หนังสือของฉันที่ได้หยิบมาอ่านอีกครั้งหลังจากทิ้งไว้นาน Depression Diary มันไม่ได้เศร้าอย่างที่คิดหรอกนะที่เขียนโดย คุณแมนดี้ หรือคุณแป้ง มนิษษา มณีรัตน์ ทำให้ฉันนึกถึงวลีที่อาจคุ้นตาอย่าง ” i had a black dog, his name was depression” เพราะ คุณแมนดี้ได้เปรียบเทียบโรคซึมเศร้าว่าเธอมีดอกไม้บนหัว คุณหมอของเธอบอกว่าถึงเธอจะมีสิ่งที่แปลก เปราะบาง เธอต้องดูแลดอกไม้นี้เป็นพิเศษ อาจทนพายุแรง ๆ หรือความกดดันแบบคนอื่นไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่ามันจะอยู่กับเธอตลอดไป เป็นอีกข้อความในหนังสือที่ฉันชอบมากเป็นพิเศษปัจจุบันคุณแมนดี้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากกว่าเมื่อก่อน ทำงานตามที่เธอสนใจและต้องการทำเพื่อเติมเต็มชีวิตและรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าได้แล้ว เธอได้เล่าประสบการณ์โรคซึมเศร้าผ่านผลงานเล่มนี้ในฐานะนักเขียนไว้เช่นกัน

1.Occupational Identity : ในตอนนั้นที่คุณแมนดี้อยากกลับไปมีความสุข คุณแมนดี้เริ่มต้นทำอย่างไร

  • เริ่มจากการยอมรับและเข้าใจว่าสิ่งรู้สึกและส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร จากนั้นไปพบจิตแพทย์หาสาเหตุ ทานยาให้ครบ ดูแลตนเองให้ดี มีสติ บอกกับคนรอบข้างเพื่อให้เขาเข้าใจว่าเราต้องการอะไร

2.Occupational competence: คุณแมนดี้มีศักยภาพอะไรที่ทำให้ผ่านความยากลำบากของโรคซึมเศร้าและทำงานได้ดี

  • มีความอดทน เข้มแข็ง แม้จะหมดหวังแต่ยังฮึดสู้ เห็นคุณค่าในตนเองผ่านการทำผลงานด้านการเขียน เรียนจบ และความสำเร็จในบทบาทต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่น ทำกิจกรรม เช่น ฟังเพลงความหมายดี ๆ ออกกำลังกาย จัดลำดับความสำคัญเพื่อจัดการงานได้เสมอ

3.Participation : คุณแมนดี้มีส่วนร่วมอะไรบ้างในการรักษาและทำอย่างไร

  • ให้ความร่วมมือในการรักษา การทำแบบทดสอบ เช่น Rosarch test,PTH,Role palying และสะกดจิต เป็นต้น ทานยาตามที่หมอสั่ง อาจมีบ้างที่ตัวโรคนั้นส่งผลกระทบมากกว่าตัวยาจะสามารถช่วยได้ แต่ด้วยความอดทนและความเข้าใจจากคนรอบข้างช่วยดูแลและทำกิจกรรมที่เบี่ยงเบนความเศร้าได้บ้าง และมีความพยายามในการเรียนและสร้างผลงานแข่ง จัดลำดับความสำคัญได้ดีทำให้เห็นศักยภาพและคุณค่าของตนเองมากขึ้น

4.Performance : คุณแมนดี้รู้สึกอย่างไรหรือทำอะไรไม่ได้บ้างในช่วงแรกก่อนพบว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า

  • รู้สึกหดหู่ง่ายและมักโทษตัวเอง เศร้า ไม่อยากอาหาร ไม่เข้าสังคม ปิดบังความรู้สึกของตนเอง ไม่กล้าบอกใครเพราะจะโดนตัดสินอย่างขาดความเข้าใจ

5.Skills : หลังจากพบจิตแพทย์คุณแมนดี้ควรเพิ่มทักษะอะไรเพื่อให้คนรอบข้างเข้าใจ

  • การสื่อสาร เพราะ ต้องทำให้คนรอบข้างเข้าใจว่าเราเจออะไรอยู่ และต้องการอะไร

6.Volition-Habituation-Performance Capacity คุณแมนดี้เริ่มแรกรู้สึกว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มไม่ดี แม้ตัวเองถึงจะสอบติดมหาวิทยาลัยที่คาดหวัง โดยต้องผ่านความกดดันเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีใครยินดีด้วย รู้สึกเคว้งไม่เหลือใคร พยายามไปทำกิจกรรมเพื่อให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่า เมื่อรู้สึกเศร้าเริ่มแตกต่างจากเพื่อน ไม่มีใครพยายามทความเข้าใจและนินทาซ้ำ ทำให้คุณแมนดี้ไม่อยากเข้าสังคม ไม่ไปเรียน ไม่ทำกิจกรรม กลัว เริ่มทำร้ายตนเอง ทั้งที่ใจรู้ว่าต้องการกำลังใจและความช่วยเหลือจากผู้อื่นเสมอ แต่สมองสั่งการให้แสดงออกอย่างนั้น

7.Environment : คุณแมนดี้ปรับสภาพแวดล้อมอย่างไรถึงทำให้มีกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ แม้จะยังเป็นผู้ป่วยซึมเศร้าอยู่

  • ครอบครัวและคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก สนับสนุน คอยรับฟัง ทำความเข้าใจ เป็นกำลังใจและทำให้คุณแมนดี้มีหวังและกลับมาสู้กับโรคซึมเศร้า เรียน ทำงาน ทำกิจกรรมที่สนใจและได้เป็นนักเขียนอย่างที่คุณแมนดี้ ได้มีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตนอง

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ Depression Diary มันไม่ได้เศร้าอย่างที่คิดหรอกนะผู้แต่ง : แมนดี้สำนักพิมพ์ : GANBATTE