901. "เรียนอิคิไกจาก Netflix"

เมื่อวานเปิดดู Netflixเข้าไปดูหนังเรื่อง Tidyingup  เป็นเรื่องราวของนักจัดบ้านที่ดังที่สุดในโลกคนญี่ปุ่นชื่อคอนโดะ มาริเอะ  ... ดูสนุกมาก เธอไปช่วยคนจัดบ้านโดยแนวคิดง่ายๆ ว่าคัดของ ที่ Spark Joy จุดประกายความสุขเท่านั้นเก็บไว้.. .ในหนังเธอไปช่วยครอบครัว Friend จัดบ้าน..ปรากฏว่านอกจากได้บ้านสวย การจัดบ้านยังทำให้ความสัมพันธ์ในบ้านดีขึ้น...  คุณมาริเอะ นี่ถ้าดูประวัติ เริ่มต้นชีวิตจากสาวน้อยที่สนใจจัดระเบียบบ้าน จัดจนทะเลาะกับที่บ้าน เธอหลงใหล พัฒนาการพับผ้า จัดบ้าน และตอนหลังมาเขียนหนังสือเรื่อง The Magic Of Tidying Up เลยดังระดับโลก ว่ากันว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ที่อายุน้อยที่สุด (ตอนจัดอันดับอายุ 19)

ผมดูเรื่องของมาริเอะ แล้ว Spark joy จริงๆ แล้วนึกถึงหนังสือ IKIGAI ของอาจารย์ Ken Mogi ...กรณีของมาริเอะ มันคือ IKIGAI ชัดๆ ..เธอดื่มด่ำ มี Motivation มีเหตุผลที่ตื่นขึ้นมาแต่ละวัน... การดูหนังของเธอทำให้ผมกลับมาอ่านหนังสืออาจารย์ Ken อีกรอบ ผมซื้อมา.  เมื่อหลายปีก่อน ก่อนจะมีการแปลเป็นไทย  อิคิไก คือคำอธิหมายของการมีชีวิตที่ม่ความสุข และมีความหมาย (Pleassure and Meaningful Life) อิคิไก คือเหตุผลของการมีชีวิตอยู่  เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน 

มาริเอะดูใช่เลย

อาจารย์อธิบายอีกว่า มันคือแรงจูงใจ (Motivation) ในการใช้ชีวิตของคุณ หรือมันเป็น Appettite  ความอยากใช้ชีวิต อย่างตื่นขึ้นไปใช้ชีวิตในวันใหม่

อาจารย์บอกว่าคนญี่ปุ่นไม่ได้มีแรงจูงใจในระดับเว่อวังค์ (Grandiose) ...แต่เน้นสิ่งที่เป็นวิถีชีวิตประจำวัน  

ใช่ครับ นี่คือการจัดบ้าน เล็กมาก แต่ส่งผลกระทบคนนับล้าน

อาจารย์บอกอีกว่าอิคิไก เป็นคำพูดทั่วๆไป

คุณยังไม่ต้องประสบความสำเร็จในอาชีพคุณก็มีอิคิไกได้

อาจารย์บอกจริงที่อิคิไกอาจเป็นสาเหตุทำให้คุณประสบความสำเร็จในอาชีพ แต่การประสบความสำเร็จในอาชีพไม่ได้เป็นเงื่อนไขสำคัญของการมี  อิคิไก

เข้าใจว่ามาริเอะ คงเริ่มจากจัดบ้านเท่านั้น แต่การดังระดับโลกเป็นผลมาจาก IKIGAI ชัดมากๆ...

มาต่อเรื่องอิคิไกกัน

คราวนี้ลงเรื่องเทคนิก

อิคิไกอาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน การจิบกาแฟ การเดินสัมผัสแสงแดดระหว่างไปทำงาน

ผมชอบหนังสือเล่มนี้ตรงที่มีการอธิบายอย่างเป็นระบบ ชอบการโปรยที่ว่า ระหว่างอ่านหนังสือให้ค่อยๆ ตอบคำถามสองข้อคือ 

  • อะไรคือคุณค่าทางจิตใจที่สูงสุดของคุณ
  • อะไรคือสิ่งเล็กๆที่ให้ความสุขแก่คุณ

และท่านก็สรุปไว้ว่าเสาหลักของ อิคิไกคือ

  • การเริ่มต้นเล็กๆ 
  • การปลดปล่อยตัวเอง 
  • ความกลมกลืนและความยั่งยืน 
  • ความสุขกับสิ่งเล็กๆ 
  • การอยู่ตรงนี้ ตอนนี้

เสาหลัก 5 ต้นนี้จะสนับสนุนกันและกัน และเปิดโอกาสให้ อิคิไกของเราเติบโต ไม่มีอะไรก่อนหลัง ไม่เชื่อมโยงกัน  

ผมว่าถ้าดูชีวิตและการทำงานของมาริเอะ ละเอียดๆ น่าจะสมดุลทั้ง 5 เสา ครับ..

