ทิว ทองธรรม

แต่งโดย ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี

เรื่องย่อ

    ทิว ทองธรรม ชายขี้เหล้าและรักในความรื่นเริง ไปหลงรัก “ดุจดาว” นักร้องสาวในคาเฟ่  จนคืนหนึ่งเขากลับบ้านมาด้วยความเมามายตั้งใจจะเอาเงินที่ได้มาจากการชนะพนัน ไปซื้อพวงมาลัยคล้องคอให้กับดุจดาว แต่ด้วยความเมาประกอบกับความคิดถึงหญิงสาวจนเหม่อลอย  ในขณะที่เขาก้าวขาลงจากเกาะกลางถนนก็ได้มีรถกระบะที่ถูกขับเคลื่อนโดยชายที่มีความเมามายและขาดสติไม่ต่างจากทิวมากนัก พุ่งเข้ามากระแทกร่างของทิวจนกระเด็นออกไป  คนขับรถเกิดความตระหนกและตื่นกลัวเมื่อหันไปมองกระจกหลังเห็นร่างของทิว ทองธรรมกระตุกขึ้นมา แต่เขากลับถอยรถกลับไปเพื่อทับร่างนั้นอีกครั้ง และทิว ทองธรรมก็ได้สิ้นชีวิตลง แต่ในโลกของวิญญาณชีวิตของทิว ทองธรรมยังไม่จบลง เขาวนเวียนทำแบบเดิมอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  โดยไม่รู้เลยว่าตนเองได้ตายไปแล้ว

โครงเรื่อง

        เรื่องสั้นทิว ทองธรรม มีโครงเรื่องที่ไม่ซับซ้อน เปิดเรื่องด้วยการใช้ข้อความชวนให้คิดสงสัยจากข้อความที่ว่า “เขาว่ากันว่า คนที่ตายโหง วิญญาณจะวนเวียนอยู่ในความมืดบอด” และกล่าวถึงจุดจบของเรื่องก่อนที่จะเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความอยากรู้ที่มาที่ไปของเหตุการณ์นี้ การเปิดเรื่องเช่นนี้เป็นการดึงดูดใจผู้อ่านให้อยากอ่านเรื่องนี้ต่อได้อย่างมาก จากนั้นผู้เขียนก็ดำเนินเรื่องโดยการเล่าเรื่องแบบสลับไปมา แต่หากยึดตามเวลาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเวลาได้เดินปกติ เนื่องจากในตอนท้ายเรื่องจะเห็นได้ว่าเรื่องราวของทิวที่ย้อนกลับไปกลับมานั้น ในความเป็นจริงแล้วเวลานั้นเดินเป็นปกติ เห็นได้จากประโยคที่บรรยายความรู้สึกพ่อว่า “คืนนี้แกได้ยินเสียงฝีเท้าลูกชายเดินเข้าออกบ้านสี่หนแล้ว

