GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

“หม่อมอุ๋ย” ลั่นล้างทุจริตให้หมดโดยเร็ว

“หม่อมอุ๋ย” ลั่นล้างทุจริตให้หมดโดยเร็ว
       

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุเน้นพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อวิ่งตามให้ทันการพัฒนาเมืองใหญ่ หลังเดินเครื่องเปิดเผยข้อมูลการทุจริตของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ยอมรับต้องดูแลเศรษฐกิจตามกระแสหลักทุนนิยม แต่ต้องเดินไปด้วยคุณธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกองค์กร และล้างการทุจริตในโครงการต่าง ๆ ให้หมดโดยเร็ว


 

         ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนาเรื่อง “2550 ปีแห่งการพลิกเศรษฐกิจสู่ความถูกต้องว่า หลังจากรัฐบาลได้เข้ามาทำงานแล้ว 2 เดือน พบว่ามีการทุจริตมากมายหลายโครงการ และเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องโดยเร็ว หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะเห็นว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมามักใช้โครงการต่าง ๆ หาคะแนนนิยมให้แก่ตนเอง ทุกโครงการเริ่มด้วยการหวังสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม แต่แถมด้วยการใช้ประโยชน์เพื่อหวังคะแนนนิยม เช่น โครงการรับจำนำข้าว ได้พยายามดึงราคาข้าวให้สูงกว่าตลาดประมาณร้อยละ 20-30 เพื่อหาคะแนนนิยม แต่ปรากฏว่า ราคาข้าวได้สูงเกินเหตุ ขายไม่ออก ค้างสตอกอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้กดราคาข้าวในตลาด  ไม่ให้สูงขึ้นได้ ทำให้ข้าวที่ไม่ได้จำนำเป็นส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ แต่ประโยชน์กลับไปตกอยู่ในมือของคนกลางที่สนับสนุนนักการเมือง ทำให้ขาดทุนจากโครงการดังกล่าวถึง 18,000 ล้านบาท  และยังมีโครงการพื้นที่พิเศษ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว นับว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่ก็มีปัญหา เช่น ที่เกาะช้าง แทนที่จะประกาศเป็นพื้นที่พิเศษเฉพาะส่วนที่จะก่อสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยว กลับประกาศเป็นพื้นที่พิเศษทั้งเกาะ ซึ่งรวมถึงป่าไม้ ทำให้ถูกดึงไปเป็นพื้นที่ของส่วนบุคคล ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขให้กลับมาเป็นของสาธารณะ รวมถึงโครงการ  แอร์พอร์ตลิงก์ ช่วงมักกะสัน-สุวรรณภูมิ นับว่าเป็นโครงการไม่มีความเหมาะสมในเชิงพาณิชย์ ทำให้เอกชนไม่กล้าลงทุนก่อสร้าง ถ้าไม่ได้การค้ำประกันจากทางการ ดังนั้น จึงได้มีมติ ครม.ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ซื้อโครงการจากเอกชนเมื่อทำการก่อสร้างเสร็จแล้ว และหากการรถไฟฯ หาเงินซื้อไม่ได้ จะให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้ พิจารณาดูแล้วเป็นการให้กระทรวงการคลังค้ำประกันทางอ้อมให้แก่เอกชน ซึ่งกระทรวงการคลังไม่มีอำนาจค้ำประกันให้เอกชน

         ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวด้วยว่า การกระทำที่ซ่อนเงื่อนมีอีกหลายโครงการ ทั้งเรื่องการกำหนดส่วนแบ่ง รายได้ของกิจการโทรคมนาคมให้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ด้วยความไม่เป็นธรรมกับเอกชนรายอื่น ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรม รวมถึงบ้านเอื้ออาทร การรับซื้อลำไย การปล่อยสินเชื่อของธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) ให้แก่พวกพ้องนัก ธุรกิจการเมือง ยอมรับว่าการกระทำเหล่านี้กระจายไปในกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ จึงจำเป็นต้องล้างให้หมดโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นข้าราชการจะเคยชินและเห็นว่าเป็นเรื่องที่ทำได้และแพร่หลายมากขึ้น เพราะหากกลไกราชการซึ่งเป็นหัวจ่ายสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ ขาดจริยธรรมแม้จะมีแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเลอเลิศเพียงใด ก็ไม่สามารถพัฒนาให้ดีได้ ดังนั้น เพื่อรักษาจริยธรรมในระบบราชการให้คงอยู่จึงต้องเร่งแก้ไขให้เป็นระบบราชการที่มีความถูกต้องให้มากที่สุด  

         สำหรับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาเห็นว่ายังมีความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวย ซึ่งมีช่องว่างอย่างมาก โดยคนรวยยังมีสัดส่วนร้อยละ 20 ครอบครองรายได้ถึงร้อยละ 56.6 ของรายได้ทั้งหมด เทียบกับคนจนที่สุดร้อยละ 20 ของประชากรมีรายได้เพียงร้อยละ 4.2 ของรายได้ทั้งหมด อีกทั้งการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมาได้ถูกต่างชาตินำกระแสทุนนิยมแบบธุรกิจและเศรษฐกิจแบบตะวันตกเข้ามา โดยหวังแต่การโกยกำไรสูงสุด จะดำเนินการด้านรักษาสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่กฎหมายกำหนด   ดังนั้น การดำเนินการด้านเศรษฐกิจรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ยังต้องพึ่งกระแสหลักเศรษฐกิจที่ต้องพัฒนาต่อไป แต่เพื่อมิให้ชุมชนถูกทิ้งห่าง และลดช่องว่างของการพัฒนาให้ชุมชนวิ่งตามทันการพัฒนาในเมือง ได้มีแผนให้ชุมชนทุกตำบล 7,000 แห่ง มีแผนพัฒนาชุมชน
ที่ได้มาตรฐานภายในปี
2554 เพราะจะช่วยให้ชุมชนในท้องถิ่นเข็มแข้งเติบโตได้ยั่งยืนเพื่อมิให้การขยายตัวเศรษฐกิจนำไปสู่ปัญหาในอดีตเหมือนช่วงที่ผ่านมา

ผู้จัดการออนไลน์ : 19 ธ.ค. 49

       

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การทุจริต
หมายเลขบันทึก: 68148
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)