ชีวิตที่พอเพียง 3793 พบปะเพื่อนร่วมรุ่นศรียาภัย



เพื่อนร่วมรุ่นศรียาภัยที่ชุมพร พบปะกันครั้งที่แล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ (๑) ผมได้เล่าอาการของความชราในกลุ่มเพื่อนๆ ไว้ในบันทึก    คราวนี้อาลักษณ์ก็ให้สมบูรณ์เป็นคนนัดกินเลี้ยงที่บ่อทราย ที่ไทรน้อย อย่างเดิม    โดยถามผมเป็นคนแรก เมื่อผมให้วัน สมบูรณ์ก็ไปนัดเพื่อนคนอื่นๆ    ได้วันอาทิตย์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓    โดยนัดล่วงหน้าเดือนเศษ     เพื่อนๆ เขารู้ว่าผมยังมีงานยุ่ง นัดยาก

เวลาผ่านมาปีเศษ    มรณานุสติค่อยๆ ตามมาเตือนชัดขึ้นๆ    เรานัดกัน ๑๑ น.   เวลา ๘ น. ผมก็โทรศัพท์ไปหาบรรจง (๘๓) ได้ความว่าไปไม่ได้ เพราะเดินไม่ได้ เข่าอ่อน    ส่วนสมบูรณ์ต้องไปกับธรรมนูญและมงคลอย่างเดิม     โดยปีนี้ผมตัดสินใจขับรถไปเอง ไม่ติดรถหรู Porsch SUV ของธรรมนูญ    ผมจึงไปถึงก่อนธรรมนูญ    และเมื่อสมบูรณ์ลงจากรถก็เห็นสภาพสุขภาพที่เสื่อมถอยชัดเจน    มงคลช่วยดูแลสมบูรณ์อย่างชำนาญ        

อาหารคล้ายๆ กับปีก่อน  ที่แปลกใหม่คือมี “ห่อหมกท่ายาง” มาให้กิน (ดูรูป)    ห่อหมกที่ผลิตจากบ้านเดิมของผมจึงมีชื่อเสียง มีบริการส่งไปที่ไหนก็ได้    อาลักษณ์บอกว่าราคาเพียงห่อละ ๑๐ บาท    แต่แพงที่ค่าส่ง    เป็นห่อหมกที่เดี๋ยวนี้หากินที่อื่นไม่ได้    เพราะมีเนื้อปลาเป็นส่วนประกอบหลัก มีเครื่องแกงประกอบเล็กน้อยเท่านั้น    ต่างจากห่อหมกที่ขายกันทั่วไป ที่มีแต่เนื้อเครื่องแกง หาปลาแทบไม่พบ   

อาลักษณ์ให้อาหารและของฝากกลับบ้านมากมาย    ได้แก่มะม่วงคนละ ๒ ผล  ชุดขนมจีนน้ำยาและผัก  ปลาเค็ม  มะนาว  มะพร้าวอ่อน      ผมได้รับการดูแลพิเศษในฐานะผู้มีบุญคุณสมัยอาลักษณ์ยังยากจนและขาดเงิน  คือได้ปลาอินทรีย์แช่แข็งตัวยาวค่อนเมตร    ได้มะม่วง ๔ ผล  และห่อหมกอีกหลายห่อ         

อาลักษณ์น่าจะเป็นเพื่อนที่ฐานะดีที่สุดในรุ่น  น่าจะเป็นเศรษฐีพันล้าน    ทั้งๆ ที่อายุกว่า ๘๐ แล้ว สุขภาพก็ยังดีพอสมควร    ผมชมว่าสุขภาพของเขาดีกว่าเมื่อปีที่แล้ว    เขาบอกว่าหลังต่อเส้นเลือดหัวใจ ๓ เส้น    และหมอเบาหวานคอยดุ สุขภาพของเขาดีขึ้น   

ผมถามเขาเรื่องผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ๑๙   เขาบอกว่า ทำได้ในระดับเลี้ยงผู้คนเอาไว้     ดูจากเจ้าหน้าที่ที่มาทำอาหารและคอยบริการพวกเรากว่าสิบคน  และรถบรรทุกทรายที่แล่นเข้าออก    ก็เห็นว่าเขาต้องเลี้ยงบริวารมากมาย   

เขาไปซื้อที่ดิน ๘๐ ไร่ที่บางเลน    ทำเป็นสวนมะพร้าวและมะม่วง อยู่ด้วยกัน  โดยยกร่องที่นาทำเป็นที่สวน    ทำให้ผมหวนคิดตอนตนเองเป็นเด็กและพ่อทำแบบเดียวกัน    แต่ส่วนดินที่ยกขึ้นมาแคบกว่าสวนของอาลักษณ์มาก    เขาขุดสระด้วย  เตรียมทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว    เขาบอกว่าอีก ๓ ปี ไปกินเลี้ยงกันที่นั่น    มะม่วงจะออกผลแล้ว     ผมนึกในใจว่าทั้งคณะต้องหมั่นหายใจเข้าไว้   

