Developmental Evaluation : 8. นักประเมินแบบ DE ต้องทำหน้าที่กระบวนกรด้วย



สาระในตอนที่ ๘ นี้    ผมตีความจากตอนต้นของหนังสือ Facilitating Evaluation : Principles in Practice(2018) เขียนโดย Michael Quinn Patton    ในส่วน Volume Editors’ Introduction, ส่วน Preface, และ Part A. The Roles and Responsibilities of the Evaluation Facilitator  

DE เป็นการประเมินเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (คือการพัฒนา)    โดยที่ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงคือกลุ่มผู้ต้องการใช้ผลการประเมินโดยตรง (primary users)   และผู้เกี่ยวข้อง (stakeholders) ของโครงการพัฒนาที่ประเมิน    คนเหล่านี้มีมุมมองต่อโครงการ ต่อเป้าหมายของโครงการ และต่อสังคม/ชุมชนในวงกว้าง แตกต่างกัน    รวมทั้งมีมุมมองต่อผลการประเมินแตกต่างกัน (ตามหลักการความซับซ้อน หรือ complexity)    จึงต้องมีกระบวนการ facilitation ให้เกิดการสานเสวนา (dialogue) ระหว่างกลุ่มคนเหล่านี้    เพื่อใช้พลังของความแตกต่างหลากหลาย สู่การบรรลุเป้าหมายที่ทรงคุณค่าร่วมกัน

Facilitaton จึงเป็นส่วนหนึ่งของ DE    และนักประเมินแบบ DE จึงต้องมีทักษะกระบวนกร (facilitator) ด้วย ในบันทึกชุด Developmental Evaluation ตอนนี้และอีกหลายตอนจึงจะกล่าวถึงการทำหน้าที่กระบวนกรของนักประเมินแบบ DE ในแง่มุมต่างๆ   

นักประเมินต้องมีสมรรถนะ ๒ ด้าน คือ ด้านเทคนิค (technical proficiency) กับด้านวิชาชีพ (professional proficiency)    สมรรถนะด้านเทคนิคได้แก่ ด้านการออกแบบ  การวัดทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ    ส่วนสมรรถนะด้านวิชาชีพเป็นเรื่อง “ทักษะอ่อน” (soft skills)    เช่น การสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  ความเข้าใจบริบท  ทักษะด้านกาละ  และพฤติกรรมตอบสนอง

ศาสตร์ด้านกระบวนกร ว่าด้วยหลักการและวิธีการเอื้อกระบวนการประชุม เพื่อบรรลุเป้าหมาย (๑)    แต่กระบวนกรของ DE มีความจำเพาะ   เพราะ DE ดำเนินการบนฐานกระบวนทัศน์ว่าเรื่องที่กำลังพัฒนามีความซับซ้อนและเคลื่อนไหวหรือปรับตัวอยู่ตลอดเวลา (complex-adaptive)    ดังนั้น facilitation ใน DE จึงมีลักษณะจำเพาะ    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่าทีให้เกียรติรับฟังข้อคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายของผู้ใช้ผลการประเมินโดยตรง และของผู้เกี่ยวข้อง   

หัวใจสำคัญของ facilitation ใน DE คือ    เป็นการเอื้อกระบวนการอย่างมีเป้าหมาย (directive หรือ purpose-driven facilitation)    กระบวนกรทำหน้าที่ดำเนินกระบวนการเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมกันบรรลุเป้าหมายที่กำหนด ผ่านการใคร่ครวญสะท้อนคิด (reflection) ร่วมกัน        

กระบวนกรใน DE จึงต้องมีความเข้าใจ และมีทักษะว่าด้วยปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นพลวัตระหว่างมนุษย์ (human dynamics)    ที่มีความไม่ชัดเจน และไม่แน่นอน    กระบวนกรต้องตระหนักความเป็นจริงนี้อยู่ตลอดเวลา    และรู้จักใช้สภาพนี้ให้ก่อผลเชิงบวกต่อการประเมิน และต่อการเรียนรู้ร่วมกัน    ซึ่งหมายความว่า ในสถานการณ์ของปฏิสัมพันธ์ จะเกิดข้อไม่เห็นพ้องหรือบางครั้งเกิดข้อขัดแย้ง    กระบวนกรต้องว่องไวต่อการรับรู้สถานการณ์นั้น และรู้จักใช้สถานการณ์นั้นเป็นพลังเสริม (ไม่ใช่เป็นตัวถ่วง) เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน   

มีผู้กล่าวไว้ว่า กระบวนกร ทำหน้าที่ส่งเสริมให้ทุกคนได้ใช้ความคิดของตนอย่างดีที่สุด    โดยกระบวนกรทำให้เกิดการเข้าร่วมกระบวนการอย่างเต็มที่   เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน  นำไปสู่ความรับผิดชอบร่วมกัน   

กระบวนกร ทำหน้าที่ใช้ความรู้และทักษะพิเศษ ในการช่วยหนุนให้กลุ่มผู้ทำงานร่วมกันบรรลุเป้าหมาย     กระบวนกรของการประเมิน ทำหน้าที่ปรับหลักการและวิธีการของกระบวนกรโดยทั่วไป มาทำหน้าที่กระบวนกรให้แก่กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการประเมินโครงการพัฒนา     เป้าหมายของการทำหน้าที่กระบวนกรของการประเมิน ก็คือช่วยให้การประเมินนั้น สนองเป้าประสงค์  น่าเชื่อถือ  มีความหมาย  และนำไปสู่การใช้ประโยชน์    และที่สำคัญที่สุด สร้างการเรียนรู้ในกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด    รวมทั้งกระบวนกรและผู้ประเมินก็ได้เรียนรู้ด้วย    กระบวนกรของ DE จึงเป็นผู้เอื้อให้เกิด adult learning     

วิจารณ์ พานิช

๒๐  ส.ค. ๖๓


หมายเลขบันทึก: 683121เขียนเมื่อ 30 กันยายน 2020 11:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 กันยายน 2020 11:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี