รายงานของบริษัท McKinsey เรื่อง New global data reveal education technology’s impact on learning เตือนสติว่า หากใช้เทคโนโลยีการศึกษาอย่างผิดๆ นักเรียนอาจกลับยิ่งเสียประโยชน์ ผลการวิจัยจาก PISA 2018 บอกว่า สำหรับโรงเรียนที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ต่ำ การใช้เทคโนโลยีมักก่อผลร้าย ดังนั้นวงการศึกษาไทยพึงระวัง
PISA ทดสอบนักเรียนอายุ ๑๕ ปี เรื่องราวต่อไปนี้จึงเกี่ยวกับนักเรียนชั้นมัธยม และต้องไม่ลืมว่า PISA ทดสอบ ๓ ด้านเท่านั้น คือ การอ่าน คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ โดยเป็นการทดสอบครั้งเดียว บทความจึงแปลผล-ข้อค้นพบอย่างระมัดระวัง
ข้อค้นพบของผลการใช้เทคโนโลยีต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน มี ๕ ประการคือ
- 1. ใช้เทคโนโลยีอะไร ผลการวิจัยระบุว่าการใช้เครื่องฉายขึ้นจอ หรือใช้คอมพิวเตอร์ที่ต่ออินเทอร์เน็ต ให้ผลบวกต่อการเรียนรู้ แต่การใช้โน้ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ต ให้ผลลบ
- 2. ขึ้นกับแต่ละภูมิภาคของโลก สำหรับไทยผลสอดคล้องกับส่วนใหญ่ของโลก
- 3. ขึ้นกับว่าเทคโนโลยีอยู่ในมือครูหรือนักเรียน หากอยู่ในมือครู มักให้ผลดี แต่หากอยู่ในมือนักเรียนเท่านั้น ให้ผลลบ
- 4. ขึ้นกับใช้เทคโนโลยีน้อย หรือมาก สำหรับนักเรียนไทยไม่ใช้เลยให้ผลดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์ ใช้เกินวันละ ๖๐ นาที ให้ผลดีต่อการอ่าน ส่วนวิทยาศาสตร์ ผลการเรียนดีในกลุ่มนักเรียนที่ไม่ใช้เลย หรือใช้เกินวันละ ๖๐ นาที ในภูมิภาคอื่นๆ ให้ผลแตกต่างกัน
- 5. ในระบบการศึกษาคุณภาพต่ำ การใช้เทคโนโลยีในชั้นเรียนให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ด้อยลง
เขาสรุปข้อเรียนรู้ ๓ ประการคือ
- 1. ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง อย่าหลงเชื่อว่า มีเทคโนโลยีใช้ดีกว่าไม่มี
- 2. ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เหมาะต่อสภาพการเรียนการสอน และตามบริบท
- 3. ต้องมีการเรียนรู้วิธีใช้เทคโนโลยีอย่างได้ผล ทั้งในระดับระบบการศึกษา และระดับตัวนักเรียน
ข้อสรุปเพื่อไม่เสียค่าโง่สำหรับระบบงบประมาณไทยคือ นโยบาย หนึ่งแท็บเล็ตต่อนักเรียนหนึ่งคน น่าจะให้ผลร้ายต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน
ขอขอบคุณ นพ. สุภกร บัวสาย ที่ส่งลิ้งค์ของบทความมาให้
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ก.ค. ๖๓
นโยบายที่มีความเชื่อแต่ว่า ออนไลน์ดีที่สุด อาจจะไม่ดีที่สุด ก็ได้
ขอบคุณครับ อาจารย์หมอ ;)…