น่าชื่นใจที่อาลักษณ์มีความริเริ่มสร้างสรรค์ไม่หยุด     มีการมองการณ์ไกลมาก    เขานัดทีมคนหนุ่มมาคุยเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนเพื่อบำรุงดิน    

ที่จริงผมจำทางไปบ่อทรายไทรน้อยไม่ได้    ลองค้น Google Map ได้จุดสำคัญว่า หจก. บ่อทราย ไทรน้อย    ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นสถานที่บ่อทรายของผู้กองอาลักษณ์หรือไม่    เมื่อได้ข้อมูลจากบรรจงว่า เข้าทาง กศน. ไทรน้อย    และตรวจสอบโดย Google Map ก็มั่นใจว่าใช่    เมื่อจะออกเดินทางก็ถาม Google Map ว่าไปทางไหนดี    และไปตามที่เขาบอก    ปรากฏว่าเขาพาหลบการจราจรคับคั่งไปตามเส้นทางใหม่ที่รถไม่มากนัก    ขากลับผมก็ให้เขานำทางอีก เขาพากลับคนละทาง  ผ่านเส้นทางลดเลี้ยวในพื้นที่อำเภอไทรน้อยมาออกถนนใหญ่ ที่การจราจรมากแต่ไปได้คล่อง    และกลับถึงบ้านเร็วเกินคาด   โดยตอนขากลับฝนตกหนักมาก   สรุปว่าผมขับรถไปกลับเป็นวงกลม ไม่ได้กลับเส้นทางเดิม  

อาลักษณ์ย้ำว่า นัดกัน ๓ ปีข้างหน้า หากจะให้เขาเลี้ยงที่บ้าน    แต่หากจะให้เลี้ยงที่ร้านอาหารนัดเมื่อไรก็ได้    เขาบอกว่ายินดีเลี้ยง  และจะไม่ยอมให้เพื่อนออกเงินอย่างที่ผมออกเงินเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว     และเขายัดเยียดเงิน ๑ หมื่นให้ผม    ผมเอาไปบริจาคแก่มูลนิธิพูนพลัง เพื่อเอาไปช่วยเหลือเด็กยากจน    เมื่อส่งใบเสร็จไปให้เขาไปรษณีย์ตีกลับ     เขาจึงไม่รู้ว่าได้ทำบุญในครั้งนั้น    และผมก็ไม่ได้บอกเขา    

มะพร้าวอ่อนที่ได้มาทั้งหอมทั้งหวาน เนื้อก็กำลังพอดี    ยิ่งมะม่วงยิ่งหวานหอมมาก

เช้าวันที่ ๕ กันยายน บรรจงโทรมาถามว่าทราบข่าวหรือยัง     บุญพา ยลัญสัจจา (๘๑) เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคหัวใจวาย    โดยที่เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม บุญพามีหน้าตาท่าทางแข็งแรงดี   ในรูปที่ ๒ บุญพายืนขวาสุด    ในรูปที่ ๓ ยืนซ้ายสุด    บุญพาเป็นรุ่นพี่ สอบตกมาอยู่รุ่นเดียวกัน     น้องสาวชื่อพูนศรี เรียนชั้นประถมรุ่นเดียวกันกับผม    และเป็นคู่แข่งสอบได้ที่หนึ่งมาด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่ผมแพ้    พอขึ้น ป. ๔ ก็มีเด็กผู้หญิ่งรุ่นน้อง ชื่อ เพ็ญศรี พาสชั้นขึ้นมาเป็นคู่แข่งอีกคน    สองคนนี้ไปสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมได้ที่โรงเรียนประจำจังหวัดสตรี ชื่อ โรงเรียนสตรี “สะอาด เผดิมวิทยา”

ตอนอารักษ์บอกว่าอีก ๓ ปีพบกันที่สวนใหม่  ผมนึกในใจว่า จะมีชีวิตอยู่ถึงวันนั้นกี่คนก็ไม่รู้    วันนี้รู้แล้วว่าหายไปคนหนึ่งแล้ว  

ค่ำวันที่ ๖ กันยายน ผมไปงานสวดศพบุญพา ที่วัดดุสิตารามวรวิหาร เขตบางยี่ขัน เชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า     ได้พบพูนศรี (๗๙) เพื่อนที่ไม่ได้พบกันกว่าหกสิบปีและคุยกันอย่างสนิทสนม    ความเป็นเพื่อนเก่า และสมัยเด็กบ้านอยู่ตำบลเดียวกัน ช่วยให้มีความไว้วางใจต่อกันสูง    จึงคุยกันสนุกมาก    ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจบ ม. ๖ บุญพาไปเรียนช่างกล    ดูจากงานศพ แสดงว่าลูกๆ ของบุญพามีการศึกษาดีและมีงานที่มั่นคง    ส่วนพูนศรี เวลานี้อยู่ที่จังหวัดกระบี่   ผมลืมถ่ายรูปเธอไว้      

วิจารณ์ พานิช

๓๑ ส.ค. ๖๓   เพิ่มเติม ๗ ก.ย. ๖๓



      

หมายเลขบันทึก: 683057เขียนเมื่อ 29 กันยายน 2020 10:13 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 กันยายน 2020 10:13 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

 เพิ่มความเห็น
สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี