เย็นวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓ ฟ้ามืดครึ้ม และฝนเทมา “ยังกับฟ้ารั่ว” ผมนั่งที่ระเบียงบ้านเพื่อทดสอบว่ากันสาดที่เพิ่งติดตั้งใหม่เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ใช้การได้ดีหรือไม่ และรู้สึกพอใจมากที่การคาดคะเนความยาว และระดับสูงต่ำของกันสาดเหมาะสมดี
แต่ที่ให้ความสุขยิ่งกว่านั้นคือการนั่งมองสายน้ำหยดลงจากกันสาดทำให้จิตประหวัดกลับไปราวๆ ๗๐ ปี เมื่อผมยังเด็กเล็กมาก อยู่บ้านหลังคามุงจาก เมื่อฝนตกออกไปวิ่งเล่นไม่ได้ จำได้ว่าผมนั่งมองน้ำหยดจากหลังคาจากลงไปยังพื้นดิน และมองดูน้ำไหลบนพื้นดิน เห็นน้ำสีน้ำตาลแกมส้มขุ่นจากถนนลูกรัง ไหลลงมาสู้กันกับน้ำฝนใสจากหลังคา ที่ผมเคยเขียนเล่าไว้ใน บล็อก และ ศ. ดร. ยอดหทัย เคยชมว่าผมเป็นเด็กที่ชอบสังเกต
วันนี้ขอเล่าความสนุกของคนแก่ ในการนั่งมองน้ำฝนหยดจากหลังคา ในวันนี้น้ำฝนตกลงมาที่กันสาด ๓ แบบ แบบแรกเม็ดฝนตกลงมาตรงๆ แบบที่สองเม็ดฝนตกลงมาที่ใบไม้ แล้วตกลงมาที่กันสาดอีกทีหนึ่ง แบบที่สามเม็ดฝนตกลงมาที่หลังคาบ้าน แล้วไหลลงมาโดนกันสาด เนื่องจากกันสาดมุงด้วยพลาสติกใส จึงมองเห็นเม็ดฝนทั้ง ๓ แบบนั้น การนั่งเหม่อมองเม็ดฝนตกลงมาโดนกันสาด แล้วแตกเป็นวงกลม แวบหนึ่ง แล้วน้ำก็ไหลลงไปตามลาดของกันสาด ให้ความสนุกเพลิดเพลินได้นะครับ เป็นความสุขและสงบที่ได้จากธรรมชาติ และเป็นของฟรี ส่วนนี้สมัย ๗๐ ปีก่อนไม่เห็น เพราะหลังคาจากมันทึบ
อีกส่วนหนึ่งที่ให้ความเพลิดเพลินได้ คือนั่งมองน้ำหยดลงจากชายคา ซึ่งก็คือส่วนปลายสุดของกันสาด อันนี้แหละที่ทำให้ผมรำลึกความหลัง เหม่อมองน้ำหยดจากกันสาดไม่สนุกเท่านั่งมองน้ำหยดจากชายคาของหลังคาจาก เพราะชายคาของหลังคาจากมันไม่เรียบ มันมีชายใบจากแหลมๆ พุ่งออกมา ยาวบ้างสั้นบ้าง ทำให้น้ำหยดแบบไม่เสมอกัน ทำให้ดูสนุก นอกจากนั้นหยดน้ำก็ไม่เท่ากัน เมื่อนั่งมองก็สามารถเชียร์ในใจได้ว่าต่อไปอยากให้ตรงไหนหยดพุ่งแรงกว่า ฝนปักษ์ใต้มันแรงและตกหนักเป็นเวลานาน จึงเชียร์น้ำหยดได้สนุก
กลับมาที่ความงามจากสายฝนตกลงยังกันสาดโปร่งใส ผมสังเกตว่า สามารถมองความงามได้ ๓ แบบ คือ (๑) เม็ดฝนที่ตกลงมา (๒) น้ำที่ไหลเป็นคลื่นไปตามลาดกันสาด และ (๓) น้ำที่หยดลงจากชายคาส่วนปลายสุดหลากหลายรูปแบบ เช่น ค่อยๆ หยดทีละหยดก็มี หยดเป็นสายน้ำก็มี ที่หยดทีละหยดก็มีความถี่ของการหยดต่างๆ กัน ที่แปลกคือมีน้ำหยดเฉพาะบางส่วนของชายคาเท่านั้น ไม่ได้หยดอย่างสม่ำเสมอตลอดชายคา
ของใกล้ตัว ให้ความบันเทิงใจได้เสมอ หากจิตเรานิ่ง
วิจารณ์ พานิช
๑๓ ส.ค. ๖๓