บางครั้งเราคิดสิ่งใดไว้ใช่ว่า จะดีเสมอไป โรงเรือนแคคตัสหลังนี้ ตัวเองออกแบบอะไรไว้ โดนพ่อติงว่า อากาศไม่ถ่ายเท ต้นไม้จะไม่โต สุดท้าย ปรับไปปรับมาเป็นการออกแบบโดยพ่อและผู้รับเหมา ซึ่งออกมาดีกว่า ที่ตัวเองคิดไว้อีก

       หลังจากที่ได้สะสมต้นแคคตัสมาประมาณสามปีกว่า ฝนตกทีก็วิ่งเอาต้นไม้หลบฝน หรือหาผ้ายางไปกันฝน ขนาดเอาผ้าใบไปกางกันฝน แต่พอพายุมาทีก็เล่นเทกระจาดต้นแคคตัส ล้มระเนระนาด นั่งเศร้าไปเก็บไป ต้นไม้ที่โดนฝนมากๆ ก็แอบเน่า แอบตาย นอกจากฝนแล้ว ศัตรูตัวร้ายของแคคตัส คือ หนู ต้นไหนราคาแพง เจ้าหนูก็ช่างรู้เลือกกัดกินจนหมดก่อนทุกที ขนาดซื้อมุ้งมากางก็กัดมุ้งเข้าไปกินไม่มีเหลือ สุดท้ายที่ตัดสินใจขอพ่อสร้างโรงเรือนเพราะเริ่มเพาะเมล็ดแคคตัสได้ ซึ่งก็มีแต่ไม้สวยๆ พอเมล็ดใกล้สุก เอาแล้ว เจ้าหนูตัวร้ายก็มากัดกิน ยิ่งถ้าเป็นต้นแอสโตร เป็นต้นไม้โปรดของหนูเลย 

       และแล้วในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ก็ได้เริ่มสร้างโรงเรือนหลังแรกให้ต้นแคคตัส โดยมีพ่อคุมงานให้ ขนาดพ่อป่วยพอกลับมาจากโรงพยาบาลก็มานั่งคุมงานและออกแบบโรงเรือนให้อย่างสวยงาม คนเราก็ไม่มีอะไรแค่ได้อยู่กับสิ่งที่รัก ทั้งวัน เหนื่อยแค่ไหนก็มีความสุขที่สุด

โรงเรือนแคคตัส
เพื่อลูก พ่อทำได้

ต้องการชมความสวยงามของน้องแคคตัส สามารถติดตามดูได้ที่ https://www.facebook.com/wanta...

หรือ fb: Toi Wantana

โดยจะพยายามมาเขียนและมาเล่าประสบการณ์ใน GotoKnow

พ่อก็ไม่มีความรู้เรื่องโรงเรือนกระบองเพชร แต่พ่อเข้าใจธรรมชาติการเลี้ยงต้นไม้เลยออกแบบมาอย่างลงตัว