การสร้างศรัทธาด้วยผลงาน ดีกว่าเที่ยวไหว้วานบังคับให้คนชื่นชอบ เพราะถ้าเราทำงาน อย่างเต็มที่และสุดความสามารถแล้ว คนเขาจะเป็นกำลังใจ ให้เราเอง แม้ว่างานอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ถ้าตั้งใจ ทำงานด้วยความทุ่มเทให้แล้ว ศรัทธาผู้มีส่วนได้เสียจะมาเองครับ

เห็นอย่างไร เขียนไปอย่างนั้น

“สร้างศรัทธาด้วยผลงาน
ดีกว่าไหว้วานให้คนชื่นชอบ”

ดร. ถวิล อรัญเวศ

  1.     ศรัทธา ความเชื่อ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะถ้าเรามีศรัทธาต่อสิ่งใด
    ก็แสดงว่า สิ่งนั้น เป็นสิ่งที่ดี เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ศรัทธาจะ
    เป็นแรงผลักดันให้เราอยากจะปฏิบัติต่อสิ่งนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
    การทำงานของบุคคลแต่ละคนอาจจะประสบปัญหาและความสำเร็จแตกต่างกัน
    มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ

        เงินใช่ไหม ความมีเสน่ห์ใช่ไหม ความมีผู้ใหญ่ดึง ผู้น้อยดัน คนเสมอกันหรือเพื่อนร่วมงานคอยประคับประครองใช่ไหม ก็แล้วแต่ลักษณะงาน และเพศ วัย

       มีคำที่ว่า “นกไม่มีขน คนไม่บริวาร จะฝันหวานก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงได้ยาก” จริงไหมหรือบางคน พูดว่า แล้วแต่ “ดวง” คือเป็นเด็กของใคร วิ่งเต้นไหม และเงินนะมีไหม

       สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่พูดมา อาจจะทำให้คนท้อใจได้ ถ้าเราเอาใจไปยึดติด

        อย่างไรก็ตาม ถ้าเรายังเชื่อในกฎแห่งกรรมตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา คือ “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” จะทำให้ใจเรามี ความสบายใจ และคลายความเครียดไปได้เพราะเป็นการมองโลกในแง่ดี

    มีบางคนพูดย้อนมาอีกว่า
    “ทำดี ได้ดี มีที่ไหน ทำชั่วได้ดี มีถมไป”

        ประเด็นนี้ทางศาสนาอธิบายเหตุผลว่า การที่คนทำชั่วยังได้เสวยผลกรรมดี
    เป็นเพราะบุญกรรมที่เขาทำไว้แต่ปางก่อนยังให้ผลอยู่ และเปรียบอุปมาให้เห็นว่า เสมือนคนที่เหยียบถ่านไฟที่ยังมีเถ้าถ่านกลบอยู่ คือเหยียบตอนแรก ๆ
    ก็อาจจะไม่รู้สึกร้อน แต่พอเหยียบไปนาน ๆ ความร้อนเริ่มจะมีมา
    เช่นเดียวกับคนที่ได้ดีเพราะทำชั่ว ผลกรรมยังตามไม่ทัน แต่เมื่อไรผลกรรม
    ตามทัน ก็คงได้รับผลกรรมที่ทำไว้ เพราะบุญกรรม ไม่มีอายุความ


        สำหรับหลักธรรม ที่น้อมนำให้คนที่ทำอะไรจะประสบผลสำเร็จได้
    อย่างน้อย มีดังนี้

    1.มีใจรัก
    ถ้าทำงานด้วยใจรัก จะทำให้มีความสุขใน
    การทำงาน ดังที่ว่า ทำงานให้สนุก และมีความสุขกับงานที่ทำ

    2. เป็นนักสู้
    สู้ต่อความยากลำบาก ไม่ย่อท้อ แม้จะล้มเหลว แต่ก็ไม่เคยบ่นท้อใจหรือล้มเลิกความตั้งใจที่มีไว้แต่เดิม ยึดคำที่ว่า คนจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียรพยายาม หรือความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ตรงนั้นแหละ

    3. รู้จักคิด
    คือรู้จักแสวงหายุทธศาสตร์ กลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อให้การทำงานประสบผลสำเร็จ

    4. พินิจวิเคราะห์
    คือพินิจวิเคราะห์หาจุดบกพร่องและนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
    ถ้าคนทำงานระดับสูงกับผู้คนจำนวนมาก คือนำเอาเสียงสะท้อนปัญหาจากผู้คนที่ได้เสนอแนวคิด หรือให้ข้อแนะนำมาพิจารณา เช่น สำรวจความพึงพอใจ ว่างานที่เรากำลังทำอยู่ ผลสะท้อนกลับจากผู้มีส่วนได้เสียเป็นอย่างไร มีส่วนไหนควรปรับปรุง ก็รวบรวมเอาข้อคิดข้อเสนอแนะมาพิจารณาทบทวนดูแล้วปรับปรุงแก้ไข


     
  2.      ที่กล่าวมา คืออยากจะชี้ให้เห็นว่า สร้างศรัทธาด้วยผลงาน
    ดีกว่าเที่ยวไหว้วานบังคับให้คนชื่นชอบ เพราะถ้าเราทำงาน
    อย่างเต็มที่และสุดความสามารถแล้ว คนเขาจะเป็นกำลังใจ
    ให้เราเอง แม้ว่างานอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ถ้าตั้งใจ
    ทำงานด้วยความทุ่มเทให้แล้ว ศรัทธาผู้มีส่วนได้เสียจะมาเองครับ

**************