๘๔ ชีวิต..ก่อนเกษียณ


"ผมคิดว่าในชีวิตคนเรานั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ใดเลย หากแต่ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ที่เป็นเจ้าของชีวิต ว่าจะเลือกระบายสีใด ให้กับชีวิตตนเอง ....วันนี้ช่างสดใสจังเลย"

           เทศกาลงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ มาพร้อมบทความ ข้อคิดข้อเขียนมากมาย ที่ให้เตรียมพร้อมน้อมรับวันที่ ๑ ตุลาคม..ที่จะมาเยือน ซึ่งเป็นวันแรกของการหยุดพักงานราชการของบุคคลภาครัฐที่มีอายุครบ ๖๐ ปี

           ผมจดจำถ้อยคำสำคัญไว้มากมาย เพื่อเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ เหลือเวลาอีกเพียง ๓ ปีเท่านั้น คือปี ๒๕๖๖ ก็ต้องตกที่นั่งอยู่กับบ้าน ถ้าชีวิตยังอยู่ถึงตอนนั้น ก็ไม่ต้องไปทำงานที่โรงเรียน

         “ต้องเปลี่ยนความคิด จากกรอบเดิมให้ได้"

          เมื่อคิดถึงชีวิตหลังเกษียณ..วิธีการคิดตัดสินใจในตอนนี้ ก็ต้องเตรียมการเปลี่ยนแปลง หากไม่ฝึกไว้ให้ใจออกนอกกรอบของงาน อาจสับสนและทำใจลำบาก ควรทำตัวสบายๆไม่ต้องเป็นทางการในทุกเรื่องก็ได้

          ผมใช้วิธีให้ครูทำงาน ให้ครูแสดงความสามารถออกมา เรียนรู้งานเข้าใจกระบวนการแก้ปัญหา เมื่อไม่มี ผอ.อย่างเราเขาก็อยู่ได้ ส่วนผมก็ช่วยสอนเด็กไปตามอัตภาพ เบาๆแบบมีความสุขไปกับเสียงดนตรีและเพลงพื้นบ้าน ตลอดจนเล่านิทานให้เด็กฟัง  

          ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือการมีทัศนคติแห่งความเป็นอิสระในชีวิต ผมคิดและรอให้ถึงวันนั้น ด้วยความรู้สึกเช่นนี้ ชีวิตของผมก็จะเริ่มปรับตัวปรับใจ พอจะมองเห็นเส้นทางชีวิตที่สดใส

      "ต้องพึ่งตนเองให้ได้..ใช้ตนเองให้เป็น"

           คือจุดเริ่มต้นที่ต้องทำให้ได้ เพราะแม้มีเงินมากสักแค่ไหนก็ตาม แต่ในที่สุดแล้วคงมีหลายสิ่งที่เงินอาจจะซื้อไม่ได้ จริงๆทำมานานแล้ว แต่โค้งสุดท้ายนี้ต้องคิดและทำอย่างจริงจัง

           ผมจึงเริ่มหัดทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการพึ่งพาผู้อื่น หัดใช้ตนเองให้ช่วยตนเองทำงาน มีหลักฐานเชิงประจักษ์มากมาย ที่ผมริเริ่มและดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่ต้องไปดูงานที่ไหน ไม่ต้องดีไซน์ให้อลังการ

          แต่ใช้ประโยชน์ได้จริงกับครูและนักเรียน สร้างความรู้สึกให้ชุมชนรักและศรัทธา การพึ่งตนเองมิใช่เรื่องหนักหนา หรือเย่อหยิ่งจองหอง แต่เป็นวิธีปฏิบัติทดลอง เพื่อการเรียนรู้ชีวิต

            "ต้องเดินเข้าหาและเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต"

            ความจริงของชีวิตที่คนเราย่อมพบกับความเสื่อมเป็นธรรมดา  จะเผยโฉมให้ปรากฏตรงหน้าชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เช่นริ้วรอยบนใบหน้าและผิวพรรณ ฯลฯ

           ก็แค่บอกตัวเอง..ช่างมันฉันไม่แคร์ ขอแค่ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ให้เป็นภาระของใครก็พอแล้ว แต่ก็ไม่ลืมที่จะดูแลเสริมสร้างบุคลิกท่วงท่าและการแต่งกาย ให้ดูสมวัยและเหมาะสมตามกาละเทศะ

          ที่สำคัญคือการดำรงตนให้พร้อมในทางสายเอก เพื่อรู้เท่า รู้ทัน ไปตามสิ่งที่เกิดขึ้นอันไม่เที่ยง จนกว่าจะพบความสงบในใจตน...

