วันนี้ผมอ่านวารสารงานวิจัยของ Takashi Asada จากมหาวิทยาลัย Fukushima... เรื่องวิทยาศาสตร์ของไผ่...(ถ้าอยากอ่านเองคลิกที่นี่ครับ http://jhs.pharm.or.jp/data/48(6)/48_473.pdf) จับประเด็นสำคัญไ้ดังนี้ครับ
๑) มีงานวิจัยรองรับชัดเจนมากกว่า ๓ ฉบับ ว่า ความต้านทานของถ่านไม้ไผ่ สัมพันธ์กับอุณหภูมิสูงสุดที่ทำให้ไม้ไผ่กลายเป็นถ่าน ถ้าความต้านทานมากกว่า ๔๐ ล้านโอห์ม แสดงว่าอุณหภูมิเนื้อไม้สูงสุด ๕๐๐ องศา ถ้าความต้านทาน อยู่ที่ ๑ หมื่นหรือ ๑ แสน โอห์มแสดงว่า สูงสุด ๗๐๐ องศา ถ้าความต้านทาน ๑๐ ถึง ๑๐๐ โอห์ม แสดงว่า อุณหภูมิสูงสุด ๑ พัน องศา
๒) ยิ่งอุณหภูมิการเผาสูง พื้นที่ผิว (รูพรุนมาก)ยิ่งมาก
๓) ยิ่งอุณหภูมิสูง ขนาดของรูพรุนยิ่งเล็ก
๔) ถ้าเผาอุณหภูมิสูงกว่า ๗๐๐ องศา ขนาดของรูพรุน จะเท่ากันมาก ใกล้เคียงกันมาก ตลอดตัวถ่าน
๕) ถ่านที่เผาที่ ๕๐๐ องศา มีความแตกต่างของ รูพรุนมากที่สุด....
๖) ความสามารถในการดูดซับ ไม่ได้ขึ้นกับอุณหภูมิการเผาเสมอไป... แต่ขึ้นกับว่าจะเอาไปดูดซับก๊าซอะไร
๗) ถ่านที่ดูดซับก๊าซแอมโมเนียได้ดีที่สุดคือ ถ่านที่เผาเพียง ๕๐๐ องศา .... ดังนั้น ถ่านที่ควรเอาไปดูดซับกลิ่นฉี่ เผาถึง ๕๐๐ เหมาะกว่า ๗๐๐ และ ๑๐๐๐ องศา
๘) ถ่านที่ดูดซับก๊าซกลุ่มที่ทำให้เกิดโรคออฟฟิศ ( Buildings syndrome) ดีที่สุดคือ เผา ๑๐๐๐ องศา (เมื่อเทียบกับ ๕๐๐ และ ๗๐๐ องศา).... อุณหภูมิสูงกว่าดีกว่า
๙) ข้อสรุปที่ผมว่ามานี้ เขาตีพิมพ์ ตั้งแต่ ๑๘ ปีที่แล้ว
