“บางครั้ง..การมีอำนาจวาสนา ที่เหนือผู้คน..และการได้รับความเคารพรัก ความเลื่อมใส ศรัทธา ที่มีมากจนเกินเลยไป..อาจนำมาซึ่งความหลงใหลในรูปรส กลิ่น เสียง และอำนาจบารมีนั้น..คนเราอาจหลงลืมตัว จนนำพาความเสื่อมและสูญสิ้นสันติสุขทั้งตนเองและผู้อื่น..เมื่อใดที่คนเรา นำอารมณ์มาเป็นที่ตั้ง เมื่อนั้นความสุ่มเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นในชีวิต..”

          วันหยุด...โรงเรียนจะเงียบมาก ยิ่งอากาศมืดครึ้มเพราะเมฆฝน พร้อมที่ร่วงหล่นมาตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศดูวังเวง เหงาแต่ก็สงบ เยียบเย็นเหมือนฤดูหนาว

      ผมจึงตั้งใจที่จะทำอะไรหลายๆอย่าง เพราะอากาศไม่ร้อน

          ก่อนอื่น..ขอใส่ปุ๋ยผักสวนครัวรั้วกินได้ ที่ปลูกอยู่ใกล้โรงอาหาร ไม่ไกลจาก “สวนพักผ่อนหย่อนใจ”เท่าใดนัก ปลูกรวมๆกันไป เขียวไสวไปทั่วบริเวณ...

          มีทั้งพริก กระเพรา โหระพา มะเขือ ผักแพว กระเจี๊ยบ และกล้วย เป็นครั้งแรกที่ปลูกกล้วยแล้วดูดีมีแววว่าจะรอด ส่วนพริกทุกต้นมองแทบไม่เห็นใบ เพราะเม็ดพริกดกเหลือเกิน

          จึงรู้ว่าปลูกอะไรก็งาม..หรือเป็นเพราะดินดีน้ำดีมีปุ๋ยคอกสนับสนุน ที่เหลือก็แค่ใส่ใจเข้าไปบ้างเป็นครั้งคราวถ้าเป็นแบบนี้..หลังเกษียณก็คงมีงานให้ทำเยอะแยะ...

          ไม่ทันจะเที่ยงวัน ฝนตกพรำๆทำงานไม่ได้ ก็ต้องเข้าห้องพักครู ดูหนังฟังเพลง มีโอกาสละสายตาไปหาหนังสือจากชั้นวาง มาอ่านเพื่อรอเวลาให้ฝนหยุดตก

          หนังสือที่ว่าด้วยศาสตร์ของผู้นำ ผมดื่มด่ำอยากจดจำไว้อยู่หลายวรรคหลายตอน.......

          “บางครั้ง..การมีอำนาจวาสนา ที่เหนือผู้คน..และการได้รับความเคารพรัก ความเลื่อมใส ศรัทธา ที่มีมากจนเกินเลยไป..อาจนำมาซึ่งความหลงใหลในรูปรส กลิ่น เสียง และอำนาจบารมีนั้น.”

          ฝนหยุดตกแล้ว..ขออ่านต่ออีกย่อหน้านึง....

          “คนเราอาจหลงลืมตัว จนนำพาความเสื่อมและสูญสิ้นสันติสุขทั้งตนเองและผู้อื่น..เมื่อใดที่คนเรา นำอารมณ์มาเป็นที่ตั้ง เมื่อนั้นความสุ่มเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นในชีวิต..”

          ผมวางหนังสือ..ปิดทีวี ปิดไฟ...ตั้งใจจะออกไปปรับปรุงสวนบัวให้มีสีสัน คว้าสีน้ำได้ก็ระบายลงไปข้างบ่อบัว เพื่อให้สะดุดตาน่ามอง ดอกบัวยังตูมอยู่แต่ใบบัวเริ่มแผ่ขยายไปทั่วบ่อแล้ว งานนี้เชื่อว่าจะอยู่รอดอย่างแน่นอน น้ำในบ่อก็ใสเย็นมองเห็นก้านบัวชัดเจน

          ดีใจ..ที่ไม่ตัดสินใจทุบทิ้งบ่อบัวไปเสียก่อน เพราะแต่เดิมเป็นที่แปรงฟันของนักเรียนชั้นอนุบาล เมื่ออนุบาลย้ายไปเรียนที่ตึกใหม่..ห้องเรียนถูกใช้เป็นห้องดนตรี ที่แปรงฟันก็เลยต้องกลายเป็นบ่อบัวที่ลงตัวอย่างที่เห็น

          ผมแต่งแต้มเส้นสีหนาๆ เพราะว่าง่ายดี มีสีให้เลือก ๔ สี มีสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน และสีเขียว พอป้ายไปบนพื้นปูนที่รองไว้ด้วยสีขาว ก็เลยดูโดดเด่นขึ้นมาหน่อยนึง

          งานไม่ทันเสร็จ..ฝนตกลงมาอีก คราวนี้ตกหนาเม็ดกว่าเดิม ก็ดีเหมือนกัน ปุ๋ยคอกที่ใส่ผักสวนครัวจะได้ซึมซาบลงไปในดิน..ผมเองก็ได้เวลาพักมืออีกสักครั้ง

          แต่ไม่พักสายตา เข้าไปอ่านหนังสือเล่มเดิมที่คว่ำหน้าหนังสือไว้บนโต๊ะทำงาน...

          “บางครั้งการเป็นผู้นำคนนั้น..อาจมีความสำคัญ ตรงที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนแสตมป์ที่ต้องประทับลงบนภารกิจของผู้ร่วมงาน ให้พวกเขาและเธอสามารถเดินไปอย่างมั่นใจและเต็มศักยภาพ”

          “สู่จุดหมายปลายทางได้อย่างราบรื่น สำเร็จตรงเวลา เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เราก็เป็นเพียงแสตมป์ที่ถูกใช้แล้ว..เหลือค่าเพียงแค่สำหรับการเก็บสะสม ไว้เป็นตำนาน..ก็อาจจะเป็นได้เท่านี้เอง”

          ผมรู้สึกโดนใจไปกับถ้อยคำเหล่านี้ ที่ใกล้เคียงชีวิตจริงของผม ที่สักวันจะต้องเป็นเพียงผู้นำในตำนาน..วันนี้จึงขอเบิกบานกับงานในทุกเวลาทุกโอกาสและทุกที่ของโรงเรียน..

          ฝนหยุดตกแล้ว ใกล้ค่ำเข้าไปทุกที ก่อนออกไปเก็บงานครั้งสุดท้ายและเก็บเครื่องมือเพื่อกลับบ้าน..ขออ่านข้อความ..ที่เกี่ยวกับ...”ผู้นำ” ในบรรทัดสุดท้าย...

         “ปรนนิบัติเจ้านายได้ความชอบเป็นรายปี แต่ทำความดี สุขใจไปตลอดชีวิต”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓  ตุลาคม  ๒๕๖๓