้เป็นนักร้องที่มือปืนชื่นชอบมากระหว่างที่มือปืนรอนักร้องขึ้นเวที เขาหยิบนิยายของนักร้องมาอ่านรอเรื่องราวในเรื่องนี้คล้ายกับเรื่องราวของมือปืนในขณะนี้ มือปืนแทนตัวเองเป็น “ผม” ในนิยายเรื่องนี้เพื่อดำเนินเรื่องไปพร้อมกับการปฏิบัติงานนี้ ซึ่งก่อนไปถึงเป้าหมาย “ผม” (ในนิยายของนักร้อง) เขาพบกับทหารเด็กที่ทำงานให้พวกกบฏเด็กเหล่านี้ถูกใช้แรงงานวันละยี่สิบสี่ชั่วโมงและถูกจ้างให้ไปฆ่าหัวหน้าพวกมันเพื่อแลกกับการผ่านทาง “ผม” จึงรับงานนี้ แต่เมื่อเจอเป้าหมายกลับไม่เลือกที่จะยิงแต่เลือกที่จะไปเจรจาบอกความจริงกับหัวหน้ากบฏของทหารเด็กว่าเด็กกลุ่มนี้คิดทรยศปองร้าย และ “ผม” หวังว่าจะได้รับความดีความชอบและผ่านทางเพื่อไปถึงเป้าหมายตัวเองได้โดยง่าย แต่สุดท้ายหัวหน้ากบฏก็มอบรางวัลโดยพามือปืนไปดูที่ทำงานของเด็กพวกนี้แล้วมือปืนก็ถูกใช้แรงงานที่นั่นเหมือนเด็กคนอื่น ๆ จบนิยายของนักร้อง  กลับมาที่ “ผม” มือปืนในนิยายของนักเขียน ด้วยความที่ชื่นชอบนักร้องและเพลงของเขามากจึงตัดสินใจไปเตือนบอกความจริงกับนักร้องที่เป็นเป้าหมายของตนให้เขาหลบซ่อนตัวแต่เขายืนยันว่าจะขึ้นเวทีเพื่อร้องเพลง ในที่สุดเมื่อนักร้องขึ้นร้องเพลงกลายเป็นนักร้องตัวปลอมเขาเป็นแค่นักร้องก๊อปปี้โชว์ นั่นหมายความว่ามือปืนถูกหลอกให้ตายใจรู้ตัวอีกทีคือประตูของห้องที่เขาซุ่มยิงถูกถีบ เขาถูกจับนั่นเอง

          เรื่องนี้มีการเปิดเรื่องโดยให้ตัวละคร “ผม” (ในนิยายของนักเขียน) อ่านนิยายของนักร้องคนนี้เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอนักร้องหรือเป้าหมายของเขาขึ้นเวที และเขาก็ได้เอาตัวเขาเองไปอยู่ในนิยายเรื่องนี้ เขาก็คือผม (ในนิยายของนักร้อง) เพื่อที่จะได้เห็นความคิดของผมที่เป็นมือปืน (ในนิยายของนักร้อง) ว่าเขามีความคิดหรือเขดำเนินเรื่องราวอย่างไร แล้วเรื่องราวก็ดำเนินไปอย่าต่อเนื่องก่อนที่จะไปถึงเป้าหมายก็ได้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ คือ ตัวละครผมในนิยายของนักร้องนี้ ต้องผ่านด่านของทหารเด็กก่อนถึงจะเดินทางต่อไปได้ ซึ่งเมื่อทหารเด็กรู้ว่าเขาเป็นมือปืนจึงให้ช่วยไปฆ่าคนคนหนึ่งให้ เพื่อแลกกับการผ่านทางเพื่อที่จะไปถึงจุดหมายที่ชื่อว่าพลูโต เป็นรหัสลับที่พูดกัน“หัวหน้าเรา ฆ่าหัวหน้าเราให้ที” (หน้า ๔๑๔) ทหารเด็กพูด “ผมไม่ต้องรู้เลยว่าเขาจะทำเรื่องเลวร้ายอะไรมา ผมเพียงคิดว่าเรื่องที่ทำนี้จะช่วยให้ผมผ่านทางไปหาภารกิจได้เร็วขึ้น”(หน้า๔๒๒) เขาจึงตอบตกลงรับงานนี้เพื่อผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับเมื่องานสำเร็จ

         จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงนำไปสู่ปมขัดแย้งของเรื่อง ซึ่งเป็นความขัดแย้งภายในใจตนเองของผม มือปืนในนิยายของนักร้อง ระหว่างที่ปืนเล็งอยู่ที่หน้าอกของหัวหน้ากบฏเขามีความคิดว่า “ทหารเด็กซึ่งขอให้ผมยิงหัวหน้าของเขานั้น อาจจะอยากแค่ใหญ่แทน ไม่ใช่ยิงเพราะแก้แค้นที่เขาทรมานพี่น้องคนอื่น ๆ ของเขา ไม่ใช่เพราะหัวหน้าเป็นภัยกับประเทศชาติ บางทีถ้าผมลดปืนลง เดินเข้าไปเจรจากับหัวหน้าบอกข่าวเรื่องทหารเด็กผู้ทรยศ บางทีผมอาจได้อาหารปืนสักกระบอกและการไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น” (หน้า ๔๒๒)  เขามีความลังเลว่าจะยิงหรือไม่ ซึ่งในตอนนี้ก็เหมือนกับเหตุการณ์ในนิยายของนักเขียนที่กำลังอ่านนิยายนักร้องอยู่ในขณะนี้ “ผม” มือปืนในนิยายของนักเขียนมีความลังเลเช่นกัน เพราะนักร้องคนนี้คือคนที่เขาชื่นชอบมากผลงานต่าง ๆ เป็นแรงบัลดาลใจทำให้สู้ชีวิตได้ เขาจึงมีความคิดว่าจะไปบอกความจริงและให้นักร้องไปซ่อนตัวหรือหลบหนีไป

        เหตุการณ์ต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างเข้มข้น ปมขัดแย้งถูกไขไปอย่างช้า ๆ เมื่อตัวละคร “ผม” ในนิยายของนักร้องลดปืนลงตัดสินใจไม่ยิงหัวหน้ากบฏเลือกที่จะเข้าไปเจรจา และเล่าความจริงทั้งหมดที่ทหารเด็กคิดทรยศจ้างฆ่าหัวหน้าให้ฟังเพื่อที่จะได้รับความดีความชอบและได้ผ่านทางไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ สอดคล้องกับเหตุการณ์ “ผม” ในนิยายของนักเขียน เขาตัดสินใจไปบอกนักร้องที่เป็นเหยื่อหรือเป้าหมายให้รู้ตัวด้วยความหวังดีในฐานะแฟนคลับคนหนึ่ง เตือนให้นักร้องหลบหนีไม่ให้ขึ้นแสดงบนเวทีแต่เมื่อนักร้องรู้ความจริงก็ยังยืนยันว่าจะขึ้นแสดง

         จึงนำไปสู่ตอนสุดท้ายของนิยายทั้งสองเรื่องนี้ มีการปิดเรื่องที่เป็นความผิดพลาดของตัวละครเองที่ทำให้ตัวเองรับผลนั้นเองทั้งหมด เพราะไม่เลือกยิงแต่เลือกที่จะเจรจาให้อีกฝ่ายรู้ตัว ซึ่งผู้เขียนทิ้งข้อความไว้ในตอนสุดท้ายให้ผู้อ่านได้ขบคิดว่า “เพราะแบบนี้สงครามจึงไม่มีการเจรจาที่แท้จริง”(หน้า๔๕๐)  “ฝ่ายตรงข้ามเราล้วนเป็นหมาป่า” (หน้า๔๕๑)

                                    “เพราะแบบนี้สงครามจึงไม่มีการเจรจาที่แท้จริง”

                                                “ฝ่ายตรงข้ามเราล้วนเป็นหมาป่า”

          จากข้อความข้างต้น เป็นข้อความที่แสดงให้เห็นแก่นของเรื่องเป็นหมาป่าเมื่อพิจารณาจากเรื่องแล้วจะเห็นว่า ทุกคนคิดว่าตัวเองนั้นเป็นหมาป่าที่ไม่เคยถูกล่าเพราะหมาป่าเป็นสัตว์ที่ถือว่าเป็นนักล่าที่เก่งที่สุดในห่วงโซ่อาหารสัตว์ทุกชนิดที่สามารถล่าสัตว์อื่น ๆ ได้อย่างสบาย หมาป่าในที่นี้ผู้เขียนได้ใช้เป็นภาพแทนของคนในสังคมไทยที่คิดตัวเองมีอำนาจสูงกว่าผู้อื่นหรือฉลาดรอบรู้มีปัญญากว่าผู้อื่นเกิดความประมาทจนลืมไปว่าทุกคนล้วนเป็นหมาป่า ทุกคนย่อมหวังผลประโยชน์เพื่อตัวเอง จึงเป็นเครื่องเตือนสติว่าอย่าประมาทหรือไว้ใจใครง่าย เพราะสุดท้ายแล้วเราอาจจะแพ้ภัยตัวเอง