        การสร้างปมความขัดแย้ง ผู้แต่งสร้างปมขัดแย้งให้ตัวละครทิว ทองธรรม ให้เป็นคนขี้เหล้าและมีพื้นฐานครอบครัวที่ยากจน ซึ่งจะนำไปสู่ปมขัดแย้งระหว่างทิวกับดุจดาว  เนื่องจากทิวติดเหล้าดุจดาวจึงคิดว่าทิวชอบเพียงแค่เสียงร้องของเธอไม่ได้ชอบเธอเหตุนี้ดุจดาวจึงไม่รับรักทิว แต่ทิวนั้นคิดว่าตนเองจนดุจดาวจึงไม่รับรัก เห็นได้จาก “เพราะดุจดาวชอบความหรูหราแต่เขามีเฉพาะความขมขื่นที่ความจนมันจับอยู่แน่นหนามากำนัลให้เธอ” ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมทิวถึงต้องการนำเงินไปซื้อมาลัยมาให้ดุจดาวจนเกิดเหตุการณ์รถชนขึ้น ผู้แต่งได้ใช้เหตุการณ์วนเวียนกลับมาตายของทิวมาให้เป็นการหน่วงเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านสนใจอยากรู้เรื่องราวของทิว ทอวงธรรมมากขึ้น อย่างเช่น เหตุการณ์ทิว ทองธรรมถูกรถกระบะคันสีขาวขับรถชน แต่เมื่อคนขับลงไปดูกลับไม่เห็นสิ่งใดอยู่บนถนนเลย เหตุการณ์ทำให้ผู้อ่าเกิดความอยากรู้ว่าสิ่งที่ทิวเจอนั้นคืออะไร และเรื่องก็ดำเนินต่อมาถึงจุดคลายปมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการวนเวียนการตายซ้ำไปซ้ำมาของทิว เห็นได้จากประโยค “เฒ่าลมนอนตัวเกรง คืนนี้แกได้ยินเสียงฝีเท้าลูกชายเดินเข้าออกบ้านสี่หนแล้ว เสียงอาเจียน เสียงฮึมฮัมเพลงของเขา แกได้ยินถนัดถนี่ เฒ่าลมถอนหายใจ น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว “โธ่ ทิวลูกพ่อ”” และในส่วนการปิดเรื่องของเรื่องสั้นทิว ทองธรรม เป็นการปิดเรื่องแบบโศกนาฏกรรม ที่สุดท้ายแล้วทิว ทองธรรมยังต้องวนเวียนอยู่ในเหตุการณ์ถูกรถชนครั้งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตัวละคร

        ตัวละครหลักของเรื่องที่มีความสำคัญในการดำเนินเรื่องคือ ทิว ทองธรรม ทิวเป็นตัวละครลักษณะเดียว เนื่องจากเรื่องสั้นเรื่องนี้ไม่มีบทสนทนาทำให้ไม่สามารถรู้นิสัยอื่น ๆ ของตัวละครทิวได้ว่าเป็นคนยังไง นอกจากชอบกินเหล้าตามที่ผู้แต่งได้แต่งไว้ ซึ่งมาจากภูมิหลังตัวละครทิวมีครอบครัวที่ยากจน แม่เสียตั้งแต่ยังเด็ก หลังจากนั้นพ่อก็กินแต่เหล้า จนทิวได้ซึมซับรับพฤติกรรมนั้นมา ซึ่งพฤติกรรมของตัวละครนี้มีผลต่อเนื้อเรื่อง เนื่องจากการที่ทิวติดเหล้าเมามายในวันนั้นประกอบกับคิดถึงดุจดาวจนเหม่อลอยเดินข้ามถนนไปจนทำให้ถูกรถชน

แก่นเรื่อง

        ผู้เขียนต้องการให้เห็นถึงโทษของการดื่มสุรา เพราะจะสังเกตได้ว่าทั้งทิวและคนขับรถกระบะสีเขียวขี้ม้าคันนั้นทั้งคู่ต่างดื่มสุราและขาดสติ คนขับรถก็เมามายจนไม่มีสติซ้ำยังขับรถเร็วจนไม่ทันสังเกตคนที่จะข้ามถนน  ในส่วนของทิว ทองธรรมที่กินเหล้าจนขาดสติข้ามถนนด้วยความเหม่อลอยก็ถูกรถชนจนเสียชีวิตไปแล้วยังต้องความทุกข์ทรมานจากการวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เดิมไม่รู้จักจบสิ้น ดังที่ผู้เขียนได้บอกไว้ในฉากปิดของเรื่อง และจากเรื่องสั้นทิว ทองธรรมนี้ยังสะท้อนให้เห็นปัญหาที่ยังพบมากในสังคมปัจจุบันคือ การเมาแล้วขับ

บทสนทนา

        เรื่องสั้นเรื่องนี้ใช้การบรรยายเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีบทสนทนาอาจเพราะผู้แต่งต้องการจะเน้นให้เห็นพฤติกรรมและความรู้สึกของตัวละคร ดังตัวอย่างเช่น “ชายผู้ประมาทมองผ่านกระจกมองหลัง เห็นร่างที่ฟุบลงของทิว ทองธรรม กระตุกขึ้น เขาไม่แน่ใจว่าร่างนั้นปราศจากลมหายใจหรือยัง เขาไม่กล้าลงไปดู แต่กลับถอยทับลงบนร่างอีกที ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของนักร้องสาวและบ๋อยที่ออกมาดูเหตุการณ์” ผู้แต่งบรรยายโดยให้เห็นถึงความรู้สึกภายในของตัวละครก่อนที่เขาจะการทำดังกล่าว ซึ่งเกิดมาจากความตื่นกลัวในความผิด ก่อนที่จะขับรถหนีไป และอีกสิ่งที่ผู้แต่งใช้บทเพลงแทนความรู้สึกของตัวละคร คือเนื้อเพลงในท่อน “เธอกระซิบ...ลมหนาวฉันกลับหวนคืน” จากบทเพลง “ลมหนาวกับการกลับมาของความรัก” เป็นบทเพลงที่ทิว ทองธรรมชื่นชอบ ทำให้ผู้อ่านเห็นถึงความเหมือนกันกับชีวิตของทิว ทองธรรมกับเนื้อเพลง ที่แม้ทิว ทองธรรมตายไปแล้วยังหวนคืนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฉากและบรรยากาศ

        ฉากที่สำคัญที่ปรากฏบ่อยครั้งในเรื่องนี้คือ ฉากนาฬิกาที่ป้อมยาม ผู้แต่งใช้ฉากนี้เปรียบเสมือนตัวแทนว่าเรื่องราวของทิว ทองธรรมได้กลับมาเรื่องต้นใหม่อีกครั้งแล้ว จะเห็นฉากนี้ได้ปรากฏตั้งแต่เปิดเรื่อง “นาฬิกาป้อมยามร้องบอกเวลาตีสาม เป็นเวลาที่ความมืดยังปกคลุมท้องฟ้า ดวงดาวยังคงส่องแสงระยิบอยู่บนฟ้าตะวันตก และนกดุเหว่าก็ยังคงหลับใหลอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้” ฉากนี้เล่าผ่านการบรรยายของผู้แต่ง บอกถึงเวลาที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และฉากนี้ยังปรากฏในอีกหลายช่วงของเมื่อผู้แต่งจะเริ่มพูดถึงการวนเวียนกลับมาตายของทิวอีกครั้งก็จะเริ่มต้นด้วยฉากนี้

        อีกฉากที่ทำให้ผู้อ่านสะเทือนใจคือฉากการตายของทิว ทองธรรม “แสงไฟจากหน้ารถสาดตรงไปข้างหน้าอย่างองอาจ กล้าหาญ พลัน แสงนั้นพุ่งเข้ากระทบร่างทิว ทองธรรม ก่อน แล้วกระโปรงหน้ารถจึงพุ่งเข้ากระแทกภายหลัง ดังปึง! สนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องในความเงียบ” การพรรณนาในฉากนี้มีความละเอียดสมจริงทั้งบรรยากาศที่ผู้แต่งเขียนขึ้นทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกร่วมเหตุการณ์และรู้สึกสลดใจไปด้วย

        และฉากสุดท้ายที่บรรยายให้เห็นว่า พ่อนอนลืมตาโพลงเหมือนมีเรื่องกลุ้มใจ นัยน์ตาของพ่อแดงก่ำ ที่ทิวคิดว่าพ่อเมามายจึงไม่สนใจ แต่ฉากนี้กลับเป็นฉากคลายเรื่องทั้งหมดว่า ที่พ่อนอนลืมตาโพลงเหมือนมีเรื่องกลุ้มใจ และนัยน์ตาของพ่อแดงก่ำ นั้นเกิดจากความเวทนาลูกที่ไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว และต้องมากลับวนเวียนกับเหตุการณ์ตายซ้ำไปซ้ำมา

ทรรศนะ

        เล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้แต่งและผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยความรู้แจ้งถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร เช่น “ชายคนขับเหยียบเบรกด้วยความตระหนก เขาลืมตาขึ้น มือที่จับพวงมาลัยสั่นเทาเพราะความกลัวเหงื่อผุดเต็มใบหน้า มันไหลออกมาอย่างกับน้ำตา” เป็นต้น ผู้เขียนใช้ทั้งสรรพนามบุรุษที่ ๓ และชื่อตัวละครในการดำเนินเรื่อง เช่น เขา ชายผู้ประมาท เป็นต้น