ผมแนะนำให้อ่านเล่มนี้ให้ละเอียด และลองหาอิคิไกดู

ผมลองตอบคำถามสองข้อตามอาจารย์...

  • อะไรคือคุณค่าทางจิตใจที่สูงสุดของคุณ

1.การเอา Appreciative Inquiry ไปสอนทำให้คนแก้ปัญหาได้ พึ่งตัวเองได้ 

2. การเอา Appreciative Inquiry ไปผสมผสานศาสตร์อื่นๆ เช่นที่ผมทำกับ IKIGAI มาหลายปี Theory U ไปสอนทำให้คนแก้ปัญหาได้ เช่น IKIGAI ไปช่วยคนจำนวนมากเหตุผลที่ตื่นขึ้นมา และค้นพบ Motivation ของตัวเองเจอ..  TheoryU นี่ไปสอนจนกระทั่งลูกศิษย์ไปช่วยคนที่อยากฆ่าตัวตายได้

3. การเอา Positive Psychology ไปพัฒนาองค์กร นี่มีความหมายมากๆ

4. การโค้ช นี่ก็สุดๆครับ

5. การเห็นลูกเติบโต โดยดำรงความเป็นตัวตนของเขาได้

6. การได้รู้จักประวัติศาสตร์ครอบครัวจากพ่อแม่

และอื่นๆ 

  • อะไรคือสิ่งเล็กๆที่ให้ความสุขแก่คุณ
  1. การเขียน Blog เพื่อเผยแพร่ความรู้
  2. การอ่านหนังสือเช่นที่กำลังอ่านเรื่อง อิคิไกและเขียน
  3. ไม่พอ ขณะอ่านเริ่มเอาวิชา Appreciative Inquiry เข้าไป Blendเพื่อให้ง่าย และปังมากขึ้น
  4. การทานข้าวเย็นกับลูกและภรรยา
  5. การฟังธรรมะยามเช้าและจิบกาแฟไปด้วย
  6. การคุยกับอาจารย์สายปรัชญาเช่นดร.ช่อ
  7. การสอนลูกศิษย์ทำ Appreciative Inquiry 
  8. การ Zoom สอนหนังสือ
  9. การแอบไปจิบกาแฟยามสายที่ร้านกาแฟร้านโปรด
  10. การขับรถไปรับลูกและภรรยา
  11. การโทรคุยกับพ่อแม่ตอนเย็นๆ ทุกวัน
  12. การเรียน Course Online
  13. การดู Netflix แล้วจับประเด็นไปเขียน Blog

ทั้งหมดนี่คือ IKIGAI ของผมครับ  วัดจาก Motivation 

แต่ถามว่าอะไรมีความหมายมากที่สุด ในเรื่องงาน 

ประเมินจากชีวิตประจำวันของผมเอง...ผมรู้สึกว่ามีความสุขและมีความหมาย มี Motivation ที่จะได้ทำอะไรเกี่ยวกับ Appreciative Inquiry สนุกจนรู้สึกไม่เป็นเสาร์อาทิตย์...

และถ้าดูตามหลักเสาห้าต้น ผมเริ่มมาจากอะไร

  • การเริ่มต้นเล็กๆ 

เริ่มมาจากนี่เลยครับ คำสอนของอาจารย์  เมื่อตอนเรียนป.เอก ปี 2006

“At its heart, AI is about the search for the best in people, their organizations, and the strengths-filled, opportunity-rich world around them. AI is not so much a shift in the methods and models of organizational change, but AI is a fundamental shift in the overall perspective taken throughout the entire change process to ‘see’ the wholeness of the human system and to “inquire” into that system’s strengths, possibilities, and successes. ”

– Excerpt from: Stavros, Jacqueline, Godwin, Lindsey, & Cooperrider, David. (2015). Appreciative Inquiry: Organization Development and the Strengths Revolution. In Practicing Organization Development: A guide to leading change and transformation (4th Edition), William Rothwell, Roland Sullivan, and Jacqueline Stavros (Eds). Wiley

ดู Spark มากๆ เกิดสนใจเลยเจาะลึก ไปเรื่อยๆ สมัยนั้นมีหนังสือเพียงเล่มสองเล่ม จากนั้นตามซื้อมาทั้งโลก 

และส่วนใหญ่ทุกวันนี้จะทำอะไร เกี่ยวกับ Appreciative Inquiry ทุกวันมากบ้างน้อยบ้าง ไม่เคยหยุด 

  • การปลดปล่อยตัวเอง 

ไม่สนใจว่าจะกลายมาเป็นอาชีพหรือไม่ อ่านรู้เรื่องเรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ทดลองเอามาทำ  เอามาใช้งาน ตอนหลังมีคนเชิญไปสอนไปทำงานด้านนี้เอง 

  • ความกลมกลืนและความยั่งยืน 

ไม่ทะเลาะกับใคร เรียนป.เอก เขาให้หาองค์กรเอาเครื่องมือไปทดลองแก้ปัญหาจริง  ไม่มีใครให้ ก็ตั้งชมรมทำเองเลยกลายเป็น AI Thailand ชมรมผู้สนใจ Appreciative Inquiry ทำเองซะเลย ตอนนี้ยังอยู่ และเติบโตไปเรื่อยๆ 

  • ความสุขกับสิ่งเล็กๆ 

ไม่มัวเข้าไปทำในองค์กรใหญ่ๆ โรงรับจำนำก็ทำ  ตอนหลังก็ขยายผลไปยังเครื่องมือตัวอื่นๆเช่น Theory U ไปถึง Coach ...สุขกับการเริ่มต้นสบายๆ...

  • การอยู่ตรงนี้ ตอนนี้

ไม่กังวล ว่าไม่ได้ทำองค์กรใหญ่ ทำเท่าที่มีโอกาส ทำกับลูกศิษย์ตจว. นี่แหละ การสนใจอยู่กับปัจจุบัน กลับทำให้มี skill สูงขึ้น ... กลายเป็นทำกับองค์กรลูกศิษย์ที่ทุนก็ไม่มี กลับกลายเป็นพื้นฐานที่ดี พอไปทำองค์กรใหญ่ๆ ในกท. นี่สบายครับ เหมือนเราถนัดการพัฒนาองค์กรแบบต้นทุนต่ำ หรือไม่มีต้นทุนไปเลย 

แน่นอนนี่ไม่ใช่ IKIGAI อย่างเดียว...การแอบไปจิบกาแฟสายๆ ...ถ้าเราอยู่ตรงนั้นสัมผัส สายลมแสงแดด ดื่มด่ำ มันคือ IKIGAI

สรุปแล้วจากการตอบคำถามมา..อิคิไกของผมคือ Appreciative Inquiry ... มันคือเหตุผลที่ผลตื่นขึ้นมาแต่ละวัน..

พิสูจน์ได้ อาจารย์เดวิด คูปเปอร์ไรเดอร์ (ผู้คิดทฤษฎีนี้) เคยเรียกผมว่า AI Man 

(AI เป็นชื่อย่อของ Appreciative Inquiry)

ผมว่าใช่เลย

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม..สำหรับใครที่ต้องการหา IKIGAI Model นี้ โดยส่วนตัว..

สำหรับใครที่ต้องการหา IKIGAI Model นี้ โดยส่วนตัว..ผมแนะนำให้ค่อยๆ เขียนออกมาครับ ..ตามที่อาจารย์ตั้งคำถาม... ผมว่าสองข้อแรกนี่ก็ใช่แล้ว .. ถ้าอยากทำเป็นอาชีพ ก็ต้องใช้เสาห้าต้นของ IKIGAI มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต... แล้วมี IKIGAI ด้านอื่นผสมผสานเข้าไป.. มันจะรู้สึกมีความหมายจริงๆ .. มันเติมเต็มกันและกันต้องรักษาอารมณ์จริงๆ ไม่ง่าย เพราะสังคมของเราในหลายๆที่. ถ้าคุณร้องเพลงเหมือนนักร้อง ยิ่งเหมือนยิ่งดี...แต่คุณเกิดร้องในสไตล์ของคุณเอง..นี่คุณมีสิทธิโดนโห่

เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบเป็นสิ่งต้องห้ามในหลายพื้นที่ สังคมบ้านเราหลายๆ ที่จะบั่นทอนกัน ผมเจอมามาก ไม่อ่านหรอกครับ..ปฏิเสธ Appreciative Inquiry ไม่มีในโลก นี่เจอมาแล้ว...พี่ๆ ดู internet พี่ ดู ..วิชานี้คิดโดยอาจารย์บริหารธุรกิจได้ รับการยอมรับจาก Harvard และ MIT พี่ ..Search Search ถามพี่กูเกิ้ล ถามครับพี่..... ฝันครับ ไม่ไปหาหรอก

การปฏิเสธกันง่ายๆ นี่ทำให้หลายคนดูดีมีภูมิขึ้นมาทันที เราไม่ใช่อยู่ในสังคมอุดมปัญญาอย่างที่เห็น มีไม่มากวงนัก....อันนี้เจอเยอะครับ

