907. เรียนการค้นหาจุดประสงค์ในชีวิต (Purpose) จากหนังดัง "The Aeronauts"

เพิ่งดูหนังเรื่อง The Aeronauts จบไป เรื่องนี้ฉายทาง Amazon Prime เป็นอะไรที่ตื่นเต้นนั่งไม่ติดพอๆ กับดู Star Wars ทั้งที่เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นในลอนดอนเมื่อ 159 ปีก่อน ราวๆ ปี 1962 ที่นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษเจมส์ เกลเชอร์และนักขับบอลลูนหญิงชื่อเอมิเลีย พากับขึ้นบอนลูนไปสูงที่ 7 ไมล์ทำสถิติสูงสุด คือสูงที่สุดในโลกเหตุผลที่ต้องขึ้นไปขนาดนั้น เพราะพระเอกที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าการขึ้นไปข้างบนสูงๆ จะทำให้เขาค้นพบวิธีการพยากรณ์อากาศได้ 

เขาเชื่อว่าถ้าได้ข้อมูลพอเขาจะรู้ไดว่าเมื่อไหร่ฝนจะตก พายุจะมา ความรู้เรื่องนี้จะทำให้โลกต่างออกไป นี่คือความเชื่อที่ถูกต่อต้าน จากนักวิทยาศาสตร์ทุกคน พ่อของเขาที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วยกันก็ยังบอกให้ไปศึกษาเรื่องอื่นเถอะ แต่เจมส์ไม่ยอมยกเลิกความฝัน ที่สุดก็สามารถหาทุนได้ และเจมส์ก็ไปเจอนักขับบอลลูนหญิงมากฝีมือ ทั้งสองก็ขึ้นฟ้าไปด้วยกัน ระหว่างทางก็เจอพายุ แทบเอาชีวิตไม่รอด

สรุปคือนี่คือหนังประวัติผู้ที่สร้างวิชาพยากรณ์อากาศขึ้นมาในโลก ไม่ธรรมดามากๆเรียกว่าผมเองดูแต่ละตอนนี่นั่งไม่ติดที่ ลองไปดูนะครับ 

สุดยอดมากๆแต่ที่ชอบที่สุดคือคำพูดของเอมิเลียตอนท้ายที่ว่า..“เราไม่สามารถเปลี่ยนโลก โดยทำเพียงแค่เฝ้ามองมันเฉยๆ เราเปลี่ยนโลกด้วยหนทางที่เราเลือก”

เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ ผมถามว่าหนังเรื่องนี้ให้อะไร

เรื่องนี้เป็นเรื่องของจุดประสงค์ของชีวิต (Purpose) คือเป็นเรื่องราวของคนที่ค้นพบว่าเกิดมาเพื่ออะไร และจะทำให้สำเร็จได้อย่างไรผมนึกถึงหนังสือเรื่อง The Power of Significance: How Purpose Changes Your Life ของ John C. Maxwell

ในหนังสือเล่มนี้ท่านบอกตั้งแต่หน้าแรกๆ เลยว่า ลึกๆไปแล้ว มนุษย์เราทุกคนไม่อยากเป็นใครที่ถูกลืม เราต่างต้องการมีจุดประสงค์ของชีวิต (Purpose) หรือการที่เราจะทำให้โลกนี้ดีขึ้นด้วยวิธีการของเราเอง และก็เพื่อใช้ชีวิตให้เต็มที่ คือไปให้สุดๆ .. Purpose คือการทำให้โลกนี้ดีขึ้นสักเรื่อง และการใช้ชีวิตให้มันสุดๆเห็นชัดว่าเรื่องนี้ทั้งพระเอกและนางเอก ต่างมี Purpose พระเอกก็อยากให้โลกนี้ดีขึ้น ด้วยการพยากรณ์อากาศ และเขาก็เต็มที่เสี่ยงตายจนทำให้เกิดวิชานี้ขึ้นมา ส่วนนางเอกก็ใช้การขับบอลลูนไปสนับสนุนพระเอก เพื่อให้พระเอกแก้ปัญหาโลกสำเร็จ

