“…ความกตัญญูกตเวที คือ สภาพจิตที่รับรู้ความดี และยินดีที่จะกระทำความดีโดยศรัทธามั่นใจ คนมีกตัญญูจึงไม่ลบล้างทำลายความดี และไม่ลบหลู่ผู้ที่ได้ทำความดีมาก่อน หากเพียรพยายามรักษาความดีทั้งปวงไว้ให้เป็นพื้นฐานในความประพฤติปฏิบัติทุกอย่างของตนเอง เมื่อเต็มใจและจงใจกระทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความดีดังนี้ ก็ย่อมมีแต่ความเจริญมั่นคงและรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น จึงอาจกล่าวได้ว่าความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณสมบัติอันสำคัญยิ่งสำหรับนักพัฒนาและผู้ปรารถนาความเจริญก้าวหน้าทุกคน…”

          ถึงแม้ว่า..จะเป็นเพียงโรงเรียนเล็กๆ แต่มีงานสังคมที่ต้องรับใช้ชุมชนอยู่เสมอ..เหมือนเม็ดฝน..ที่ไม่เคยขาดสาย งานสบายๆที่ครูกับนักเรียนร่วมกิจกรรมแล้วมีความสุช..

      ปีนี้..มีมากมายและมาเร็วกว่าทุกปี โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่วัดเล็กวัดใหญ่ถามถึง เทศบาลถามหา และแทบทุกครั้ง..จะไม่เคยทำให้ใครต้องผิดหวัง..

          มหัศจรรย์ใจก็ตรงที่..เป็นแบบนี้มาตลอด ๑๐ ปี ตั้งแต่เด็กนักเรียนมีน้อย จนถึงนักเรียนใกล้หนึ่งร้อยคน..ยังวนไปวนมากับงานน้ำใจไหลคืนสู่ชุมชน...

          ทำได้อย่างไร้ข้อกังขา..สร้างศรัทธาให้ผู้ปกครองเห็น ผ่านการแสดงออกของลูกหลาน

          หากมีกลองแล้วไม่ตี แล้วมันจะดังได้อย่างไร ดนตรีเป็นสื่อการเรียนรู้ที่สร้างระเบียบวินัย ให้สติ สมาธิและปัญญา พัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน ติดตัวไปตลอดกาล...

          ย้ำเตือนนักเรียนอยู่เสมอ ว่านี่คือส่วนหนึ่งของงาน “จิตอาสา” อย่าไปคาดหวังว่าจะได้ค่าตอบแทน..เพราะวัดวาอารามคือ ศูนย์รวมใจ..ไม่มีวัด..ชุมชนจะอยู่อย่างลำบาก..

          เพราะขาดเยื่อใยแห่งหลักธรรม ที่จะผูกมัดใจให้ใฝ่ดี มีความเสียสละ (ทาน) รู้จักการให้ แบ่งปันความสุข เพื่อความสุข..ในแบบที่พอดีและพอเพียง..

          หากย้อนไป..ในแต่ละปี วัด..ให้โรงเรียนมาโดยตลอด ทั้งถ้วยโถโอชาม ข้าวสารอาหารแห้ง ท้ายที่สุดก็จบลงด้วย “ทุนการศึกษา” ที่ทำให้นักเรียนและผู้ปกครอง ปลาบปลื้มกันทั่วหน้า

          ส่วนเทศบาลนั้นเล่า..เปรียบเสมือน..ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ช่วยงานตัดหญ้า ซ่อมไฟฟ้า พัฒนาสิ่งแวดล้อม งานสุดท้ายได้มาร่วมปลูกต้นไม้และปล่อยพันธุ์ปลาอย่างมากมาย

          ย้อนถอยหลังไปในอดีต..กับถนนลาดยางในโรงเรียน..สวยหรู..สะอาดตา ก็เพราะว่าเทศบาลช่วยเหลือ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงลงตัวและเกิดความคล่องตัวในการทำงานของผู้บริหารและครู

          อีกทั้ง...งบประมาณอุดหนุนอาหารกลางวันและอาหารเสริม (นม) ที่ต่อเนื่อง ตรงไปตรงมา และตรงเวลาที่สุด..นี่คือที่สุดแล้ว..ของหัวใจแห่งงานบริการของเทศบาล....

          วันนี้..คณะเทศบาลมาเยี่ยมเยือน พูดคุยบอกกล่าวเรื่องงานลอยกระทง ที่จะจัดในคืนวันเพ็ญที่มีน้ำนองเต็มตลิ่งเป็นที่เรียบร้อย..บนเวทีใหญ่..อยากได้การแสดงของนักเรียน..

          กี่ชุดก็ได้ ช่วงเวลาที่แสดงจะไม่ดึกมากนัก เพราะเป็นนักเรียนระดับประถมฯ

          ผมบอกว่า..ในช่วงกลางวันมีงานบุญกฐิน ต้องพานักเรียนไปจัดกิจกรรมการแสดงอยู่แล้ว.ก็ถือว่าฝึกซ้อมเตรียมการครั้งเดียว ได้ต่องานเทศบาลด้วยเลย..

          รำอธิษฐาน เพลงพวงมาลัย เพลงฉ่อย กลองยาวประยุกต์และวงดุริยางค์ คือกิจกรรมการแสดงบนเวทีที่ผมจะมอบให้เทศบาล...สำหรับงานลอยกระทง...

          จุดใหญ่ใจความ..ไม่ต้องการโชว์ความเก่งกาจ ไม่มีเจตนาอวดความสามารถแต่อย่างใด..ได้เวทีมีโอกาส..ผมไม่เคยทำให้มันเป็นวิกฤต..

          เพราะผมเป็นศิษย์มีครู ที่ถูกสอนมาว่าต้องกตัญญูรู้คุณ..ดังคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงมีพระบรมราโชวาท..ความว่า...

         “…ความกตัญญูกตเวที คือ สภาพจิตที่รับรู้ความดี และยินดีที่จะกระทำความดีโดยศรัทธามั่นใจ คนมีกตัญญูจึงไม่ลบล้างทำลายความดี และไม่ลบหลู่ผู้ที่ได้ทำความดีมาก่อน หากเพียรพยายามรักษาความดีทั้งปวงไว้ให้เป็นพื้นฐานในความประพฤติปฏิบัติทุกอย่างของตนเอง เมื่อเต็มใจและจงใจกระทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความดีดังนี้ ก็ย่อมมีแต่ความเจริญมั่นคงและรุ่งเรืองก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้น จึงอาจกล่าวได้ว่าความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณสมบัติอันสำคัญยิ่งสำหรับนักพัฒนาและผู้ปรารถนาความเจริญก้าวหน้าทุกคน…”

          ความรู้สึกที่จะได้ทำดี..จึงมีความเบิกบาน มองไปรอบด้าน ก็เห็นแต่สิ่งสวยๆงามๆ มากมาย หรือเป็นเครื่องบ่งบอกว่า...โรงเรียนเริ่มจะเจริญรุ่งเรืองแล้ว

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๔  ตุลาคม  ๒๕๖๓