      จากแนวคิดในเรื่องเป็นหมาป่านี้ เมื่อพิจารณาจากเรื่องจะสังเกตได้ว่าเหตุการณ์หลาย ๆ ตอนในเรื่องจะสอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันที่เรามักพบเห็นตาม ข่าวสาร หนังสือพิมพ์ และสื่อต่างๆ ที่มีการหักหลังกันเกิดขึ้น ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เช่น การโกงเงินธุรกิจ การเผยแพร่ข้อมูลลับเพื่อแลกกับเงินกับตำแหน่ง และยังพบเห็นอยู่ก็คือ ข่าวชู้สาว ที่สามีแอบเลี้ยงส่งเสียเมียน้อย คิดว่าภรรยาไม่รู้แต่แท้จริงแล้วภรรยารู้และจ้างมือปืนยิงทิ้งทั้งสองคน ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นและพบเห็นในสังคมไทยในปัจจุบัน

สำหรับลักษณะของตัวละคร “ผม” ในเรื่องนี้มีลักษณะนิสัยฉลาดแกมโกง คิดเห็นแต่ประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับ จะเห็นได้ในตอนที่ “ผม” มือปืนที่กำลังจะยิงหัวหน้ากบฏแต่เปลี่ยนใจไม่ยิงเลือกที่จะเจรจาและบอกความจริงเพื่อหวังผลประโยชน์ความดีความชอบและจะได้ผ่านทางไปได้โดยเร็ว และเป็นคนที่มั่นใจในความสามารถในตัวเองเกินไป คิดว่าตัวเองมีความสามารถในการเจรจาจนทำให้ภารกิจผิดพลาดและเกิดภัยแก่ตนเองในที่สุด

จะเห็นได้ในตอนที่ มือปืน (ในนิยายของนักร้อง) หลังจากที่ไปเจรจากับหัวหน้ากบฏสุดท้ายก็ถูกส่งไปใช้แรงงานเหมือนกับเด็กกลุ่มนั้นไม่ได้ออกมาอีก และมือปืน (ในนิยายของนักเขียน) ตอนที่ไปบอกความจริงกับนักร้องให้รู้ตัว แต่สุดท้ายมือปืนก็หลงกลของนักร้องและถูกจับในที่สุด

ฉากที่สำคัญในเรื่องคือ ประเทศคองโก ผู้เขียนฉากนี้ดำเนินเรื่องที่มีความสัมพันธ์กับโครงเรื่องและเป็นสถานที่ที่นักร้องของนักเขียนชื่นชอบ ที่เขียนนิยายเรื่องนี้โดยใช้สถานที่นี้เที่ยวกับหญิงสาวที่ไม่ใช่ภรรยาแล้วจ้านักเขียนนิยายตามคำบอกของตัวเอง เพราะคิดว่าวันหนึ่งจะถูกสั่งยิงด้วยเหตุผลทางการเมืองจึงจ้างเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา จะสังเกตเห็นได้จากแต่ละฉากที่มือปืนในนิยายของนักร้องนั้น เล่าเรื่องราวของตนว่าเดินทางผ่านทะเลทรายพบกับความลำบากมากมายก่อนที่จะมาถึง บูเนียซึ่งเป็นเหมืองที่ใช้แรงงงานเด็กขุดแร่หรือที่ทำงานของทหารเด็กกลุ่มนั้นเป็นสถานที่ทำให้เกิดเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น ที่มีความสอดคล้องกับโครงเรื่อง ดังนั้นฉากในเรื่องเป็นหมาป่า มีความสมจริงเพราะสถานที่นี้มีอยู่จริง ซึ่งคองโกเป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกากลางและเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของทวีป  ผู้แต่งใช้ฉากที่มีอยู่จริงจึงทำให้ผู้อ่านเข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจเรื่องได้เป็นอย่างดี

                วรรณกรรมเรื่องสั้น เป็นหมาป่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน เล่าวนไปมาทำให้ผู้อ่านงุนงงในเนื้อเรื่องซึ่งเป็นเรื่องที่ถือว่าอ่านยาก แต่เมื่อพิจารณาทำความเข้าใจแล้วจะเห็นได้ว่า โครงเรื่อง แก่นเรื่อง ตัวละคร ฉาก และองค์ประกอบต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกันผู้เขียนถ่ายทอดและสื่อความหมายออกมาได้ดีสะท้อนและให้ข้อคิดต่าง ๆ แก่ผู้อ่านเพื่อเป็นเครื่องเตือนสติในการใช้ชีวิตในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้เป็นอย่างดี

รายการอ้างอิง จเด็จ  กำจรเดช. (๒๕๖๓). ืน ปีเสือ และเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิจารณ์วรรณกรรม



ความเห็น (0)