บุคคลย่อมมีเสรีภาพใน การแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของ บุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของ ประชาชน
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
สื่อสารตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
ดร.ถวิล อรัญเวศ
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น สื่อสารกันนั้น
เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก จนได้มีการรองรับเสรีภาพนี้ไว้
ในมาตรา ๓๔-๓๕ และ มา ตรา ๓๖
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
มาตรา ๓๔ บุคคลย่อมมีเสรีภาพใน
การแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน
การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น
การจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจ
ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ
เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของ บุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของ ประชาชน
เสรีภาพทางวิชาการย่อมได้รับ
ความคุ้มครอง แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของ
ปวงชนชาวไทยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และ
ต้องเคารพและไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น
มาตรา ๓๕ บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพ
สื่อมวชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่วสาร
หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ
การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่น
เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทํามิได้
การให้นําข่าวสารหรือข้อความใด ๆ ที่
ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนจัดทําขึ้นไปให้
เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนนําไปโฆษณาในหนังสือพิมพ์
หรือสื่อใด ๆ จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะกระทํา
ในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม
เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นต้อง
เป็นบุคคลสัญชาติไทย
การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นเพื่ออุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นของเอกชน รัฐจะกระทํามิได้
หน่วยงานของรัฐที่ใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินให้สื่อมวลชน
ไม่ว่าเพื่อประโยชน์ในการโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ หรือเพื่อ
การอื่นใดในทํานองเดียวกันต้องเปิดเผย
รายละเอียดให้คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน
ทราบตามระยะเวลาที่กําหนดและประกาศให้ประชาชนทราบด้วย
เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนย่อม
มีเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง แต่ให้คํานึงถึงวัตถุประสงค์
และภารกิจของหน่วยงานที่ตนสังกัดอยู่ด้วย
มาตรา ๓๖ บุคคลย่อมมีเสรีภาพใน
การติดต่อสื่อสารถึงกันไม่ว่าในทางใด ๆ
การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยข้อมูลที่
บุคคลสื่อสารถึงกัน รวมทั้งการกระทําด้วย
ประการใด ๆ เพื่อให้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งข้อมูล
ที่บุคคลสื่อสารถึงกันจะกระทํามิได้ เว้นแต่มี
คําสั่งหรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่น
ตามที่กฎหมายบัญญัติ
จะเห็นได้ว่า เสรีภาพในการแสดง
ความคิดเห็นในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้
ขอบเขตอันวิญญูชนพึงทำ ไม่ล่วงละเมิด
ใคร รัฐธรรมนูญให้สิทธิเสรีภาพเต็มที่
ใครจะมาห้ามไม่ได้ เพราะเป็นการแสดง
ความเห็นตามระบอบประชาธิปไตย
และไม่ไปก้าวก่ายใคร ไม่ล่วงละเมิดใคร
ที่มา
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF?fbclid=IwAR330wJVjzCWh6b1q_BCs59PHU6kqcGVi5T8nbRLLWrXhHvQy6MF68LtvG8
