จากพระราชวังเขมรินทร์เราได้ไปชมประตูชัย เป็นศิลปะประยุกต์จากแบบขอมโบราณ  จากนั้นเป็นรายการสำหรับนักช้อปทั้งหลายจะได้ควักกระเป๋ากันแล้วไกด์พาไปที่ตลาดใหม่ แต่ไม่ได้ใหม่หรอก สร้างมาตั้งแต่อยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศสโน่น เป็นตึกทรงยุโรป สมัยนั้นคงจะเป็นของใหม่ก็เลยเรียกติดปากมาจนปัจจุบันนี้            

               บริเวณตรงกลางใต้หลังคาอาคารเป็นตลาดสด ส่วนนอกเป็นร้านเล็กๆตั้งเรียงรายขายของที่ระลึกต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า พวกเสื้อยืดสกรีนรูปปราสาทนครวัด นครธม นางอัปสรา ซึ่งราคาถูก และต้องต่อรองบ้าง นอกนั้นก็มีเครื่องเงิน เครื่องจักสานหนังสือ copy จากหนังสือฝรั่ง  คณะทัวร์ก็ช้อปกันวุ่นวายเป็นที่สนุกสนาน 

               เงินของกัมพูชาเรียกว่า เงินเรียล ( Rial ) อัตราคือ หนึ่งบาทเท่ากับร้อยเรียล ใช้ได้ทั้งเงินเรียล เงินบาท เงินยู .เอส. ดอลล่าร์ โดยเงินบาทรับตั้งแต่แบงค์ยี่สิบขึ้นไป พวกเหรียญไทยไม่รับ ดังนั้นถ้าจะซื้อของราคาต่ำกว่ายี่สิบบาทต้องแลกเป็นเงินเรียล สำหรับเงินยู.เอส. ดอลล่าร์ อัตรา 40 บาท ต่อหนึ่งดอลล่าร์ ราคาของจะบอกเป็นยู.เอส. ดอลล่าร์ หรือเป็นเรียล               

              กัมพูชาไม่ค่อยมีโรงงานผลิตของต่างๆ  ของอุปโภค บริโภค จึงเป็นของจากไทย แทบจะทุกอย่าง พวกผัก ผลไม้ก็เช่นกัน เขาไม่ค่อยมีการทำไร่ ทำสวน  ผลไม้ก็เป็นแบบปลูกเองตามบ้าน มีเหลือก็เอามาขาย ไม่มีพันธุ์ดีๆ  ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ยากจน ถ้ารายได้เดือนละ น้อยกว่า 30 ยู.เอส. ดอลล่าร์ จะไม่สามารถซื้ออาหารนอกบ้านได้ ต้องเอาข้าวที่บ้านมากิน ส่วนใหญ่เป็นผักกับปลาจากทะเลสาป พวกหมูเห็ดเป็ดไก่ยากจะได้กิน เช่น ข้าวผัดกะเพราใส่ไข่ดาว ก๋วยเตี๋ยว จานละประมาณ 35 บาทขึ้นไป คนจนต้องอาศัยอยู่ชานเมืองเพราะที่ดินในกรุงพนมเปญราคาแพงมาก บางคนต้องปั่นจักรยานไปกลับวันละสามสิบสี่สิบกิโลเมตรก็มี             

              คนกัมพูชาส่วนใหญ่ไม่กล้าจะสนใจการเมืองแม้จะรู้ว่ามีคอรัปชั่นมากมาย ก็จำยอมรับกันไป เพราะถ้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลก็มีสิทธิ์ไม่ได้นอนที่บ้านกับครอบครัวอีก คนกัมพูชาโดยรวมดูเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ ช่างแตกต่างจากผลงานความรุ่งเรืองยุคขอมโบราณ  แต่ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และภาษาศาสตร์ก็เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับขอมโบราณนั่นแหละ                

              ปัจจุบันคนในกัมพูชาแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่มคือ คนกัมพูชาเชื้อสายดั้งเดิม คนกัมพูชาเชื้อสายจีน และคนเวียดนาม โดยไม่นิยมแต่งงานข้ามกลุ่มกัน จะแบ่งแยกกันชัดเจน คนเวียดนามนั้นถือโอกาสอพยพตามกองทัพเวียดนามเมื่อเข้ามาช่วยปลดปล่อยกัมพูชาจากเขมรแดงสงครามยุติแล้วแต่คนไม่กลับจ้า ยังอยู่แย่งงานทำกับเจ้าของประเทศทำให้คนกัมพูชากระอักกระอ่วนจนถึงปัจจุบันนี้ 

                ตอนเย็นไปทานอาหารที่ภัตตาคาร Heng Lay อยู่ใกล้แม่น้ำโตนเลสาป คนไทยเป็นเจ้าของ ทางไกด์บอกว่าเป็นภัตตาคารที่ดังมากในพนมเปญ เพราะมีการแสดงตลกตอนค่ำ ดูเขาพูดอย่างภูมิใจพยายามชักชวนให้เราเลือกที่นั่งหน้าเวที  แต่พวกเราเลือกที่นั่งริมรั้วเห็นวิวแม่น้ำ ก็ตลกพูดภาษาเขมรแล้วจะไปฟังรู้เรื่องอะไรเล่า !              

          ทานอาหารเสร็จตอนค่ำบรรดานักช้อบเรียกร้องอยากซื้อของอีกแต่ตลาดเลิกไปแล้ว เขาเลยพาไปห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยที่สุดของประเทศเนื่องจากมีบันไดเลื่อน เปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ ชื่อห้าง Soraya ทางไกด์บอกว่าสร้างตามแบบห้างมาบุญครองของไทยเรา ร้านของห้างเองก็ขายของยี่ห้อต่างๆ ที่มาจากไทยนั่นแหละ เช่น พวกเสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ  ส่วนด้านนอกเป็นร้านที่มาเช่าพื้นที่ ขายของสารพัดสารเพ ส่วนใหญ่เป็นรองเท้า กระเป๋า เลยไม่ค่อยได้ซื้อกันเพราะส่วนใหญ่น่าจะเป็นของที่มาเมืองไทยเอง คนนิยมมากเดินกันเต็มห้าง                 

              พรุ่งนี้เช้าเราจะบินกลับเมืองไทยกันแล้ว เที่ยวเขมรมาห้าวันได้ชมสถานที่ต่างๆ กันมากมาย สนุกสนานทุกวัน อิ่มอกอิ่มใจได้ชมนครวัด นครธม ที่จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย  เราจากกัมพูชาด้วยความรู้สึกคุ้มค่าต่อการไปเยือน ถ้ามีโอกาสยังอยากไปชมปราสาทอื่นๆ อีก ภาพนครวัด นครธม ยังคงแจ่มกระจ่างอยู่ในใจไม่เลือนหายง่ายๆ …..ขอมโบราณได้ทิ้งมนต์เสน่ห์ไว้ในใจเราเสียแล้ว   ลาก่อน…..กัมพูชา…..หวังว่าคงได้พบกันอีก ! 

                               

                                                ประตูชัยที่กรุงพนมเปญ

                     

                                            ตลาดใหม่แหล่งขายของที่ระลึก

                    

                                            นำรูปนครวัดมาให้ชมอีกครั้ง

                    

                                                    นครธมอีกมุมหนึ่ง

                              

                                                  นางอัปสราที่นครวัด