สุดยอดมากๆ

คำถามคือ แล้วเราจะหา Purpose อย่างไร 

อาจารย์ Maxwell แนะนำให้ตอบคำถามตัวเองด้วยชุดคำถามดังต่อไปนี้

1. What you sing about อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข

2. What you cry about อะไรที่ทำให้คุณร้องให้

3. What you dream about อะไรที่คุณฝันอยากให้เกิดขึ้น

เช่นในเรื่องพระเอกน่าจะตอบคำถามนี้ได้

1.What you sing about อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข (วิทยาศาสตร์)

2 What you cry about อะไรที่ทำให้คุณร้องให้ (ความเสียหายของคนจำนวนมากๆจากการไม่เคยมีใครพยากรณ์อากาศได้)

3. What you dream about อะไรที่คุณฝันอยากให้เกิดขึ้น (โลกมีวิชาพยากรณ์อากาศ)

เพราะฉะนั้น Purpose ของพระเอกคือต้องการสร้างความแตกต่างให้โลกใบด้วยการเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาสร้าง วิชาพยากรณ์อากาศคุณเห็นความเชื่อมโยงไหมครับ 1 มา 2 มา 3ผมลองทำของผมเองดู

ส่วนนางเอกเองก็ดูตอบคำถามนี้ได้

1.What you sing about อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข (การขับบอลลูน)

2 What you cry about อะไรที่ทำให้คุณร้องให้ (สามีที่ตกบอลลูนเสียชีวิต)

3. What you dream about อะไรที่คุณฝันอยากให้เกิดขึ้น (ยังไม่มี เพราะยังเศร้าไม่หายจากสามีตกบอลลูนเสียชีวิต )

แต่เมื่อนางเอกมาเจอพระเอก ก็เริ่มเห็นความตั้งใจได้คุยกัน และเริ่มนับถือที่สุด นางเแกเลยเกิดฝันขึ้นมา ก็คือจะไปช่วยสนับสนุนโครงการค้นคว้าเพื่อสร้างศาสตร์การพยากรณ์อากาศ

คุณจะเห็นนางเอกเริ่มมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งสองฝ่าฝันจนถึงฝั่งฝัน


จะว่าไป Purpose ก็คือการที่คุณเอาความเก่งของคุณไปเกื้อกูล แทนที่จะกอบโกยนั่นเอง   นั่นคือสาเหตุที่นางเอก กลับใจจากตอนแรกไม่ช่วย มาช่วยอย่างสุดใจ ผมลองถามคนมามาก คุณอยากฝากชีวิตกับใครระหว่าง คนที่อยู่เพื่อเกื้อกูลกับคนที่อยู่เพื่อกอบโกย    คำตอบชัดอยู่แล้ว

ถ้าคุณเกิดมาเพื่อเกื้อกูล และพยายามทุ่มเท ชีวิตคุณจะไม่เคยโดดเดี่ยว  

ผมลองทำของผมเองดู

  1. What you sing about อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข (เคยไปเรียนเรื่องการฟัง จากชั้นเรียน Dialogue หรือสุนทรียสนทนา  ที่ทำให้เห็นคุณค่าของการฟังแบบไม่ตัดสิน ทำให้ได้ความรู้ ความเข้าใจคนมากขึ้น)
  2. What you cry about อะไรที่ทำให้คุณร้องให้ ( คนทุกวันนี้ไม่ฟังใคร ตัดสินคนอื่น แทบทุกพื้นที่ไม่มีใครฟังใคร และก็ตัดสินเยอะเกินไป)
  3. What you dream about อะไรที่คุณฝันอยากให้เกิดขึ้น (อยากให้คนในสังคมฟังแบบไม่ตัดสินมากขึ้น)

ว๊าวววๆๆๆ เพราะฉะนั้น Purpose ของผมคือต้องการสร้างความแตกต่างให้ประเทศไทยด้วยการช่วยให้คนไทยฟังเก่งขึ้น 

ตอนหลังผมไปศึกษา Theory U หรือทฤษฎีตัวยู ซึ่งใช้การฟังอย่างลึกซึ้งการสนทนาแบบไม่ตัดสิน (ศาสตร์นี้ต่อยอด Dialogue ไปอีกนิด) เรียกว่าเป็นการฟังแบบ advance เลย มาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้คนและองค์กร 

