เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน “โรงเรียน” มีความหลากหลายในแต่ละวัน สุขบ้างทุกข์บ้าง คละเคล้าปะปนกันไป มีตื่นเต้น สับสน ระคนกัน ความมุ่งมั่นในงาน ไม่มีคำว่าท้อถอย คือหัวใจของครู..ในโรงเรียนขนาดเล็ก...
ครูและบุคลากรทางการศึกษา ทำหน้าที่ทั้ง “ผู้รับและผู้ให้” ในเวลาเดียวกัน การให้ใจกับองค์กร การทำงานเพื่อพัฒนา “คุณภาพ”หน่วยงาน ซึ่งเป็นงานส่วนรวม มีอานิสงส์ส่งต่อให้ทุกคนในองค์กรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ได้รับผลดีในชีวิตด้วยเช่นเดียวกัน..
นั่นคือ..ระบบราชการ..ที่อาจมองไม่เห็นชัดเจนในเชิงรูปธรรม แต่มันมีอยู่จริง

สำหรับผม..ในฐานะผู้นำ..ทำหน้าที่และมีประสบการณ์รายวัน และบางวันยังรู้สึกอัศจรรย์ที่มีโอกาสสัมผัสเรื่องราวเร้าใจ ทั้งการเป็นผู้ให้และผู้รับ....
วันก่อน...บอกท่านประธานกรรมการโรงเรียนไปว่า...ขอบคุณ ที่ท่านกรุณามอบเครื่องทอผ้าให้โรงเรียน... ๒ ปีแล้ว..ที่ใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก เพราะวิทยากรท้องถิ่น นับวันจะหายาก..
เครื่องทอผ้า..ขนาดมาตรฐาน ทำจากไม้ประดู่ มีอายุกว่า ๗๐ ปี ราคานับหมื่นบาท ผมหารือท่านประธานฯ ว่าถ้าเครื่องทอผ้าไปอยู่ในศูนย์เรียนรู้ในตลาด จะสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสอีกมากมาย และช่วยสืบสานงานหัตถกรรมผ้าทอมือได้เป็นอย่างดี

ท่านประธานกรรมการฯเห็นด้วยและบอกว่า...”ฉันให้ผอ.แล้ว...ก็แล้วแต่ผอ.เถอะ แต่ถ้าผอ.ตัดสินใจแบบนี้ ฉันก็เห็นด้วยนะ...”
วันนี้..ศูนย์ทอผ้า นำคณะเทศบาลมาขนย้ายเครื่องทอขึ้นรถ ตรงไปศูนย์หัตถกรรมอำเภอเลาขวัญ..เพื่อสร้างงานอาชีพขั้นพื้นฐาน ที่จะเป็นไปได้ทั้งงานประจำและงานพิเศษ หลังฤดูกาลทำนาทำไร่
เครื่องทอผ้าจากไปแล้ว..ความรู้สึกเหมือนได้ให้ของดีมีค่าแก่...ชุมชน....ในช่วงเวลาที่อิ่มเอมนี่เอง..มีรถปิคอัพขับเข้ามา...ครูบอกว่า..มีพระมาขอพบ ผอ.
ผมรีบถวายกาแฟและยื่นน้ำเย็นให้โยมที่ติดตาม คิดในใจว่า..ท่านคงมาบอกบุญผ้าป่าหรือไม่ก็กฐิน..เพราะเห็นมีกระสอบปุ๋ยอยู่เต็มรถ ก็คงจัดหาไปสำหรับเตรียมงานที่วัด...

“อาตมาเป็นเจ้าอาวาสวัดกาบบัว อยู่ที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โยม ผอ.มีนักเรียนกี่คน?..”
“๙๙ คนครับ...” “งั้นก็เพียงพอเลย อาตมาเสร็จงานกฐินแล้ว จึงรวบรวมข้าวสารอาหารแห้งและผ้าห่มมาให้นักเรียนทุกคน...”
“ท่านอาจารย์รู้จักหนองผือได้อย่างไรครับ” “อาตมาก็ขับรถมาเรื่อยๆ ไม่รู้อะไรดลใจให้อาตมาเลี้ยวเข้ามาในโรงเรียน...”
“โยม ผอ.อาตมาต้องไปแล้ว เอาเงินก้อนนี้ไว้ให้โรงเรียนนะ ส่วนก้อนนี้ก็แจกนักเรียนไป” ว่าแล้ว พระคุณเจ้าก็ยื่นเงินให้ผมสองปึกใหญ่ ซึ่งเป็นแบ๊งค์ยี่สิบทั้งหมด..
“วัดท่านอาจารย์อยู่ที่ไหนครับ” ท่านไม่ตอบ แต่ล้วงไปในย่ามหยิบนามบัตรส่งให้ผม..

ผมอ่านนามบัตรแล้ว รู้สึกศรัทธาในความเมตตาของท่าน “พระครูสุวรรณกิตติชัย” เจ้าอาวาสวัดกาบบัว เจ้าคณะตำบลเขาดิน อ.เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี....”
วันนี้..ผมจึงมีโอกาสได้เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ..ตลอดจนมีความรู้สึกที่ดีๆที่คิดว่า...การให้ที่มีคุณค่ามากที่สุดไม่ใช่สิ่งของหรือเงินทอง แต่เป็นการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการให้กำลังใจ ให้ความรัก ให้ความช่วยเหลืออย่างจริงใจ เต็มความสามารถ โดยไม่ทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน และการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือให้โอกาสและให้อภัย...
การเป็นผู้รับก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่รับเพราะละโมบ เพราะต้องการอยากได้สิ่งของๆ ผู้อื่น แต่การเป็นผู้รับนั้น คือ การรู้จัก “รับ” น้ำใจที่ผู้อื่นมีให้ต่อเราด้วยเช่นกัน

ดังใจความตอนหนึ่งของพระบรมราโชวาท...ความว่า..
"คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่าต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วยเมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะและในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลายมีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้ "พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๓