ผมเองถูกปฏิเสธมามาก แต่ก็ไม่ใช้ไม่มีช่องเลย ก็เริ่มทำกับคนสองคน ช่องว่างขยายเอง อย่าเพิ่งท้อหมดหวังไปก่อน จะว่าไปกิจกรรมอย่างอื่นที่ดูเป็น อิคิไกในมิติอื่นๆ นี่แหละหล่อเลี้ยงจิตใจ ทำให้ อิคิไกในเรื่องงานเราเติบโต เช่นไปทำงานจะหาโอกาสคุยกับนักปรัชญาอย่างอ.ช่อ.. ทำให้เกิดมุมมองชีวิตใหม่ๆ ..หรือขับรถไปรับลูกเมีย มันมีความสขุหายเหนื่อย..เรียนอะไรใหม่ๆ ก็เห็นโอกาสเพิ่ม

แน่นอนทั้งหมด ต้องทำแบบอยู่ตรงนั้นจริงๆ อย่างที่อาจารย์พูด

ผมเลยเสนอแนะอีกว่า..อิคิไกเติบโตมาในสังคมของญีปุ่น ที่อาจให้คุณค่าของความแตกต่าง ความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าสังคมบ้านเรา. อันนี้คุณต้องทำใจมากๆ ..ผมเลยมีสูตรของผมเพิ่มขึ้นมา สำหรับใครที่จะเอามาพัฒนา IKIGAI ให้เป็นอาชีพ (อันนี้ไม่บังคับครับ เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นอาชีพ) .. จากการศึกษาคนที่ค้นหาอิคิไกจนเจอ และดูมีชีวิตที่มี Motivation ใน บ้านเรา (ถ้าเอาตามนิยามและพฤติกรรมที่อาจารย์ Ken ระบุมา) คือ เขาต้องมีสามเรื่องมาเติมเต็มคือ  "ความรู้ connection และบุญ"

Knowledge ความรู้ ต้องหาความรู้เพิ่มเติม  จะทำให้เราเจอโอกาสใหม่ๆ และยิ่งแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ .. ยิ่งหาความรู้ ยิ่งแก้ปัญหาได้ถูกจริง ยิ่งชำนาญ ยิ่งมันส์   

Connection หาเครือข่ายเพิ่ม  เพราะได้ความรู้ และโอกาส  เพราะไม่ใช่คุณจะรู้ทุกเรื่อง การได้เครือข่ายทำให้คุณไม่เสียเวลามากกับชีวิต เปิดสมอง เปิดโอกาส 

Contribution..บุญ เน้นการให้มากกว่ารับ... หาทางเอาอิคิไกของคุณไปช่วยคนอื่น หรือทำให้คนอื่นมีคุณภาพชีวิตที่ดี..มันสุขเห็นๆ..และพัฒนาฝีมือไปในตัว  บุญนี้ยังรวมถึงการดูแลพ่อแม่  การทำหน้าที่สามีภรรยา การเป็นนาย ลูกน้องที่รับผิดชอบการงาน..การไปวัด เจริญสติ ฟังธรรมด้วย ยกระดับจิตใจให้เบิกบานมีความสุข ถ้าให้ชัดเลยเอาให้ใกล้เคียงมงคลชีวิต 38 ประการให้มากที่สุด..



เอาเป็นว่า Confirm การหา IKIGAI และหนังสืออาจารย์ Ken Mogi ครับ ..แนะนำมากๆ 

สำหรับวันนี้ก็เป็นบทความแรก ต้อนรับปีใหม่ 2021 ขอให้มีความสุข ขอให้อิคิไก จงสถิตย์อยู่กับท่าน.. ขอให้โลกแคล้วคลาดจากไวรัสไวๆ เทอญ

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธ์ IKIGAI School

Note:เนื่องจากเป็นประสบการณ์ของผมในไทย และผมใช้ Appreciative Inquiry (AI) ผสมผสานขึ้นมาผมเลยเรียกมันว่า Appreciative Ikigai© ที่เน้นการหา iKIGAI ด้วย Model หลากหลายๆ ผ่านการตั้งคำถามเชิงบวกแบบ AI แต่ขยายผลด้วย ความรู้ connection และบุญ ...  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (2)

สวัสดีปีใหม่ค่ะ อาจารย์ ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะคะ

ขอบคุณพี่แก้วมากๆ ขอให้พี่แก้วและครอบครัวมีความสุข เบิกบาน สุขภาพแข็งแรงนะครับ ระลึกถึงพี่เสมอครับ