ถ้าอย่างนั้นสรุปอีกที

Purpose ผมเกิดมาเพื่อทำให้โลกดีขึ้นด้วย Theory U

1. What you sing about อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข (วิชา Appreciative Inquiry การพัฒนาองค์กรด้วยการใช้คำถามเชิงบวก)

2. What you cry about อะไรที่ทำให้คุณร้องให้ ( คนในองค์กรมักทำอะไร วิเคราะห์อะไร ก็คิดไม่ออก ตีบตัน มักโทษกัน และโทษสิ่งแวดล้อม)

3. What you dream about อะไรที่คุณฝันอยากให้เกิดขึ้น (คนทำ Appreciative Inquiry เป็น)

ว๊าวววๆๆๆ เพราะฉะนั้น Purpose ของผมคือต้องการสร้างความแตกต่างให้ประเทศไทยด้วยการช่วยให้คนไทยพัฒนาด้วย Appreciative Inquiry เป็นสุดยอดมากๆ 

ผมเกิดมาเพื่อทำให้โลกดีขึ้นด้วย Appreciative Inquiry 

จริงๆลองจินตนาการสิว่าถ้าคนไทยมี Purpose จำนวนมาก สัก 10,000 คน คือแต่ละคนต้องการทำให้ประเทศดีขึ้นสักเรื่อง และใช้ทุ่มเทเพื่อให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมาจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น 

เช่นมีคนทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อทำให้ถนนในประเทศไทยปลอดภัยขึ้น

อีกคนทำให้อาหารปลอดภัยขึ้น

อีกคนทำให้เด็กๆ ทุกคนในประเทศ ได้เรียนหนังสืออย่างมีความสุข

อีกคนทำให้ทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาตลอดชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน (เช่นกรณีของ Khan Academy คนอินเดียที่เปิดสอนหนังสือ สอนดีจนคนเข้าไปเรียนทั้งโลกฟรี)

ถ้าเป็นนักการเมือง จะเกิดอะไรขึ้นครับ มีสส. ที่เกิดมาเพื่อทำให้คนงานไทยมีสวัสดิภาพที่ดีขึ้นอี

กคน ทำให้คนไทยได้รับการยกระดับ Upskill Reskill ตลอดชีวิต

อีกคนเข้ามาทำให้คนไทยอยากเรียนอะไร ก็เรียนได้

จริงๆประเทศไทยก็มีคนประเภทนี้อยู่มาก เช่นคุณโจน จันได ที่ทุ่มเททั้งชีวิตเก็บเมล็ดพันธ์พืช ไม่งั๊นต่อไป คนอาจต้องพึ่งพาบริษัทใหญ่อย่างเดียว พืชพันธ์ุดีๆ อาจสูญพันธ์ไปหมด แต่ อยากให้มากกว่านี้ครับ

สังคมไทยเปลี่ยนแน่ๆ เอาแค่ละคนละประเด็น ไม่ต้องเยอะ

ส่วนผมเริ่มเอาคำถามนี้มาใช้ในชั้นเรียน MBAของผม ทำให้นักศึกษาใจพองโต เกิดPurpose ครับ ผมเปิดสอนวิชา Purpose-drven Business เพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโตบนฐานของจุดประสงค์ของชีวิตครับ นี่ก็คือ Purpose ของผมเรื่องการทำงานเป็นอาจารรย์สอน MBA (Purpose มีหลายเรื่องได้ นักวิทยาศาสตร์ Nobel Prize ก็ทุ่มเทชีวิตเรื่องงาน พอๆ กับทุ่มเทบทบาทความเป็นแม่ และงานการกุศล)

Purpose ของคุณล่ะคืออะไร

สุดท้ายอยากยกคำพูดของนางเอกมาอีกครั้ง

“เราไม่สามารถเปลี่ยนโลก โดยทำเพียงแค่เฝ้ามองมันเฉยๆ เราเปลี่ยนโลกด้วยหนทางที่เราเลือก”

คุณล่ะเลือกที่จะเปลี่ยนโลกด้วยวิธีไหน 

 วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟังลองเอาไปพิจารณาดูนะครับด้วยรักและปราถนาดี

บทความโดย ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

Purpose Story

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)