           "ต้องลดอัตตา ละความยึดมั่น"

            ความรู้สึกที่เคยเป็น เคยมีที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ล้วนค่อยๆผ่านห้วงเวลาและยุคสมัยของเราไปแล้ว ไม่มีวันย้อนหวลคืนมาได้อีก อย่าอาลัยอาวรณ์อย่างเด็ดขาด

          โลกเปลี่ยนไป..นักบริหารและครูรุ่นใหม่ ล้วนมีไฟฝันที่พร้อมทำงานเพื่อก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคไปเหมือนกับที่เราเคยทำมา..การศึกษาไม่เคยสิ้นสุดหรือหยุดกับที่

          “อยุธยาไม่สิ้นคนดี”อย่างแน่นอน ผมแค่มองย้อนไป ก่อนที่จะถอดหัวโขน มีสิ่งใดที่ยังไม่ได้ทำ ก็รีบทำไว้เป็นอนุสรณ์ เพื่อกาลข้างหน้าแม้ว่าไม่ยึดติด แต่เอาไว้คิดสร้างมุมแห่งความสุขและภาคภูมิใจ..เท่านั้นเอง

            หากใจเราไม่ฝึกเรื่องยึดมั่นถือมั่น เรื่องตัวกูของกู ก็ยิ่งจะเติมเชื้อไฟให้เป็นความทุกข์ทางใจมากขึ้น ผมจะฝึกปล่อยวางลงที่ละน้อย ลดละทีละหน่อยจนรู้สึกเบาไม่ต้องแบกสิ่งใด มากเกินไปอีกแล้ว เมื่อไม่ใช่ตัวเราไม่ใช่ของเรา ความอยากมีอยากได้ย่อมลดระดับลง

            "ต้องทำในสิ่งที่ชอบและชอบในสิ่งที่ทำ"

              ผมคิดเสมอว่า ในบางครั้งความถนัดที่เคยชอบอยู่ลึกๆภายในใจ แต่ถูกภารกิจอันเร่งรีบในชีวิตปิดบังไปหมด ตอนนี้เริ่มค้นพบว่ามีบางสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขสบายใจผมก็จะทำ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม อาทิ เขียนเรื่องสั้น แต่งเพลง – ร้อยกรอง และถ่ายภาพ เป็นต้น

              เพราะสิ่งเล็กๆนี่แหละคือสิ่งที่จะช่วยสร้างความสุขทางใจให้กับผมได้อย่างไม่น่าเชื่อ โชคดีแล้ว ที่ผมและอีกมากมายหลายคนค้นพบสิ่งนั้นได้โดยเร็ว..ก่อนเกษียณ

            "ต้องดูแลสุขภาพ ตามความเป็นจริงไม่ทำตามใจ"

            ใครๆก็รู้ว่าสุขภาพสำคัญ แต่สำคัญที่ใครให้เวลาเพื่อดูแลเอาใจใส่ได้สม่ำเสมอมากน้อยกว่ากัน ออกกำลังกาย กินอาหาร อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพกายใจ ยืดหยุ่นผ่อนคลายทางอารมณ์ ไปตามสภาวะกำลังที่ทำได้ตามจริง ไม่หักโหมตามใจคือหัวใจ ย่อมอยู่ได้อย่างมั่นคง

          ผมยังรู้สึกขอบคุณตัวเอง ที่สามารถจัดระเบียบชีวิตในเรื่องนี้ได้ดีพอสมควร คือแบ่งเวลาให้แก่สุขภาพ..เพราะผมอยู่ในสถานที่ที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพกายและใจ ในโรงเรียนที่ร่มรื่นสวยงาม ในบ้านสวนผลไม้ที่มีอากาศบริสุทธิ์ และพักผ่อนหย่อนใจในโคกหนองนาสวนป่าโมเดล

          ท้ายที่สุดนี้..ผมคิดว่าในชีวิตคนเรานั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ใดเลย หากแต่ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ที่เป็นเจ้าของชีวิต ว่าจะเลือกระบายสีใด ให้กับชีวิตตนเอง ....วันนี้ช่างสดใสจังเลย

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๙  กันยายน  ๒๕๖๓

         

หมายเลขบันทึก: 682587เขียนเมื่อ 19 กันยายน 2020 09:14 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 กันยายน 2020 09:14 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

การเกษียณ ทำให้มีอิสระหลายอย่าง อยากทำอะไรก็ได้ทำค่ะ มีความสุข สำคัญต้องร่างกายแข็งแรงนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี