เพื่อเด็กเยาวชน


ช่วงเย็นวานนี้ ที่น่าน บริเวณประตูสนามกีฬา ด้านติดกับสุสานคริสเตียน ประตูใหญ่ปิด เปิดเฉพาะให้คนเดินในส่วนประตูเล็ก รถจักรยานสามารถยกผ่านประตูได้ ช่วงสนทนามีการแข่งฟุตบอลทหารกับตำรวจ ฉะนั้น ในลู่ยางระยะทาง 400 เมตรจึงไม่พร้อมบริหารผู้รักสุขภาพ คงเดินถนนรอบสนามกีฬา ระยะทาง 1,200 เมตร

ที่บริเวณประตูได้พบคุณณรงค์ เขยน่าน คน จ.นครสวรรค์ รู้จักกันรวม 2 สัปดาห์ในห้องฟิตเนส เพราะเขาเห็นผมใส่เสื้อ รร.ที่เชียงใหม่ สมัยเรียนมัธยมเมื่อ กว่า 40 ปีที่ผ่านมา เขาบอกว่า เคยไปสอนรักบี้ให้ที่นี่  สนทนากับเพราะคนที่ขอให้เขาไปช่วยสอนชื่อครูวินัย เป็นครูที่เคยสอนผม และในส่วนกีฬารักบี้  สมัยเรียนมัธยม  ผมเคยเล่นรักบี้ ที่มีโค้ชชื่อ จิรันทร์ เอี่ยวเจริญ สมัยนั้นทีมเราไม่ธรรมดา จึงมีเรื่องสนทนากับคุณณรงค์มากขึ้น เพราะมีพื้นฐานความรู้ใกล้เคียงกัน

คุณณรงค์ มาเรียนพละเชียงใหม่ สมัยเรียนพักอาศัยพึ่งใบบุญ เป็นศิษย์วัดเชตุพน หลัง รร.มัธยม หลังสำเร็จการศึกษา ไปตระเวณงานหลายต่อหลายแห่งด้านพัฒนากีฬา ฟุตบอล รักบี้  เท่าที่ทราบทำเป็นอาชีพ ยังไปเป็นโค้ชให้สถาบันการศึกษาระดับชาติหลายแห่ง รวมทั้ง ทำหน้าที่โค้ช ฝึกสอนให้ทีมชาติไทย แต่ชีวิตกลับมาอยู่จุดปัจจุบันเพราะคิดถึงลูกชายคนเดียว ราว 7 ปีที่ผ่านมา

ตอนนี้ ลูกชายเรียนอยู่ ม.3 ถูกรุ่นพี่ชก ๆ เข้าใจผิด คิดว่าลูกชายไปพัวพันนักเรียนหญิงที่รุ่นพี่ชอบ  อันที่จริงมีคนชี้มาทางลูกแต่ไม่ใช่ลูก แต่ที่ชี้ไปโดนเพราะลูกชาวสูงกว่าเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกัน เลยโดนรุ่นพี่ชกลงไปกอง แบบงง ๆ เรื่องราวมีมาถึงคุณณรงค์ ๆ ต้องเดินทางกลับน่าน  ตอนนั้น ตระเวณทำมาหากินด้วยการเป็นโค้ชในกรุงเทพ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ  ได้สอบถามลูกว่า ต้องการอะไร ลูกบอกว่าต้องการให้ร่างกายแข๋งแรง พ่อสร้างคนอื่นมามากแล้ว พ่อช่วยสร้างลูกได้ไหม พ่อเก็บความต้องการของลูกไว้ ยังไม่ได้กล่าวหรือตัดสินใจอะไร  และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรุ่นพี่ที่ทำร้าย ลูกจะเอาเรื่องเขาไหม ลูกตอบว่า ไม่เอาเรื่อง เพราะรุ่นพี่เขามีปัญหาครอบครัว และต้องรับจ้างแบกไม้ หาเงินเรียนหนังสือ มีการเจรจาจนรุ่นพี่ขอขมา  คุณณรงค์เล่าว่า  เขายังได้สนับสนุนให้รุ่นพี่ที่ต่อยลูกชายเรียนที่สถาบันพลศึกษา

สำหรับคุณณรงค์  เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ลาออกจากทุกตำแหน่งที่ทำงาน ต่างจังหวัด ต่างประเทศ กลับมาอยู่ดูแลสร้างลูกชายให้เป็นมีร่างกาย จิตใจ สมองแข็งแรง ตอนนี้ ลูกชายเรียนวิชาครูฟิสิก ฝันของลูกอยากเรียนเพื่อมาสอนหนังสือ ระหว่างที่คุณณรงค์ สละอาชีพโค้ชมาอยู่กับลูก  ได้เห็นพัฒนาการของลูกและให้คำแนะนำต่าง ๆ  โรงเรียนที่ลูกเรียน  ลูกสามารถติววิชาความรู้ให้เพื่อน ๆ นักเรียนรุ่นเดียวกันและนักเรียนรุ่นน้องได้ วันนี้คูณณรงค์ อยู่เป็นเพื่อนภรรยา อายุอ่อนกว่า 2 ปี และบริหารเวลาด้วยการออกกำลังกาย และไปทำสวน ปลูกต้นไม้ ใช้ชีวิตเรียบง่าย สื่อสารกับลูกชายเหมือนเพื่อน  อีกไม่นานลูกจะเรียนจบออกมาเป็นครูวิทยาศาสตร์ตามความฝันและตั้งใจของลูก

มาถึงวรรคสุดท้าย  ผมอดไม่ได้ที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวให้คุณณรงค์ และทุกท่านได้รับทราบว่า  ผมสังเกตที่น่าน  หลายครอบครัวลูก ๆ เรียนดีแต่ไม่ค่อยได้อยู่ที่น่าน เพราะตำแหน่งงานไม่ค่อยมี  หรือถ้าอยู่ใกล้กลับไม่ค่อยได้พูดจากัน  ห่าง ๆ กัน  เหมือนอยู่กันคนละโลก  และหมอบอย พงษ์เทพ เคยคุยกับผมว่า คนน่านนะพี่กอดความสำเร็จของลูก เพราะลูกไม่ได้อยุ่ด้วย นาน ๆ ทีจะมาหาพ่อ แม่ ครอบครัว เพราะขาดการวางแผนการเรียน การดำเนินชีวิต ความสนิทสนมใกล้ชิด จึงไม่ค่อยผูกพันกัน เรียนมากจนละเลยความสัมพันธ์ในครอบครัว  สภาพปัญหาแนวทางดังกล่าว ผมเองนำมาปรับใช้เช่นเดียวกับคุณณรงค์ 

การที่เราจะคิดจะทำอะไรเพื่อเด็กและเยาวชน   เบื้องต้นครอบครัว ความสัมพันธ์ การสื่อสารกัน สำคัญอย่างยิ่งเลยนะครับ ทุกสิ่งเริ่มต้นที่ตัวเราเอง

ท้ายสุด ต้องขออภัย หากชื่อ เรื่องราวตามบันทึก อาจไปพ้องกับท่าน ผู็เขียนไม่มีเจตนาร้ายใด ๆ  หากแต่มีเจตนาดีว่า ถ้าหากเรากลับตัวได้ ปรับตัวทัน เราช่วยกลับมาดูตัวเราเอง ดูแลลูก และคนในครอบครัว จะเกิดผลดีต่อครอบครัว ชาติบ้านเมืองด้วยนะครับ

17 กันยายน 2563

หมายเลขบันทึก: 682460เขียนเมื่อ 16 กันยายน 2020 23:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 กันยายน 2020 23:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

 เพิ่มความเห็น
สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี