แพ็กซ์ PAX
ซารา เพนนีแพ็กเคอร์ ผู้แต่ง
ชวธีร์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้แปล
สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน
๒๒๙ หน้า
๒๔๕ บาท
หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลชมเชยจาก The Enfantaisie Prize ปี 2018 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และชนะเลิศรางวัล The Magnolia Book Awards ที่รัฐมิสซิสซิปปี ประเทศสหรัฐอเมริกาประจำปี เป็นผลงานของ ซารา เพนนีแพ็กเคอร์ นักเขียนผู้มากด้วยประสบการณ์ผ่านการเขียนหนังสือเยาวชนกว่ายี่สิบเล็ม จุดเด่นของวรรณกรรมเรื่องนี้คือการที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของเด็กชายกับหมาจิ้งจอกที่ไม่อาจแยกจากกันได้ และเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในขณะที่สงครามกำลังเกิดขึ้น แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นสงครามใน ช่วงใด ผู้เขียนต้องการจะแสดงให้เห็นว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกกำลังเดินทางไปตามเส้นทางที่ขนานหรือตัดกัน เราทุกคนเผชิญกับความท้าทายและประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน และเราไม่โดดเดี่ยว
“ แพ็กซ์ ” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ แพ็กซ์หมาจิ้งจอกกับปีเตอร์เด็กชายผู้เก็บมันมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ทั้งสองรักและผูกพันกันอย่างมาก แต่ต้องจากกันด้วยความจำเป็น เพราะสงครามกำลังเริ่มต้นขึ้น ความขัดแย้งทำให้หลายชีวิตต้องพบกับความทุกข์ แพ็กซ์ตั้งตารอปีเตอร์
มันหวังว่าเด็กชายจะต้องกลับมาหามันอย่างแน่นอน มันได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ในป่าจากหมาจิ้งจอกตัวอื่น ในขณะเดียวกันปีเตอร์ได้ออกเดินทางตามหาแพ็กซ์ ทั้งที่เขาไม่รู้เลยว่าทางข้างหน้าต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ปีเตอร์พบกับแพ็กซ์อีกครั้ง ทั้งสองกอดกันด้วยความคิดถึง แต่จำต้องจากลาเพราะแพ็กซ์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของป่า เป็นครอบครัวเดียวกันกับหมาจิ้งจอกตัวอื่น ๆ ทั้งสองแยกจากกัน เหลือไว้แต่เพียงความผูกพันในอดีต
วรรณกรรมเยาวชนเล่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความผูกพันของสิ่งมีชีวิตร่วมโลกที่มีต่อกัน ความขัดแย้งของผู้คน และผลกระทบจากสงครามที่มีต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยผ่านกลวิธีการพรรณนาสลับบทกันระหว่างความรู้สึกนึกคิดของแพ็กซ์และปีเตอร์ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพทั้งหมด
จากการมองเห็นมุมมองที่แตกต่างของมนุษย์และสัตว์ที่มีให้ต่อสิ่ง ๆ เดียวกัน ทำให้เราสามารถเข้าถึงอารมณ์ของเรื่องราวนี้ได้ดียิ่งขึ้น
ดังคำพูดของโวลาอธิบายให้ปีเตอร์ฟังถึงประสบการณ์ที่เขามีร่วมกับแฟ็กซ์ “ ความไม่แบ่งแยกมันคือความเป็นหนึ่งเดียว ประมาณว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ดูเหมือนแยกจากกันนั้นแท้จริงแล้วเชื่อมโยงถึงกัน ไม่มีการแบ่งแยก ” (๒๕๖๐ : ๑๖๘) แม้จะอ่านจบเรื่องแล้ว ฉากรวมทั้งบรรยากาศภายในเรื่องก็ยังคงตราตรึงใจอยู่ เหมาะสมอย่างยิ่งที่เยาวชน และผู้ใหญ่ควรอ่าน ด้วยยุคสมัยนี้ที่สังคมเกิดความความวุ่นวายและผู้คนขัดแย้งกัน อาจเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิต หากลองอ่านวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้แล้ว อาจทำให้หลายคนได้รับข้อคิดเตือนใจในการดำเนินชีวิต
หนังสือวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้ได้มอบคติเตือนใจให้ผู้อ่านอย่างมาก การใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย การพรรณนาที่มีความละเอียด ทำให้รับรู้อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดี สอดแทรกแง่คิดในการดำเนินชีวิตประจำวัน ด้วยการเคารพความคิดของทุกคน และผลกระทบจากความขัดแย้ง สิ่งสำคัญคือสันติภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ผู้อ่านสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเอง คุณค่าของวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้อยู่ที่ การปล่อยให้ความรู้สึกได้สัมผัสกับตัวอักษรที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอด แล้วทุกท่านจะได้รับอะไรที่มากกว่าความจรรโลงใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
